โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดประวัติ “บอย ท่าพระจันทร์" ตำนานกระเพาะปลา

Wealthy Thai

อัพเดต 08 ก.ย 2566 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2566 เวลา 01.46 น. • คุณานันต์ CoinPro Today

บอย ท่าพระจันทร์ หรือ อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย เป็นเซียนพระชื่อดังที่ได้เข้ามาในวงการหุ้นด้วยการเป็นนักลงทุนสายเทรด

เส้นทางในวงการพระเครื่อง

เส้นทางในวงการพระเครื่องของ บอย ท่าพระจันทร์ เริ่มตั้งแต่ตอนที่เขาได้บวชเณร ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเหรียญไหนจริง เหรียญไหนปลอม บรรดาเณรที่บวชอยู่ด้วยกันได้เอาพระเครื่องมาโชว์กันอย่างสนุกสนาน แต่ตัวเขานั้นกลับไม่มีพระเครื่องเป็นของตัวเองเลย
ทำให้เมื่อสึกออกมาแล้วเด็กชายบอยได้นำรถของเล่นของตัวเองไปแลกกับพระเครื่องของเพื่อน ๆ แถวบ้าน นั่นคือจุดเริ่มต้นของความหลงไหลพระเครื่องของบอย ท่าพระจันทร์อย่างแท้จริง รู้เพียงแต่ว่าชอบพระเครื่องจึงสะสมมาเรื่อย ๆ
ตั้งแต่นั้นมาตนจึงเริ่มหันมาสนใจอย่างจริงจัง ส่องพระทุกวัน หาความรู้ทุกวัน จนไปสะดุดตากับพระองค์หนึ่ง ก็ค่อย ๆ ศึกษาหารายละเอียดจนรู้ว่าองค์ละ 1 ล้านบาท แต่สุดท้ายก็เป็นพระปลอม
ประสบการณ์ครั้งนั้นสอนให้ บอย ท่าพระจันทร์ หันมาศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับพระเครื่องอย่างจริงจัง ด้วยความอยากรู้ว่าพระรุ่นไหนปลอม รุ่นไหนจริง พยายามหาซื้อหนังสือพระมาอ่าน มาค้นคว้า โดยพระเครื่องที่ บอย ท่าพระจันทร์ เริ่มศึกษาอย่างจริงจังคือ "หลวงปู่โต๊ะ" วัดประดู่ฉิมพลี
ด้วยความรักในการดูพระเครื่องอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทำให้บอยเข้าไปคลุกคลีอยู่กับเซียนพระในตลาดพระเครื่องที่ใหญ่ที่สุดในเวลานั้นคือ “ท่าพระจันทร์” โดยช่วงแรกก็อาศัยครูพักลักจำจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ แลกกับการเฝ้าตู้เช็ดตู้พระเครื่องพลางเดินหาพระเครื่องมาปล่อยทำกำไรสั่งสมประสบการณ์อยู่หลายปี บวกกับความที่ชอบศึกษาหาความรู้ใส่ตัวอยู่ตลอดจนทำให้จากเด็กคนหนึ่งที่ไต่เต้าจากไม่มีอะไร เติบโตมาจนดูพระเก่งกาจสามารถฟันธงเรื่องพระแท้และปลอมได้ กล้าจ่ายตังค์หลักแสนหลักล้านได้ จนเซียนพระด้วยกันให้การยอมรับอย่างมากมายจนเป็นที่ยอมรับในวงการพระเครื่อง
บอย ท่าพระจันทร์ กล่าวว่า “เซียนกับการพลาดพลั้งนั้นเป็นของคู่กัน ‘สาเหตุหลัก ๆ มาจากความโลภเป็นส่วนใหญ่ เช่นพระงองค์นึงปล่อยได้ 5 แสน เจ้าของเอา 4-5 หมื่น ด้วยความที่เราอาจจะรีบหรือลนกลัวเจ้าของไม่ปล่อยเราตัดสินใจไปด้วยความรวดเร็วไม่ได้ไตร่ตรองโดยละเอียดนั่นคือโอกาสที่เราพลาดแล้ว พระที่เราพลาดส่วนใหญ่ไม่ใช่พระเหรียญ จะเป็นพระเนื้อผง เนื้อดิน เนื้อชิญที่เราไม่ชำนาญ”
“ถ้าคุณจะอยู่ในวงการพระโดยที่คนที่ยอมรับคุณว่าเป็นเซียน เซียนคนไหนไม่เคยโดนพระปลอม เซียนคนนั้นขี้โม้ เซียนคนไหนไม่เคยโดนพระเก๊ แปลว่าเซียนคนนั้นไม่เคยจ่ายตังค์” บอย ท่าพระจันทร์ กล่าว

