โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

นักพัฒนาเริ่มเทสต์ระบบถอน ‘Stake ETH’ ปูทางก่อนอัปเกรด Shanghai ปีหน้า

efinanceThai

เผยแพร่ 24 พ.ย. 2565 เวลา 08.21 น.

นักพัฒนาเริ่มเทสต์ระบบถอน Stake ETH ปูทางก่อนอัปเกรด Shanghai ปีหน้า

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 พ.ย. 65 15:21 น.

กลุ่มนักพัฒนา Ethereum เปิดตัวเครือข่ายสำหรับนักพัฒนา เพื่อใช้ทดสอบระบบการถอนเหรียญ ETH ที่ฝากหรือล็อกไว้โดย Validator จากปัจจุบันที่ยังไม่มีการเปิดให้ใช้งานระบบถอนเหรียญที่ Stake ไว้
สำหรับการ Stake เหรียญคริปโทฯ จะคล้ายๆ กับการฝากประจำกับธนาคาร เพื่อรับดอกเบี้ย ซึ่งระบบการฝากหรือล็อกเหรียญไว้นี้เรียกกันว่า "Staking" โดยผู้ฝากจะได้รับผลตอบแทนเป็นเหรียญคริปโทในสกุลเดียวกับที่ฝากในที่นี้คือ ETH
ETH ที่ถูกนำมา Stake ไว้จะไม่สามารถถอนหรือนำไปซื้อขายได้ จนกว่าจะครบระยะเวลาตามเงื่อนไขซึ่งการ Stake จะเกิดขึ้นกับบล็อกเชนที่ใช้ฉันทามติแบบ Proof-of-Stake (PoS) โดยผู้ที่นำเหรียญมาฝากก็เท่ากับว่า ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่ายหรือเรียกสั้นๆ ว่า "Validator"
ดังนั้น หากมีการปลดล็อกให้ถอนเหรียญ ETH ที่ฝากไว้ จึงมีนัยสำคัญหลายประการต่ออนาคต Ethereum ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น เรามาดูกัน
👉เปิดตัวเครือข่ายทดสอบระบบถอนเหรียญ ที่ถูกล็อกไว้บนบล็อกเชน
ล่าสุดกลุ่มนักพัฒนา Ethereum ได้ทำการเปิดตัวเครือข่ายเพื่อใช้ทดสอบระบบถอนเหรียญของผู้ตรวจสอบยืนยันธุรกรรมบนบล็อกเชน (Validator) จากปัจจุบันเครือข่าย Ethereum ยังไม่ได้เปิดให้ใช้งานระบบถอนเหรียญที่ Stake ไว้
Marius Van Der Wijden นักพัฒนาของ Ethereum เปิดเผยว่า เครือข่ายของนักพัฒนาจะทำหน้าที่เตรียมความพร้อมให้กับ Ethereum ในการ เปิดใช้งานระบบถอนเหรียญ ของผู้ตรวจสอบยืนยันธุรกรรมภายในปีหน้า เมื่อมีการอัปเกรดบล็อกเชนในเวอร์ชั่นที่ชื่อว่า "Shanghai"

*ข่าวที่เกี่ยวข้อง : Ethereum เปิดตัวเครือข่ายทดสอบการอัปเกรด Shanghai ปูทางสู่เฟสต่อไป

