โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อำนาจในองค์กรเปลี่ยนข้าง พนักงานเลิกภักดีต่อองค์กร ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 พ.ค. 2566 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2566 เวลา 12.11 น.
Photo: Jason Goodman/unsplash

อำนาจในองค์กรเปลี่ยนข้าง พนักงานเลิกภักดีต่อองค์กร จริงหรือ ? คน Gen Y และ Z มีพื้นฐานการถูกส่งเสริมให้แสดงความคิดเห็น เชื่อมั่นในตัวเอง จึงมีสไตล์ทำงานที่ชัดเจน ไม่อ้อมค้อม ขณะเดียวกันก็ต้องการอิสระ และความยืดหยุ่นในการทำงาน

นอกจากนั้น ยังไม่ต้องการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปแบบคนรุ่นก่อน พวกเขาไม่ต้องการรอจนเกษียณถึงจะได้บำเหน็จหรือบำนาญ แต่ต้องการที่จะรู้ถึงโอกาสการเติบโตในสายอาชีพแบบรวดเร็ว เมื่อไม่นานนี้มีการพูดถึงแนวโน้มของคนรุ่นใหม่ในหลายประเด็น “ประชาชาติธุรกิจ” จึงรวบรวมดังนี้

อำนาจในองค์กรเปลี่ยนข้าง

“ทัสพร จันทรี” ผู้ก่อตั้ง TAS Consulting Partner กล่าวว่า ปัจจุบันอำนาจในองค์กรเปลี่ยนข้าง จากบริษัทมีอำนาจเหนือพนักงานกลายเป็นพนักงานมีอำนาจต่อรองกับองค์กร องค์กรต้องเป็นฝ่ายง้อ ดังนั้น หลักสูตรภาวะผู้นำในอดีตที่เน้นการสั่งการ ควรหันมาเน้นหลักสูตรที่ทำให้คนหันมาทำงานร่วมกันได้ กระจายความรับผิดชอบออกไปเป็นทีม หรือเป็นเครือข่าย

“ยกตัวอย่าง อีลอน มัสก์ ไปซื้อทวิตเตอร์ด้วยไมนด์เซต (mindset) ของคนโบราณ ยึดตัวเองเป็นเจ้าของ ไล่คนออกตามใจชอบ ไม่เชื่อในรูปแบบการทำงานที่บ้าน (work from home) มองพนักงานเป็นลูกจ้างของบริษัท แต่ตอนนี้คนรุ่นใหม่เขามีทางเลือก ลาออกก็ได้ องค์กรต้องไปจ้างคนที่ลาออกให้กลับมาทำงาน เพราะไม่มีคนทำงาน

เพราะเทคโนโลยีทำให้งานของคนมีความเปราะบาง จนเกิดความท้าทาย 4 กลุ่ม ได้แก่ หนึ่ง ถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ สอง คนต้องทำงานกับจักรกล และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ สาม กลุ่มงานใหม่ ตำแหน่งงานใหม่ ที่เกิดจากเทคโนโลยี และสี่ งานต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น”

gig หนึ่งคนทำงานมากกว่า 1 งาน

“ฐิติพงศ์ พิสิฐวุฒินันท์” CEO และ ผู้ร่วมก่อตั้ง SkillLane ดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์มการเรียนรู้ กล่าวว่า ความท้าทายในงาน HR มีมาอยู่เรื่อย ๆ แต่ความท้าทายที่รุนแรงมากขึ้นมี 2 เรื่อง คือ

1. bargaining power อำนาจการต่อรองเปลี่ยนจากนายจ้างไปหาลูกจ้างมากขึ้น เพราะนายจ้างให้ความสำคัญกับคนเก่งมากขึ้น พร้อมจ่าย พร้อมอัดฉีดสวัสดิการ การแข่งขันสูงขึ้น คนสมัครงานก็มีตัวเลือกมากขึ้น

