โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Market-think : รีเจนซี่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ม.ค. 2566 เวลา 12.54 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2566 เวลา 03.03 น.

คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผมมีข้อสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง

ทำไม “รีเจนซี่” จึงเริ่มได้รับความนิยมในกลุ่มนักดื่มที่มีกำลังซื้อสูง

ผมทำหลักสูตร ABC กับ “โจ้” ธนา เธียรอัจฉริยะ

ที่ผ่านมาคนเรียน ABC ที่เป็นนักธุรกิจหรือนักบริหารทั้งรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ นอกจากดื่มไวน์แล้ว จะดื่ม “เหล้านอก” เป็นหลัก

ระดับ “แบล็กเลเบิล” ไม่ค่อยมีคนดื่ม

ส่วนใหญ่จะต้องเป็น “โกลด์เลเบิล” หรือเหล้าประเภท “ซิงเกิลมอลต์”

แต่ช่วง 2-3 ปีนี้ คนกลุ่มนี้เปลี่ยนมาดื่ม “รีเจนซี่” เป็นหลัก

บนโต๊ะในงานเลี้ยงจะมี “รีเจนซี่” วางคู่กับไวน์ยี่ห้อต่าง ๆ

ทั้งที่กำลังซื้อของคนกลุ่มนี้ไม่เปลี่ยนแปลง

เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมาก

ในฐานะคนที่ไม่ใช่ “นักดื่ม” ผมพยายามถามน้อง ๆ นักดื่มว่า ทำไมถึงเปลี่ยนมาดื่ม “รีเจนซี่”

คำตอบก็ไม่ชัดเจน

ส่วนหนึ่งบอกว่า ดื่ม “รีเจนซี่” แล้วไม่แฮงก์

บางคนก็บอกว่า ช่วงหลัง “เหล้านอก” ปลอมเยอะ

แต่ทั้ง 2 เหตุผลก็ยังไม่ค่อยมีน้ำหนักเท่าไรนัก

เพราะเรื่องคำร่ำลือว่า ดื่ม “รีเจนซี่” แล้วไม่แฮงก์ตอนเช้า เป็นเรื่องที่บอกต่อ ๆ กันนานมาแล้ว

ส่วนเรื่อง “เหล้าปลอม” ตอนหลัง “รีเจนซี่” ก็เริ่มมีปลอมมากขึ้น

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

เพราะ “รีเจนซี่” เป็นสินค้าที่ขาดตลาดมานานแล้ว

ผลิตเท่าไรก็หมด

ราคาก็ขยับขึ้นเรื่อย ๆ

ล่าสุดเพิ่งขยับราคาครั้งใหญ่ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ที่สำคัญ มีช่องว่างราคาระหว่างร้านสะดวกซื้อ หรือโมเดิร์นเทรด กับร้านค้าทั่วไปสูงมาก

ประมาณขวดละ 100 บาท

ว่ากันว่า พนักงานเซเว่นฯจะมีรายได้พิเศษจาก “ลูกค้าประจำ” ให้ช่วยเก็บ “รีเจนซี่” ให้หน่อย

เพราะหาซื้อราคานี้ยาก

สถานการณ์แบบนี้ไม่ปลอมก็แปลกแล้ว

“รีเจนซี่” เป็นเหล้าประเภท “บรั่นดี” ที่มีไม่กี่ยี่ห้อในเมืองไทย

ครองตลาด “บรั่นดี” ประมาณ 85%

“บรั่นดี” เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีความพิถีพิถันเป็นพิเศษเพราะต้องบ่มในถังไม้โอ๊ค เป็นเวลา 3 ปี

แต่การดื่มบรั่นดีในเมืองไทย ไม่เหมือนกับต่างประเทศ

ตามปกติ คนต่างชาติจะดื่มเพียว ๆ

แต่คนไทยดื่ม “บรั่นดี” เหมือนกับวิสกี้

คือ ใส่น้ำแข็ง ผสมโซดาหรือน้ำ

ตลาด “บรั่นดี” จึงกินตลาดวิสกี้ด้วย

การที่ “รีเจนซี่” ไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องกำลังการผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำให้เกิด “ช่องว่าง” ทางการตลาด

และเป็นเหตุผลที่ “เสถียร เศรษฐสิทธิ์” แห่งคาราบาวแดง เห็น “โอกาส”

เขาดึงมือปรุงบรั่นดีของ “รีเจนซี่” มาทำ “บรั่นดี” ยี่ห้อ “แกแล็กซี่”

เจาะช่องว่างตลาดนี้โดยตรง

แต่ไม่ได้มองแค่ตลาดบรั่นดีที่มีมูลค่าไม่ถึงหมื่นล้าน

เขามองถึงโอกาสที่จะไปกินตลาดวิสกี้ ซึ่งมีมูลค่าแสนล้านบาทด้วย

ตามธรรมชาติหลักการตลาดพื้นฐาน ถ้าสินค้าไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค

ลูกค้าอยากดื่ม แต่หาของไม่ได้

คนก็จะทดลองสินค้าประเภทเดียวกันตัวใหม่ทันที

ถ้ารสชาติทดแทนกันได้ เขาก็จะเปลี่ยนไปซื้อสินค้าใหม่ที่หาซื้อง่าย

ยิ่งตอนนี้ “รีเจนซี่” กินตลาดไปถึงลูกค้าระดับบนด้วย

มูลค่าตลาดกลุ่มนี้ใหญ่มาก

ถ้าพึงพอใจก็พร้อมจ่ายแพง

ไม่รู้ว่าเหตุผลหนึ่งที่ “รีเจนซี่” ขาดตลาดหนักขึ้น

เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ลงมากว้านซื้อเก็บตุนไว้ด้วยหรือเปล่า

คงต้องติดตามและหาคำตอบกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...