ทั้งนี้ การที่ Ethereum ไม่เปิดให้มีระบบถอนเหรียญ ได้สร้างความวิตกกังวลว่าจะเกิดการ รวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง หลังจากที่ได้มีการเปลี่ยนผ่านไปใช้กลไกฉันทามติแบบ Proof-of-Stake แล้ว ซึ่งในประเด็นนี้ Wijden ได้ให้สัมภาษณ์กับ The Block ว่า
"นี่คือเครือข่ายแรกของนักพัฒนา ที่มีการเปิดระบบให้ถอนเหรียญผ่านซอฟต์แวร์ของ Ethereum ทุกเวอร์ชั่น และถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ"
"อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้สร้างซอฟต์แวร์ตรวจสอบยืนยันธุรกรรมของ Ethereum กลุ่มอื่น ๆ ได้เข้ามาทดสอบระบบถอนเหรียญด้วยการเข้ามาร่วมในเครือข่ายของนักพัฒนา
Wijden กล่าวว่า ผู้สร้างซอฟต์แวร์ตรวจสอบยืนยันธุรกรรมบนบล็อกเชน กำลังทดสอบระบบถอนเหรียญที่ได้ทำการล็อกเอาไว้บนบบล็อกเชน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการอัปเกรด Shanghai
เครือข่ายของนักพัฒนาดังกล่าว จะมุ่งเน้นไปที่ระบบถอนเหรียญเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ทำการทดสอบคุณลักษณะอื่น ๆ ที่จะมาพร้อมกับการอัปเกรด Shanghai
👉การเปิดระบบถอนเหรียญที่ Stake ไว้บน Ethereum สำคัญอย่างไร?
หากย้อนกลับไปดูการอัปเกรดครั้งใหญ่ของ Ethereum ที่ชื่อThe Merge ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านไปใช้กลไกฉันทามติแบบ Proof-of-Stake นั้น จะมีเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการอัปเกรดครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วงก็คือ ผู้ใช้งานจะต้องทำการวางเหรียญ ETH ของตัวเองหรือฝากเหรียญไปรวมกับกลุ่มผู้ใช้งานหลาย ๆ คนเพื่อนำไปล็อกไว้บนบล็อกเชนของ Ethereum ให้ครบตามเป้าหมายที่กำหนด ซึ่งวิธีการล็อกเหรียญที่สะดวกที่สุดคือ นำไปฝากไว้กับแพลตฟอร์มที่ให้บริการ Staking เหรียญ Ethereum
แม้ว่าในที่สุดแล้วผู้ใช้งานจะทำการล็อกเหรียญ ETH ได้ถึงจำนวนเป้าหมายที่กำหนดไว้เพื่อให้เกิดการอัปเกรด The Merge ได้สำเร็จ แต่ก็มีปัญหาใหม่เกิดขึ้นตามมา เพราะผู้ใช้งานไม่สามารถถอนเหรียญของตัวเองออกจากแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการ Staking ได้ เนื่องจากทางเครือข่าย Ethereum ยังไม่มีการเปิดให้ใช้งานระบบถอนเหรียญ
👉หลังอัปเกรด The Merge เกิดข้อครหาเรื่อง การรวบอำนาจ
หลังการอัปเกรด The Merge ปรากฏว่าบรรดาผู้ให้บริการ Staking เหรียญ Ethereum อย่างเช่น Coinbase, Kraken, Binance, Staked.us, Bitcoin Suisse, stakefish และ Figment ได้กลายมาเป็นผู้ที่ถือครอง Ethereum ไว้ในสัดส่วนมหาศาล!
ซึ่งเหรียญเหล่านี้ได้ถูกนำไปฝากไว้กับโหนดของผู้ตรวจสอบยืนยันธุรกรรม ส่งผลให้บุคคลเหล่านี้ มีอำนาจในการตัดสินใจดำเนินการบน Ethereum มากกว่าเจ้าของเหรียญตัวจริงเสียอีก
และนี่เองจึงเป็นที่มาว่าทำไมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในชุมชาวชาว Ethereum ได้แสดงความกังวลว่าบล็อกเชนนี้กำลังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการรวบอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง
อย่างไรก็ตาม Ethereum อาจจะสามารถคลี่คลายข้อครหาเหล่านี้ได้ เมื่อมีการเปิดระบบให้ถอนเหรียญที่ถูกล็อกไว้อยู่บนเครือข่ายนั่นเอง เพราะผู้ใช้งานจะสามารถดึงเหรียญ Ethereum ของตัวเองกลับคืนมาจากผู้ตรวจสอบยืนยันธุรกรรมที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมได้
👉ถ้าปลดล็อก Staking จะทำให้ผู้ใช้วางเหรียญได้เอง ไม่ต้องฝากคนอื่น
นอกจากนี้ ถ้ามีการเปิดระบบถอนเหรียญแล้ว ผู้ใช้งานก็จะสามารถทำสิ่งที่เรียกว่า การวางเหรียญด้วยตัวเอง ด้วยการเปิดใช้งานซอฟต์แวร์ตรวจสอบยืนยันธุรกรรมของ Ethereum โดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลภายนอก
ซึ่งในการอัปเกรด Shanghai จะทำให้ผู้ใช้งาน สามารถแลกเปลี่ยนเหรียญ Ethereum ที่ล็อกไว้ในเครือข่ายหรือ stETH ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการ Staking ที่ได้รับความนิยมสูงกลับมาเป็นเหรียญ Ethereum ปกติได้
Wijden ระบุว่าปัจจุบัน มีกลุ่มผู้สร้างซอฟต์แวร์ตรวจสอบยืนยันธุรกรรมของ Ethereum จำนวน 6 กลุ่ม ที่ได้เข้าร่วมเครือข่ายของนักพัฒนาแล้ว ได้แก่ Lodestar, Teku, Lighthouse, Nethermind และ Geth

ที่มา :theblock

*คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

รายงาน โดย ชัชชญา อังคุลี เรียบเรียง โดย ชัชชญา อังคุลี
อีเมล์. chatchaya@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...