โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เบื้องหลังกลุ่มต่อต้าน รัฐบาลทหารในเมียนมา

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 24 ธ.ค. 2565 เวลา 16.45 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2565 เวลา 16.39 น.
(Photo by AFP)

นับตั้งแต่มิน อ่อง ลาย นำกองทัพยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลพลเรือนภายใต้การนำของนางออง ซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ก็เกิดขบวนการต่อต้านการรัฐประหาร และการปกครองของรัฐบาลทหารเมียนมาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่เป็นรูปธรรมที่สุดเห็นจะเป็นการจัดตั้ง “รัฐบาลเพื่อเอกภาพแห่งชาติ” (เอ็นยูจี) ขึ้นมาเป็นองค์กรเงาปกครองประเทศคู่ขนานไปกับรัฐบาลทหาร ต่อด้วยการก่อตั้ง “กองทัพประชาชน” (พีดีเอฟ) ขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับกองกำลังติดอาวุธของชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา

จนกระทั่งถึงบัดนี้ แม้การชุมนุมประท้วงเพื่อต่อต้านรัฐบาลทหารจะเลิกราหดหายไปจนหมดสิ้นหลังเผชิญกับการปราบปรามอย่างรุนแรง ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรมของกองทัพ

แต่ขบวนการต่อต้านทั้งด้วยอาวุธ การก่อเหตุโจมตี และการแทรกซึมในลักษณะอื่นๆ ยังคงดำเนินไปอย่างเข้มแข็งและแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางอยู่ต่อไป

รายงานเกี่ยวกับกรณีนี้ฉบับล่าสุดชื่อ “สงครามระดมทุน” ที่เผยแพร่เมื่อ 20 ธันวาคมที่ผ่านมาของอินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป (ไอซีจี) องค์กรคลังสมองระหว่างประเทศที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ไม่เพียงฉายให้เห็นภาพเบื้องหลังของขบวนการต่อต้านในเมียนมาที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี

แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงอุปสรรคสำคัญที่กลุ่มต่อต้านเหล่านี้ต้องเผชิญอยู่อีกด้วย

รายงานของไอซีจีชี้ให้เห็นว่าขบวนการต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ประสบความสำเร็จสูงยิ่งในการระดมทุนจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมแล้วนับเป็นหลายร้อยล้านดอลลาร์ ท่ามกลางความพยายามอย่างหนักของรัฐบาลทหารที่จะยับยั้งการถ่ายเทเงินทุนเข้ากระเป๋าของฝ่ายต่อต้าน แต่ยังไม่เป็นผลเท่าใดนัก

ทีมวิเคราะห์ของไอซีจีเชื่อว่า การระดมทุนและความพยายามในการยับยั้งเช่นนี้ จะเป็นตัวชี้ขาดสถานการณ์ในเมียนมาในอนาคต

ทอม คีน ที่ปรึกษาอาวุโสของไอซีจีในกิจการเมียนมาและบังกลาเทศ ระบุว่า จนถึงขณะนี้ขบวนการต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมายังประสบความสำเร็จในการถ่ายเทเงินที่ได้จากการระดมทุนผ่านระบบออนไลน์และโซเชียลมีเดีย “เข้าไปภายในประเทศและโดยรอบๆ เมียนมาได้ ใต้จมูกของระบอบปกครองของกองทัพ” โดยที่มีแนวโน้มน้อยมากที่จะถูกยับยั้ง

ปัญหาก็คือ ความเข้มงวดของรัฐบาลทหารกลับส่งผลให้องค์การเพื่อการพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) เกิดขาดแคลนเงินทุนสำหรับดำเนินการตามโครงการให้ความช่วยเหลือของตนในเมียนมาแทน เพราะถูกสกัดกั้นจากกลไกที่รัฐบาลทหารนำมาบังคับใช้

ไอซีจีแนะนำว่า องค์การระหว่างประเทศที่ต้องการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ควรหันไปจับมือกับ “หุ้นส่วน” ที่กลุ่มจัดตั้งภาคประชาสังคมในท้องถิ่นให้มากขึ้น จะช่วยให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มที่เดือดร้อนได้มากขึ้นกว่าเดิม

