อาจารย์มรภ.ร้อยเอ็ด จี้ อย่าล้มโต๊ะถกปมแก้คำขวัญด้วยวาทะ 'เกิดไม่ทัน' ด้อยค่าวิชาการ
อาจารย์มรภ.ร้อยเอ็ด จี้อย่าล้มโต๊ะถกปมแก้คำขวัญด้วยวาทะ ‘เกิดไม่ทัน’ ด้อยค่าวิชาการ
สืบเนื่องกรณีประธานสภาวัฒนธรรมร้อยเอ็ด แจงที่มาคำขวัญจังหวัด ‘สิบเอ็ดประตูเมืองงามฯ’ อ้างอิงแผนที่เข้าเมืองโบราณ มี 11 ช่องทาง และอ้างถึงการให้อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วโดยมองว่า ไม่มีใครผิด เพราะคำขวัญก็พิสูจน์ไม่ได้ เนื่องจากไม่มีบุคคลที่อยู่ในสมัยก่อน
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปริญ รสจันทร์ อาจารย์คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ว่า การอ้างถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตรวจสอบความถูกต้อง แล้วสรุปว่า “ไม่มีใครผิด เพราะคำขวัญก็พิสูจน์ไม่ได้ เนื่องจากไม่มีบุคคลที่อยู่ในสมัยก่อน” ส่วนตัวแล้วไม่ทราบในบริบทของคำกล่าวนี้ว่าในขณะนั้นหมายความว่าอย่างไรแน่ แต่ที่ชัดเจนคือคำกล่าวนี้ถูกยกมาใช้เป็นวาทกรรมแบบล้มโต๊ะให้หยุดถกเถียงในทำนองว่า “เกิดไม่ทันไม่มีใครรู้” ซึ่งเป็นการด้อยค่าวิชาประวัติศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องราวของผู้คนในอดีตบนหลักฐานและเหตุผล
“ถ้าอะไรที่เราเกิดไม่ทันแล้วศึกษาทำความเข้าใจไม่ได้ ทั้งโลกนี้คงไม่ต้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์กันอีกแล้ว แต่ในตอนนี้ประวัติศาสตร์กลับกลายเป็นวิชาสำคัญสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ต้องจัดการเรียนการสอนกันอย่างเข้มข้น วาทกรรมเช่นนี้ จึงสวนทางกับยุคสมัยจนไม่อาจก้าวไปในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ผศ.ปริญ กล่าว
ผ.ศ.ปริญ กล่าวว่า เรื่องสิบเอ็ดประตูมาจาก 11 ช่องทาง เป็นเรื่องเก่าที่ได้มีการศึกษาอธิบายมาตั้งแต่ก่อนเปลี่ยนคำขวัญแล้วว่าไม่เป็นจริง คือการศึกษาของพิเศษ เจียจันทร์พงษ์ ผู้เชี่ยวชาญของกรมศิลปากร มีการเผยแพร่ในบทความ เมืองร้อยเอ็ด (ประตู) หรือ -ทวารวดี แปลภาษาแขกเป็นลาว ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 15 ฉบับที่ 7 พฤษภาคม 2537 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าบทความนี้มีมาก่อนการเปลี่ยนแปลงคำขวัญของ จ.ร้อยเอ็ด ปี พ.ศ.2547-2549 คำถามคือบทความของนักวิชาการระดับนี้ ในนิตยสารที่ไม่ได้หายากแบบนี้ไม่ได้ผ่านหูผ่านตามาบ้างหรือไรเมื่อ พ.ศ.2552 มีเมื่อการทักท้วงจนจังหวัดร้อยเอ็ดได้มีการจัดสัมมนาประวัติศาสตร์เมืองร้อยเอ็ด โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านมาบรรยาย ซึ่งทุกคนในห้อง ประชุมในงานวันนั้น ก็รับทราบดี ว่า ร้อยเอ็ด มิใช่ 11 และได้มีการเดินหน้าสะสางความถูกต้องของเรื่องนี้
จนถึงต้นปี 2554 ได้มีการตั้งกรรมการ ชำระประวัติศาสตร์เมืองร้อยเอ็ด และมีความเห็นร่วมกันให้แก้ไขคำขวัญจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ยังคงเพิกเฉย และเผยแพร่ข้อมูลเพียงด้านเดียวอย่างต่อเนื่อง ผ่านคำขวัญจังหวัด และงานประจำปี 11 หัวเมืองบริวารให้เข้ากันกับ 11 ประตู
