โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ่อเผยปณิธาน 'หมอมีน' เป็นแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล วอน สธ.จัดตารางทำงานอย่างเหมาะสม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 มิ.ย. 2566 เวลา 13.49 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2566 เวลา 10.45 น.

‘พ่อหมอมีน’ ฝากถึงผู้บริหาร สธ.จัดตารางเวรหมอให้สอดคล้องกับสภาพร่างกาย ส่วนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับลูกสาว คาดไม่ชำนาญเส้นทาง ขณะที่ หน.หมวดทางหลวงบ่อพลอยลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อหาแนวทางแก้ไข

จากกรณี พญ.ญาณิศา สืบเชียง หรือ หมอมีน แพทย์อินเทิร์นปี 1 ของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ก่อนจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน บุคลากรทางการแพทย์ได้ออกมาแสดงความอาลัย รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่าหมอมีนซึ่งเป็นแพทย์จบใหม่ต้องเข้าเวรควบกะหลายชั่วโมงติดต่อกันจนร่างกายอ่อนเพลีย ก่อนจะขับรถไปประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมถึงโรงพยาบาลต้นสังกัดไม่ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักจนพักผ่อนไม่พอ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตหรือไม่นั้น

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองผักแว่น ต.สมเด็จเจริญ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี พบกับ นายนิพนท์ เจ้าหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับพื้นฐาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหนองผักแว่น ซึ่งเป็นผู้เข้าไปช่วยเหลือ

นายนิพนท์กล่าวว่า จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 15-16 เนินซอยหมู่ 6 เขย จากนั้นจึงนำรถฉุกเฉินพร้อมกำลังรุดไปที่เกิดเหตุเพื่อทำการช่วยเหลือ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบควันพุ่งขึ้นมาจากหน้ารถจำนวนมาก เกรงว่ารถจะระเบิดจึงรีบนำผู้บาดเจ็บออกจากตัวรถ นำส่งโรงพยาบาลหนองปรือ

นายนิพนท์กล่าวว่า ช่วงแรกไม่ทราบว่าผู้บาดเจ็บเป็นใคร และไม่คิดว่าเป็นแพทย์ จนมาตรวจภายในรถแล้วพบเสื้อกาวน์ มีชื่อเป็น พญ.ญาณิศา สืบเชียง หรือหมอมีน อายุ 23 ปี ที่ขับรถมาเพียงผู้เดียว

ขณะที่ นายวรรณเฉลิม จันทร์เมือง หัวหน้าหมวดทางหลวงบ่อพลอย ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพื่อหาแนวทางปรับปรุง รวมถึงติดป้ายบอกเส้นทางให้มากกว่าเดิม พร้อมกันนี้จะดำเนินการจัดหางบประมาณตั้งไฟกะพริบเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่จะทราบเส้นทางดี แต่หากคนนอกพื้นที่ โดยเฉพาะถนนเส้นนี้มีจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ กว่า 10 แห่ง อาจไม่ชำนาญเส้นทางทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

นายวรรณเฉลิมกล่าวอีกว่า จุดดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งแล้ว มีทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต ล่าสุดต้องเสียบุคลากรคือ พญ.ญาณิศา ฝากแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียด้วย และจะเร่งดำเนินการนำป้ายมาติดตั้งเพิ่มเป็นการเร่งด่วนต่อไป

จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) ต.บ้านใต้ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี สถานที่จัดงานสวดพระอภิธรรม พญ.ญาณิศา หรือหมอมีน พร้อมพูดคุยกับ นายนิธาน อายุ 51 ปี บิดาของหมอมีน ซึ่งยังอยู่ในอาการโศกเศร้า

นายนิธานเปิดเผยว่า ลูกสาวเป็นนักเรียนทุนของมหาวิทยาลัยมหิดล และได้เป็นแพทย์อินเทิร์นปี 1 ที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา หลังจากเข้าเวรวันที่ 22 มิถุนายน เสร็จเรียบร้อยในเวลา 16.00 น. ลูกขับรถออกจากโรงพยาบาลมุ่งหน้าไป อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี เพื่อไปดู รพ.สมเด็จพระบารมี และ รพ.หนองปรือ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล อยู่ห่างจากตัว จ.กาญจนบุรี กว่า 100 กิโลเมตร

นายนิธานกล่าวว่า ลูกสาวมีความตั้งใจจะไปปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์อินเทิร์นปี 2 ที่โรงพยาบาล 1 ใน 2 แห่งดังกล่าว หลังออกเวรจึงมุ่งหน้าไปดูสถานที่ของโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะไปปฏิบัติหน้าที่อยู่โรงพยาบาลใด ก่อนจะประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายนิธานกล่าวด้วยว่า ลูกสาวเป็นคนตั้งใจทำงาน บางครั้งก็เข้าเวรติดต่อกันจนไม่ได้กลับบ้าน ส่วนวันก่อนเกิดเหตุลูกเข้าเวรติดกันหลายกะเหมือนอย่างที่มีการกล่าวอ้างหรือไม่นั้นตนก็ไม่ทราบ ทราบเพียงว่าหมอมีนมีความตั้งใจจะไปปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลพื้นที่ห่างไกลเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ดีขึ้น

พ่อของ พญ.ญาณิศากล่าวต่อว่า ในฐานะที่เป็นพ่อหมอมีน อยากฝากไปถึงผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงโรงพยาบาลให้ดูแลจัดตารางเวรการปฏิบัติงานของหมอทุกคนให้มีความเหมาะสม ไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ติดต่อกันจนร่างกายเกิดอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจนรับไม่ไหว ส่วนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับลูกสาวคิดว่าอาจมาจากเรื่องไม่ชำนาญเส้นทางมากกว่าความอ่อนเพลียของร่างกายที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พญ.ญาณิศา หรือ หมอมีน เป็นแพทย์จบใหม่ 2566 เพิ่งจะเข้าปฏิบัติงานได้เพียง 23 วัน ก็มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...