โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุสานโจโฉ ที่ไม่น่าจะเป็นของโจโฉ (?)

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 ม.ค. 2567 เวลา 12.27 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2567 เวลา 04.01 น.
พื้นที่ภายในสุสานที่เชื่อกันว่าเป็นของโจโฉ ตามคำแถลงของหน่วยงานด้านโบราณคดีของจีนเมื่อเดือนธันวาคม 2009 (AFP PHOTO / STR)

เมื่อปี 2009 มีการค้นพบทางโบราณคดีครั้งใหญ่ในประเทศจีน เมื่อนักโบราณคดีเชื่อว่าพวกเขาได้พบกับ สุสานโจโฉ ทรราชแห่งตำนานสามก๊กที่มีตัวตนอยู่จริงๆ ในประวัติศาสตร์ ซึ่งทางสำนักงานมรดกวัฒนธรรมแห่งชาติของจีน ประกาศให้การค้นพบสุสานของ“โจโฉ” ครั้งนี้ เป็นหนึ่งในสิบความสำเร็จทางด้านโบราณคดีครั้งสำคัญประจำปีนั้นด้วย

สุสานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Xigaoxue เขต Anyang ในมณฑลเหอหนาน ถูกพบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2008 ก่อนที่ Guan Qiang ผู้อำนวยการแผนกอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ของสำนักงานมรดกวัฒนธรรมแห่งชาติของจีนจะออกมากล่าวเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2009 ว่า

“การขุดสำรวจได้ดำเนินมาเป็นเวลาเกือบๆ ปีแล้ว ซึ่งเราก็น่าจะได้พบหลักฐานอะไรเพิ่มเติมอีก แต่เพียงหลักฐานที่เรามีในตอนนี้ เราสามารถบอกได้อย่างมั่นใจเลยว่าสุสานแห่งนี้เป็นของโจโฉ”

นักโบราณคดีพบซากศพ 3 ศพ ร่างหนึ่งเป็นของชายในวัยราว 60 ปี ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นร่างของ “โจโฉ” อีกร่างหนึ่งเป็นของหญิงวัยราว 50 ปี ซึ่งน่าจะเป็นชายาของโจโฉเอง ที่ถูกนำมาฝังร่วมกันในภายหลังพร้อมกับร่างของหญิงรับใช้ที่อยู่ในวัยระหว่าง 20-25 ปี

ส่วนหลักฐานสำคัญที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่านี่คือ สุสานโจโฉ ก็คือจารึกหลายชิ้นที่มีข้อความสลักเอาไว้ว่า “กษัตริย์อู่แห่งเว่ย* (Wei Wu King – King Wu of Wei) พระนามของโจโฉที่ได้รับการสถาปนาในภายหลัง โดยจารึกชิ้นแรกๆ ที่เจ้าหน้าที่พบก็คือจารึกที่ยึดได้จากพวกปล้นสุสาน ซึ่งคนร้ายอ้างว่าลักลอบนำออกมาจากสุสานดังกล่าว และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การค้นพบสุสานของเจ้าหน้าที่ทางการด้วย

นอกจากนี้ ลักษณะของสุสานก็ยังตรงกับคำสั่งเสียของโจโฉที่ต้องการให้สุสานของเขาตั้งอยู่บนเนินสูง เรียบง่าย ไม่ต้องพูนดิน ไม่ต้องปลูกต้นไม้ ไม่ต้องใส่อัญมณีมีค่า ประกอบกับสถานที่ตั้งก็อยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางอำนาจของแคว้นเว่ย จึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อแน่ว่าสุสานแห่งนี้น่าจะเป็นของโจโฉจริง

แต่เรื่องมันก็ไม่ได้จบง่ายๆ แค่นั้น ในเดือนสิงหาคม 2010 กลุ่มนักวิชาการ 23 รายจากทั่วประเทศจีนได้ออกมากล่าวว่า สุสานดังกล่าวไม่น่าจะเป็นของโจโฉ และหลักฐานที่ใช้นำมากล่าวอ้างก็น่าจะเป็นของปลอมด้วย

และสิ่งที่นักวิชาการกลุ่มนี้ไม่ให้ความเชื่อถือมากที่สุด ก็คือหลักฐานสำคัญที่สุดที่นักวิชาการของภาครัฐเอาไปอ้างว่าสุสานแห่งนี้เป็นของโจโฉ นั่นก็คือจารึกที่ปรากฏคำว่า “กษัตริย์อู่แห่งเว่ย” ซึ่งฝ่ายคัดค้านมองว่าการมีอยู่ของป้ายดังกล่าวเป็นเรื่องตลกและไม่เหมาะสมเอาเสียเลย

“แผ่นป้ายพวกนี้มันทำหน้าที่อย่างกับป้ายในพิพิธภัณฑ์ยังไงยังงั้น โจโฉคงไม่ต้องการป้ายพวกนี้ในหลุมศพของตัวเองแน่” หนึ่งในนักวิชาการฝ่ายคัดค้านกล่าวถึงแผ่นป้ายที่ปรากฏพระนามกษัตริย์อู่แห่งเว่ย ซึ่งปรากฏบนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ หลายชิ้นมีคำระบุว่า*ของส่วนตัวที่องค์กษัตริย์อู่แห่งเว่ยใช้เป็นประจำ”* ซึ่งรวมถึงหมอนหินชิ้นหนึ่งด้วย