อันที่จริง มีการเผยแพร่ข้อมูลการศึกษาเรื่องร้อยเอ็ดประตูอย่างต่อเนื่อง เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ดที่ได้จัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้หลายครั้ง และมีการเผยแพร่ผ่านงานเขียนของนักวิชาการในมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด จนมีการจัดการเรียนการสอนวิชาร้อยเอ็ดศึกษามาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งเมืองร้อยเอ็ดปัจจุบันนั้นตั้งทับซ้อนอยู่บนเมืองร้าง ผู้คนมาอยู่ใหม่จึงปรับทางออกตามความสะดวกของคนที่มาอยู่ใหม่ จะถือแผนที่ทหารที่มีขึ้นภายหลังไม่ได้
อย่างไรก็ดี ถ้าให้ความยุติธรรมกับเรื่องสิบเอ็ดประตูบ้างก็ต้องไปดูว่ามีเอกสารหลังการตั้งเมืองร้อยเอ็ดที่กล่าวถึงสิบเอ็ดประตูหรือไม่ ซึ่งเอกสารที่น่าเชื่อว่าเป็นต้นฉบับของพงศาวดารที่เกี่ยวกับร้อยเอ็ดอื่น ๆ คือ พงศาวดารภาคอีสาน ฉบับพระยาขัติยวงษา (เหลา ณ ร้อยเอ็ด) นั้นไม่เคยเรียกเมืองร้อยเอ็ดว่าสิบเอ็ด
“เรื่องสิบเอ็ดประตูจึงเป็นเรื่องที่สร้างใหม่ จากความเชื่อพยายามให้เป็นความรู้ เพราะต่อมามีการนำไปสู่สถานศึกษาในรูปแบบของคำขวัญ และหลักสูตรต่าง ๆ จนมีผู้หลงเชื่อว่าความเท็จเหล่านี้เป็นความจริงเนื่องจากมีหน่วยงานรัฐเผยแพร่ผลิตซ้ำอย่างต่อเนื่อง เช่นที่ติดต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วยความเท็จที่หน้าสนามบินก็มีให้เห็นมานานหลายปี” ผศ.ปริญ อธิบาย
ผศ.ปริญกล่าวต่อไปอีกว่า หากจะมองเรื่องสิบเอ็ดประตูเป็นความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไรที่จะไม่ต้องอิงกับหลักฐานและหลักวิชาการ แต่เสียดายงบประมาณจากภาษีที่หน่วยงานจากภาครัฐต้องนำมารักษาความเท็จด้วยการเผยแพร่และผลิตซ้ำซึ่งส่งผลไปถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องแต่ต้องตกกระไดพลอยโจนด้วยสำคัญว่าได้ข้อมูลจริงจากหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนั้นความเสียหายเรื่องนี้จึงมีมากไม่ใช่ไม่มีอะไรเสียหาย
“เมื่อมีคนทักท้วงก็มักจบลงด้วยการเตะถ่วงที่เรียกว่าการชำระประวัติศาสตร์ร้อยเอ็ด ซึ่งก็จบลงแบบเดิม ๆ ว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอจะตัดสินใจว่าอะไรถูกระหว่างร้อยเอ็ดประตูกับสิบเอ็ดประตู ทั้งที่จริงแล้วมีข้อมูลการศึกษาที่เผยแพร่มาแล้วทั้งก่อนและหลังที่จะเกิดคำขวัญนี้ขึ้น คือมีการอธิบายเอาหลักฐานมาแสดงอย่างต่อเนื่องแต่คงไม่รับฟัง ข้ออ้างที่ว่าไม่มีหลักฐานสรุปไม่ได้ไม่มีใครเกิดทันจึงฟังไม่ขึ้นและเป็นที่มึนงงมาก” ผศ.ปริญ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปธ.สภาวัฒนธรรมร้อยเอ็ด แจงที่มาคำขวัญจังหวัด ‘สิบเอ็ดประตูเมืองงามฯ’ อ้างอิงแผนที่เข้าเมืองโบราณ มี 11 ช่องทาง