ตอนนี้เราอยู่ในสังคม gig economy คนหนึ่งคนสามารถทำงานได้มากกว่า 1 งาน เพราะคนมีทางเลือกมากขึ้น ดังนั้น เป้าหมายองค์กร จึงต้องทบทวนว่า บริษัทเราอยู่เพื่ออะไร แล้วเอาเหตุผลนี้มาดึงดูดคนที่มีความเชื่อเหมือนกันเข้ามาร่วมงานกับองค์กร

2. generation gab ผู้บริหารองค์กรส่วนมากเป็น GEN X อายุ 40 กลาง ๆ ขึ้นไป หลายครั้งถูกเรียกว่าเป็น HIPO (highest person in the office) นั่งหัวโต๊ะ ฟังทุกคนพรีเซนต์ แล้วเคาะเอาแบบนี้ แต่ปัญหาคือว่าประสบการณ์ผู้บริหารในวันนี้อาจจะไม่เหมาะอีกต่อไป ขณะที่คน GEN Z ให้ค่าในเรื่องความอิสระ มั่นใจในตัวเองสูง ถ้าการทำงานไม่ตอบโจทย์ GEN Z ก็พร้อมลาออกได้ทุกเมื่อ ความท้าทายของ HR คือ จะทำอย่างไรให้ทั้ง GEN X และ GEN Z สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความภักดีต่อองค์กรไม่จำเป็นอีกต่อไป ?

เมื่อคนรุ่นใหม่ตัดสินใจลาออกจากงานเร็วขึ้น และมีกระแสว่า ความภักดี (loyalty) ต่อองค์กรไม่จำเป็นอีกต่อไป แล้วหาเป็นเช่นนี้ องค์กรต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง ถึงจะดึงคนให้อยู่ได้ ?

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “ดวงพร พรหมอ่อน” กรรมการผู้จัดการ JobsDB Thailand (จ๊อบส์ ดีบี ประเทศไทย) กล่าวว่า อันดับแรก องค์กรอาจจะต้องเข้าใจความต้องการคนรุ่นใหม่ก่อนว่าเขาต้องการอะไร รวมถึงเข้าใจพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มของ talents ซึ่งในปัจจุบันคนกลุ่มนี้พร้อมที่จะเป็น job hopper โดยไม่กลัวความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นอีกต่อไป

ซึ่งสามารถสังเกตได้ว่า ตั้งแต่หลังสถานการณ์โควิด-19 มา องค์กรหลาย ๆ แห่งได้มีการปรับตัวและเปลี่ยนวิธีการวัดผลการทำงาน โดยปรับเปลี่ยนมาเป็นการพิจารณาจากผลงานมากกว่ากระบวนการปฏิบัติงาน รวมถึง ค่านิยมเกี่ยวกับสวัสดิการบางอย่างสำหรับคนกลุ่มนี้ก็เปลี่ยนแปลงไป เพราะคนรุ่นใหม่มีแนวคิดที่เป็น Job hopper เปลี่ยนงานบ่อย

ดังนั้น สวัสดิการบางอย่าง เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็ไม่ได้สร้างแรงจูงใจให้มีความภักดีต่อองค์กร หรือ ความต้องการที่อยากได้ค่าสมาชิกฟิตเนส คลับ มากกว่าการได้สวัสดิการประกันกลุ่ม เป็นต้น นอกเหนือจากนี้ องค์กรควรมีการทำการสำรวจ เรื่องผลตอบแทนของพนักงานเป็นประจำทุกปี เพื่อสำรวจว่าผลตอบแทนของเรายังสามารถสู้กับองค์กรอื่นได้ในตลาด

เนื่องด้วยสิ่งที่สำคัญที่สุดของคนกลุ่ม talent นี้ คือ มีความต้องการในการเป็นที่รู้รับและยกย่องเชิดชูสำหรับทุกความสำเร็จของตน ซึ่งองค์กรควรมีช่องทาง สำหรับในส่วนนี้อยู่ตลอดเวลาโดยไม่ต้องรอให้ถึงสิ้นปีแล้วปรับเงินเดือน หรือจ่ายโบนัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...