โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พวกเขาขายมันให้ชาวจีนไปทำยา” ปลากระเบนราหูเสี่ยงสูญพันธ์ุ เพราะถูกชาวประมงล่าเอาเหงือก

The Momentum

อัพเดต 10 พ.ค. 2566 เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2566 เวลา 07.36 น. • กิตตินันท์ วัฒนธิติกุล

เดิมทีชาวจีนมีความเชื่อว่า ‘หูฉลาม’ มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ จนเกือบทำให้นักล่าแห่งท้องทะเลรายนี้สูญพันธุ์ หลังชาวประมงพากันออกเรือจับพวกมัน จากนั้นจึงเฉือนเอาแค่ส่วนครีบ แล้วโยนส่วนที่เหลือทิ้งลงน้ำ ปล่อยให้ฉลามเคราะห์ร้ายค่อยๆ จมลงสู่ก้นบึ้งมหาสมุทรในสภาพตายทั้งเป็น จนต้องมีการรณรงค์งดบริโภคหูฉลามจริงจังทั่วโลก

แต่น่าเศร้าที่ฉลามไม่ใช่เหยื่อรายเดียว เพราะขณะเดียวกัน ‘ปลากระเบนราหู’ (Manta Ray) ก็เป็นอีกหนึ่งสปีชีส์ที่ถูกชาวประมงล่าอย่างทารุณในแถบมหาสมุทรอินเดีย โดยแหล่งที่มีการล่าปลากระเบนราหูอันดับหนึ่งคือประเทศศรีลังกา ซึ่งทุกเช้า ชาวประมงจะใช้วิธีลากอวนจับพวกมันขึ้นมา ก่อนลงมือเฉือนเอา ‘เหงือก’ ส่งไปที่ตลาดปลาเมืองเนกอมโบ (Negombo) ในปริมาณวันละไม่ต่ำกว่า 700 กิโลกรัม พร้อมเตรียมตากแห้งส่งออกไปทั่วเอเชียตะวันออกรวมถึงจีน ในฐานะสินค้าชั้นดีสำหรับผู้ที่หลงใหลการเปิบเมนูพิสดาร

เรื่องนี้ ดาเนียล เฟอร์นานโด (Daniel Fernando) ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรวิจัยและให้คำปรึกษาทางทะเล (Blue Resources Trust) ออกมาต่อต้านการกระทำของชาวประมงศรีลังกา ว่าเป็นการฆ่าตัดตอนประชากรปลากระเบนราหู ทั้งที่ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาพวกมันถูกล่าอย่างหนัก จนมีจำนวนประชากรลดลงจาก 70% เหลือ 50% ในมหาสมุทรอินเดีย

“ชาวประมงศรีลังกาไม่ได้จับกระเบนราหูเพราะต้องการเนื้อ พวกเขาจับมันขึ้นมาตัดหัวแล้วเอาแค่เหงือก จากนั้นก็โยนตัวทิ้งลงทะเลอย่างอำมหิต เราได้ยินมาว่า พ่อค้าปลาส่วนใหญ่ยินดีขายมันให้กับชาวจีน ที่เชื่อว่าเหงือกปลากระเบนราหูตากแห้งเหมาะปรุงเป็นยาบำรุงกำลังชั้นดี ทั้งที่ในเชิงการแพทย์ไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่า เหงือกของมันมีสรรพคุณดีต่อร่างกายมนุษย์ และอวัยวะดังกล่าวของปลาชนิดนี้ ก็มีหน้าที่กรองน้ำไหลเข้าออกเพื่อหายใจเท่านั้น”

แม้ในปี 2014 อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส (Cites) ขึ้นทะเบียนปลากระเบนราหูในฐานะสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ รวมไปถึงสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC) ได้ออกกฎหมายห้ามซื้อขายเหงือกของปลากระเบนราหู และประกาศพื้นที่คุ้มครองพวกมันผ่านอนุสัญญากรุงบอนน์ (Bonn Convention) แต่ในประเทศศรีลังกาก็ยังมีคนแอบขายและลักลอบส่งออกอยู่ตลอด เช่นในปี 2020 ที่มีการยึดเหงือกปลากระเบนตากแห้ง น้ำหนัก 300 กิโลกรัม มูลค่า 1.16 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3,907,982 บาท) ได้ที่สนามบินฮ่องกง ซึ่งแน่นอนว่ามีต้นทางขนส่งมาจากศรีลังกา

อีกทั้งการที่ประเทศศรีลังกาเผชิญภาวะวิกฤตเศรษฐกิจขั้นร้ายแรงในรอบ 74 ปี ทำให้ประชาชนชาวศรีลังการาว 32% ตัดสินใจหันมาทำอาชีพประมงตามบรรพบุรุษ โดยมุ่งเน้นล่าเหงือกปลากระเบนราหู ที่ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึงชิ้นละ 130 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4,386 บาท)

โดยปกติ ปลากระเบนราหูใช้ระยะเวลา 10-15 ปี เพื่อเติบโตสู่วัยเจริญพันธุ์ และโดยเฉลี่ย 2-3 ปี จะให้กำเนิดลูก 1 ตัว จึงไม่น่าแปลกใจนักที่พวกมันกำลังเข้าสู่สภาวะใกล้สูญพันธุ์ ผนวกกับการใช้อวนจับสัตว์น้ำที่มีส่วนทำลายแหล่งอนุบาลตามธรรมชาติ ทำให้ประชากรของพวกมันลดน้อยลงไปอีก

หากรัฐบาลศรีลังกายังนิ่งเฉยต่อปัญหานี้ อนาคตอันใกล้เราคงได้ขึ้นทะเบียนว่า กระเบนราหูเป็นสัตว์อีกชนิดที่สูญพันธุ์ไปจากโลก ด้วยสาเหตุตัวโตๆ ว่า ‘เป็นเพราะฝีมือมนุษย์’

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...