(การที่สุสานโจโฉจะเต็มไปด้วยป้ายชื่อของตัวเองจริงๆ ก็น่าจะขัดกับเจตนาของโจโฉ ที่พยายามทำให้สุสานของตัวเองเรียบง่ายธรรมดา ไม่ต้องมีจุดสังเกต ไม่ต้องพูนดิน หรือมีการปลูกต้นไม้ ราวกับไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเป็นสุสานของตนเอง หรือถ้าจะเชื่อนิยายสามก๊กที่บอกว่ามีการทำสุสานโจโฉไว้ถึง 72 แห่ง เพื่อไม่ให้มีใครมาขุดค้นเจอ การมีป้ายชื่อของโจโฉอยู่หลายจุดในสุสานแห่งนี้ ก็อาจจะฟังดูไม่สมเหตุผลเช่นกัน-ผู้เขียน)

ส่วน Li Luping ผู้เชี่ยวชาญด้านตัวอักษรและจารึก ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวอักษรที่ปรากฏบนจารึกที่ถูกนำมากล่าวอ้าง บางตัวมีลักษณะที่คล้ายกับตัวอักษรที่ใช้ในปัจจุบันมากกว่าตัวอักษรที่ใช้ในยุคเดียวกัน คำศัพท์บางตัวก็เขียนผิด หรือถูกใช้ในบริบทของปัจจุบันมากกว่า

Lin Kuicheng ผู้อำนวยการคณะกรรมการด้านอักษรวิจิตรและการพิมพ์ ของสหพันธ์วรรณกรรมและแวดวงศิลปะแห่งไคฟง กล่าวว่า คำว่า “กษัตริย์อู่แห่งเว่ย” ที่ปรากฏอยู่ในจารึกก็ดูจะไม่สอดคล้องกับบริบททางประวัติศาสตร์ เพราะโจโฉเสียชีวิตตั้งแต่เดือนมีนาคม ค.ศ. 220 ขณะเป็นอ๋องแห่งเว่ย และถูกฝังหลังจากนั้นเพียงหนึ่งเดือน ซึ่งจนถึงขณะนั้นเขาไม่เคยถูกเรียกว่า “กษัตริย์อู่แห่งเว่ย” มาก่อน เมื่อโจผีขับพระเจ้าเหี้ยนเต้ออกจากบัลลังก์ในช่วงปลายปีแล้ว จึงมีการออกนามโจโฉว่า “กษัตริย์อู่” (King Wu) เป็นครั้งแรก แต่ก็ยังไม่ใช่ “กษัตริย์อู่แห่งเว่ย” (King Wu of Wei)

ด้าน Huang Zhengyun ผู้เชี่ยวชาญอีกรายจาก China University of Political Science and Law ก็บอกว่า โบราณวัตถุหลายชิ้นน่าจะถูกสร้างขึ้นด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ ศิลาจารึกบางอันที่ถูกพบจริงๆ แล้วก็น่าจะถูกตัดด้วยเลื่อยไฟฟ้า

ด้วยเหตุนี้ นักวิชาการกลุ่มนี้จึงถึงกับกล่าวหาว่ารัฐบาลท้องถิ่นของเขต Anyang น่าจะจงใจสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาเพื่อหาทางสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว

แม้ข้อทักท้วงของนักวิชาการกลุ่มนี้จะน่ารับฟัง แต่ถึงขณะนี้ทางการจีนยังคงถือว่าสุสานที่ค้นพบในปี 2009 เป็นของ “โจโฉ” จริง ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้วสุสานแห่งนี้ก็อาจจะเป็นของโจโฉอย่างที่ทางการเชื่อก็ได้ ไม่ว่าจารึกทั้งหมดจะเป็นของปลอม หรือเป็นของที่ทำขึ้นภายหลังหรือไม่ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ผู้เชี่ยวชาญคงต้องถกเถียงกันต่อไปว่าหลักฐานของฝ่ายใดน่าเชื่อถือกว่ากัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

“Tomb of Legendary Ruler Unearthed”. China Daily. <http://www.chinadaily.com.cn/china/2009-12/28/content_9234640.htm>

“Cao Cao’s Tomb: Experts Reveal That Findings and Artifacts Are Fake”. People’s Daily. <http://en.people.cn/90001/90782/90873/7114984.html>

“Experts: Cao Cao ’Tomb’ Is A Phony”. CNTV. <http://english.cntv.cn/20100825/101139.shtml>

หมายเหตุ : *ผู้เขียนใช้คำว่า “กษัตริย์อู่แห่งเว่ย” แทนคำว่า “จักรพรรดิอู่แห่งเว่ย” อย่างที่คนไทยคุ้นเคย เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาภาษาอังกฤษที่ใช้ในการอ้างอิง

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 27 มกราคม 2560

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุสานโจโฉ ที่ไม่น่าจะเป็นของโจโฉ (?)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...