สู่การเป็นเซียนหุ้นนักเทรด

เริ่มต้นจากการเข้าไปเรียนหลักสูตรพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือหลักสูตร RE-CU ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอนนั้นในคลาสมีคนเรียนทั้งหมด 160 คน คนในคลาสจะพูดคุยกันแต่เรื่องหุ้น ซึ่งเขามีความรู้เป็นศูนย์ และก็ยังไม่ได้สนใจเรื่องหุ้น
จนกระทั่งมาเจอลูกค้าคนหนึ่งมาบอกว่า มีหุ้น IPO ตัวใหม่ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นไทย มียอดจัดสรรหุ้นอยู่จำนวนหนึ่ง ตอนนั้นราคาหุ้นละ 11.40 บาท ‘บอย’ จึงได้ขอลงทุนไปประมาณ 1 ล้านหุ้น
รวมเป็นเงินลงทุน 11.40 ล้านบาท จึงโทรหาเพื่อนที่เล่นหุ้นขอแบ่งกันคนละครึ่ง วันที่เปิดเทรดวันแรกราคากระโดดขึ้นมา 13.40 บาท ได้กำไร 2 ล้านบาท แบ่งกันคนละครึ่ง พอได้เงินมาก็เริ่มรู้สึกว่า “ทำไมได้เงินง่ายขนาดนี้” จึงเริ่มสนใจวงการหุ้น
“ตลาดเช่าพระเครื่อง เทรดกันปีละประมาณ 1 แสนล้านบาท ถือว่าเป็นมูลค่าที่สูงมาก แต่สำหรับตลาดหุ้นแสนล้านใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น” นี่คือคำกล่าวของ”อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย” หรือ ”บอย ท่าพระจันทร์” เซียนพระเบอร์ต้นๆของประเทศ ที่ได้ผันตัวเองมาศึกษา และเรียนรู้การลงทุนในตลาดหุ้น
การเช่าพระ(ซื้อขาย)ด้วยมูลค่าหลักพันล้านบาท ในระยะเวลาอันสั้น สำหรับวงการพระถือว่ายากมาก แต่สำหรับตลาดหุ้นง่ายมาก ประเด็นดังกล่าวน่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ บอย ท่าพระจันทร์ ก้าวเข้าสู่วงการหุ้น

ตำนานกระเพาะปลาเก่า

กระเพาะปลาเก่าที่เป็นของแท้ มีราคาสูงมากในตลาด โดยเชื่อกันว่า กระเพาะปลาเป็นอาหารที่ในเมืองจีนนิยมบริโภคมาอย่างยาวนานกว่า 1 พันปี โดยในตำราจีนระบุว่า กระเพาะปลามีสรรพคุณบำรุงเลือด ตับ และไต เลือดลมไหลเวียนดี เพิ่มกำลังวังชา เพิ่มอายุวัฒนะ และอื่น ๆ อีกมากมาย
ทำให้กระเพาะปลากลายเป็นหนึ่งในเครื่องบรรณาการจากหัวเมืองชายฝั่งทะเล ที่ถวายให้แก่ฮ่องเต้ และเป็นสิ่งที่ชาวบ้านทั่วไปนิยมรับประทาน ในช่วงโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด วันตรุษจีน หรืองานแต่งงาน
ปัจจุบันกระเพาะปลาที่ติดหนึ่งในอันดับที่มีราคาแพงสุด อยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาทต่อกิโลกรัม เป็นสายพันธุ์กิมจี้ ซึ่งเป็นชนิดปลาน้ำลึกที่หาได้ยาก และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศจีนแล้ว กระเพาะปลาเพศผู้ จะมีราคาที่สูงกว่าเพศเมีย เนื่องจากกระเพาะปลาเพศผู้จะมีความหนา เนื้อแน่น และไม่ละลายในปาก รวมถึงเชื่อว่า มีสรรพคุณที่มากกว่า ขณะที่กระเพาะปลาเพศเมีย มีความบางและอ่อนนุ่มมากกว่า
ล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ภาพกระเพาะปลา ‘ปลากิมจี้’ ที่รับซื้อมาในราคา 11.5 ล้านบาท โดยระบุว่า "กิมจี้ตัวผู้ รับซื้อกิโล 20 ล้าน+(ตัวใหญ่ยิ่งแพง) หลานบอกว่า อากง หวงมากๆ มี 3 ตัว ขายไปสมัยก่อน 2ตัว (ได้เงินไป 800,000 บาท 10 ปีก่อน) แต่ตัวในรูปคือตัวสุดท้ายที่เหลือ เอามาขายให้ผม 11,500,000 บาท แบบจุกๆ ปล.ถ้าเจ้าของเก็บมาขายให้ผมทั้งหมด #จะได้เงินกี่บาทครับเนี่ย (ที่สำคัญ ตัวนี้เล็กกว่า 2 ตัวที่ขายไปเสียอีกครับ) กระเพาะปลาเก่ายิ่งตัวใหญ่ยิ่งแพงนะครับ"
“CoinPro Today เมื่อความรู้เป็นเรื่องสนุก”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...