ช่องทางที่ใช้ไม่ควรจำกัดเฉพาะช่องทางเดียว แต่ให้หลากหลายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความช่วยเหลือก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเงินสดเพียงอย่างเดียว ยังอาจเป็นสิ่งของเพื่อบรรเทาทุกข์ได้ซึ่งดีพอๆ กับเงินสด

ไอซีจีระบุว่า การสนับสนุนด้วยเงิน ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะนำไปสู่การสู้รบเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น ที่ผู้บริจาคหลายคนมักลังเล เพราะโดยข้อเท็จจริงแล้ว การตัดความช่วยเหลือทางการเงินก็ไม่ได้หมายความว่า การสู้รบจะยุติ แต่จะกลายเป็นการเปิดช่องให้กองทัพโจมตีตอบโต้ แก้เผ็ดต่อพลเรือนได้ง่ายขึ้นและมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้น และมองทั่วโลกเป็นปฏิปักษ์มากยิ่งขึ้น

ทั้งยังจะเป็นการสนับสนุนรัฐบาลทหารที่ยังคงใช้กรรมวิธีอำหิตในการปราบปรามผู้ต่อต้านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันด้วยอีกต่างหาก

ประเด็นที่น่าสนใจมากที่สุดอีกประเด็นหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในรายงานชิ้นนี้ของไอซีจี ก็คือ ขบวนการที่จับอาวุธขึ้นต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาในเวลานี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงกองทัพประชาชน (พีดีเอฟ) ที่ขึ้นอยู่ภายใต้เอ็นยูจี รัฐบาลพลัดถิ่นของเมียนมาเท่านั้น

แต่ยังมีกลุ่มต่อต้านด้วยอาวุธอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจัดตั้งกันขึ้นเองแล้วหันมาจับมือเป็นพันธมิตรกับพีดีเอฟ และเอ็นยูจีอีกด้วย

นอกเหนือจากนั้น ยังมีกลุ่มติดอาวุธอิสระ ที่ดำเนินการต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมามาโดยตลอดอีกหลายร้อย หรืออาจจะนับได้เป็นพันกลุ่ม แยกอยู่ต่างหากและเป็นอิสระจากเอ็นยูจีโดยสิ้นเชิงอีกด้วย

ฮันเตอร์ มาร์สตัน ผู้เชี่ยวชาญการเมืองเมียนมาที่เป็นนักศึกษาปริญญาเอกด้านรัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ระบุว่า นับตั้งแต่รัฐประหารเป็นต้นมา ชาวเมียนมายังชีพอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาระบบโพยก๊วนทั้งเพื่อการเข้าถึงเม็ดเงินภายในประเทศและการได้รับเงินที่จัดส่งเข้ามาจากต่างประเทศเป็นสำคัญ

ระบบเครือข่ายทางการเงินแบบไม่เป็นทางการนี้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ชาวเมียนมาเป็นจำนวนมากใช้พึ่งพา เพื่อเอาตัวรอดจากไม่ให้อดอยาก อดมื้อกินมื้อ จากภาวะว่างงานหรือจากภาวะจ้างงานไม่เต็มที่ ที่เกิดขึ้นมานับตั้งแต่การรัฐประหาร

ระบบนี้กำลังถูกรัฐบาลทหารเมียนมากดดันอย่างหนัก โดยการหันมาว่าจ้างทีมนักกฎหมายอาศัยกฎหมายระหว่างประเทศและแนวทางดำเนินการด้านการเงินที่บัญญัติขึ้นเมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์ 9/11 เป็นเครื่องมือ

กดดันไม่ให้องค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานให้ความช่วยเหลือติดต่อกับรัฐบาลพลัดถิ่นอย่างเอ็นยูจี

และปิดกั้นไม่ให้รัฐบาลหลายประเทศที่เห็นใจให้ความช่วยเหลือต่อชบวนการต่อต้านในเมียนมา

และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินงานของขบวนการต่อต้านในเมียนมาอยู่ในเวลานี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...