โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เผยกลาเซียร์ ‘ฮินดูกูช-หิมาลัย’ ละลายเร็วเป็นประวัติการณ์ เสี่ยงสูญเสียมวล 80% ในศตวรรษนี้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 มิ.ย. 2566 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2566 เวลา 08.15 น.
FILE PHOTO (AP /Ashwini Bhatia)

เผยกลาเซียร์ ‘ฮินดูกูช-หิมาลัย’ ละลายเร็วเป็นประวัติการณ์ เสี่ยงสูญเสียมวล 80% ในศตวรรษนี้

สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน อ้างอิงข้อมูลงานศึกษาวิจัยว่า ธารน้ำแข็งหรือ “กลาเซียร์” บริเวณเทือกเขาฮินดูกูช-หิมาลัย แหล่งกลาเซียร์ที่ใหญ่ที่สุดรองจากขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ กำลังละลายอย่างรวดเร็วในอัตราที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และอาจทำให้กว่า 80% ของมวลธารน้ำแข็งหายไปภายในศตวรรษนี้ หากยังไม่มีการจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างทันทีทันใด

รายงานการศึกษาที่เผยแพร่เมื่อวันเดียวกันจากศูนย์พัฒนาเทือกเขาแบบบูรณาการระหว่างประเทศ (International Centre for Integrated Mountain Development: ICIMOD) เตือนว่า น้ำท่วมฉับพลันและหิมะถล่มจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต และแหล่งน้ำจืดสะอาดที่ได้รับผลกระทบอาจมีอิทธิพลต่อประชากรเกือบ 2 พันล้านคนที่อาศัยอยู่ตามลำน้ำของแม่น้ำ 12 สายที่มีต้นกำเนิดจากภูเทือกเขานี้ โดยน้ำแข็งและหิมะจากเทือกเขาฮินดูกูช-หิมาลัยเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำเหล่านั้น ซึ่งไหลผ่าน 16 ประเทศในเอเชีย และเป็นแหล่งน้ำจืดให้กับประชากร 240 ล้านคนบนภูเขาและอีก 1.65 พันล้านคนที่อยู่ปลายน้ำ

“ผู้คนที่อาศัยอยู่ในภูเขาเหล่านี้ซึ่งแทบไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรเลยในการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนกำลังประสบความเสี่ยงสูงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ” อมีนา มาฮาร์จาน ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้ายถิ่นฐานและหนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยฉบับนี้กล่าว และว่า “ความพยายามในการปรับตัวในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ และพวกเรากังวลอย่างยิ่งว่าหากไม่มีการสนับสนุนมากกว่านี้ ชุมชนบนเทือกเขาเหล่านี้อาจไม่สามารถรับมือได้”

ทั้งนี้ การศึกษาจำนวนมากก่อนหน้านี้พบว่า “ไครโอสเฟียร์” (Cryosphere) หรือพื้นที่บนโลกที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็ง เป็นบริเวณที่ได้รับผลกระทบเลวร้ายที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการวิจัยล่าสุดยกกรณีศึกษาของธารน้ำแข็งบนยอดเขาเอเวอเรสต์ว่าน้ำแข็งที่สะสมมา 2,000 ปีได้ละลายไปแล้วในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา

การค้นพบที่สำคัญจากรายงานของ ICIMOD คือ การละลายของธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยตั้งแต่ปี 2010 เร็วกว่าในช่วงทศวรรษก่อนหน้าถึง 65% และการลดลงของหิมะที่ปกคลุมเทือกเขาเนื่องจากภาวะโลกร้อนจะส่งผลต่อแหล่งน้ำจืดของประชาชนที่อาศัยอยู่ปลายน้ำ การศึกษายังพบว่าทะเลสาบธารน้ำแข็งกว่า 200 แห่งทั่วเทือกเขากำลังมีอันตราย และภูมิภาคนี้อาจมีน้ำท่วมจากทะเลสาบน้ำแข็งเพิ่มขึ้นอย่างมากภายในสิ้นศตวรรษนี้

นอกจากนี้ การศึกษาพบว่าชุมชนภูเขาได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของโลก โดยการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็ง หิมะ และเพอร์มาฟรอสต์ (Permafrost) หรือชั้นดินเยือกแข็งของเทือกเขาฮินดูกูช-หิมาลัยจากภาวะโลกร้อนนั้น “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและส่วนมากไม่สามารถทำให้กลับไปเป็นเช่นเดิมได้”

ชุมชนชาวเขาหิมาลัยได้รับผลกระทบจากปัญหาทางสภาพอากาศของโลกแล้ว ซึ่งบางครั้งเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน อย่างเช่นเมื่อช่วงต้นปี มีรายงานว่าเมืองโจชีแมธ (Joshimath) บนภูเขาอินเดียเกิดจมตัวลงทำให้ต้องมีการปพยพประชาชนอย่างเร่งด่วน

ผู้เขี่ยวชาญทางสภาพภูมิอากาศโลกจึงเน้นย้ำว่าการทำให้อุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามความตกลงปารีสปี 2015 จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดในการคงไว้ซึ่งหิมะ น้ำแข็ง และเพอร์มาฟรอสต์ที่หลงเหลืออยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...