โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จำนำทะเบียนรถ 2 แสนล้านระอุ ขาใหญ่ชิง-SCBXเขย่าตลาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 พ.ย. 2565 เวลา 16.31 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2565 เวลา 01.43 น.

สมรภูมิธุรกิจจำนำทะเบียน 2.26 แสนล้านเดือด “แบงก์-น็อนแบงก์” รายใหญ่แห่โดดร่วมวง กสิกรฯเผยตลาดเติบโตก้าวกระโดด-ผลตอบแทนสูงกว่า “สินเชื่อเช่าซื้อรถ” ขณะที่ความเสี่ยง “หนี้เสียต่ำ” SCBX ส่งบริษัทลูก “ออโต้ เอกซ์” เขย่าตลาด ประกาศท้ารบขึ้นท็อป 3 “จำนำทะเบียน” ภายใน 3 ปี ขณะที่ “ทีทีบี-TK” ร่วมแจม วงในเผย 3 ผู้เล่นใหญ่ “MTC-เงินติดล้อ-ศรีสวัสดิ์” คุมตลาดปูพรมสาขาทั่วประเทศ หน้าใหม่ไม่ง่าย

ธุรกิจจำนำทะเบียนเนื้อหอม

นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR และในฐานะนายกสมาคมการค้าผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทิศทางภาพรวมตลาดจำนำทะเบียนมีการเติบโตค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น โดยคาดการณ์ทั้งตลาดจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 15% แต่ปีนี้จะเห็นว่ามีอัตราการเติบโตสูงเฉลี่ย 20-30% ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในช่วงโควิด ทำให้พอร์ตสินเชื่อค้างคงอยู่ในระดับสูง และคาดว่าในปี 2566 อัตราการเติบโตจะชะลอตัวเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 10%

ส่งผลให้มีรายใหญ่ที่เป็นบริษัทลูกธนาคารเข้ามาเล่นในตลาดมากขึ้น โดยมองว่าอาจเห็นช่องทางการเติบโตของตลาดนี้ และเห็นว่า “เงินติดล้อ” ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารกรุงศรีฯสามารถเติบโตได้ดี จึงต้องการเข้ามาแข่งขันในตลาด แต่ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดที่มีสาขารวมกัน 2 หมื่นแห่ง ดังนั้นรายใหม่อาจจะไม่เห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดและรวดเร็วได้

สำหรับ “เงินติดล้อ” บริษัทยังคงคาดว่าการเติบโตสินเชื่อจำนำทะเบียนยังเป็นไปตามเป้าหมายที่ระดับ 25-30% จากพอร์ตสินเชื่อคงค้างที่มีอยู่ราว 75,865 ล้านบาท และโบรกเกอร์ประกันวินาศภัยขยายตัวกว่า 30% ซึ่งในสถานการณ์ความไม่แน่นอน มองว่าธุรกิจประกันจะเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ที่ไม่มีความเสี่ยงอีกทางหนึ่ง โดยกลยุทธ์ยังคงเดินหน้าเปิดสาขาเพิ่มเติม และหาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับลูกค้า โดยคาดว่าภายใน 3-5 ปี จำนวนสาขาจะอยู่ที่ 2,500 แห่ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,500 แห่ง พร้อมขยายช่องทางดิจิทัลควบคู่กัน

“ไลเซนส์จำนำทะเบียนมีมาตั้งแต่ปี 2562 แต่ที่เห็นรายใหม่เพิ่งขยับ อาจเพราะตลาดนี้โตเร็วกว่าสินเชื่อตัวอื่น แต่ปัจจัยดอกเบี้ยคงไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะเพดานที่ 24% ห่างจากธุรกิจเช่าซื้อ 1% ที่ถูกแคปไว้ 10-23% ยอมรับว่าอาจจะกระทบต่อรายเล็กบ้าง เพราะบริษัทที่มี DNA ของกลุ่มแบงก์สามารถขยายฐานลูกค้าได้ แต่ก็มีข้อเสียเรื่องประสบการณ์ที่อาจจะสู้ท้องถิ่นไม่ได้ และจำนวนสาขา”

3 ผู้เล่นใหญ่คุมตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้เล่นรายใหญ่ 3 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC มีพอร์ตสินเชื่อราว 1 แสนล้านบาท จำนวนสาขา 6,000-7,000 แห่ง และบริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) มีพอร์ตสินเชื่อราว 6-7 หมื่นล้านบาท สาขา 1,500 แห่ง และบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD มีพอร์ตสินเชื่อราว 4 หมื่นล้านบาท มีจำนวนสาขา 5,000-6,000 แห่ง

ทั้งนี้ ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า สินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับประเภทสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน (แบงก์และน็อนแบงก์) ณ เดือน ก.ย. 2565 มีจำนวนบัญชีทั้งสิ้น 4,814,632 บัญชี ยอดสินเชื่อคงค้าง 226,287 ล้านบาท และมียอดค้างชำระเกิน 3 เดือนขึ้นไป 3,999 ล้านบาท

โดยตลาดมีการเติบโตต่อเนื่องจากเดือน ธ.ค. 2564 ที่มีจำนวนบัญชี 4,200,224 บัญชี ยอดสินเชื่อคงค้าง 181,124 ล้านบาท และยอดค้างชำระเกิน 3 เดือนขึ้นไป อยู่ที่ 2,934 ล้านบาท และเดือน ธ.ค. 2563 มีจำนวน 3,754,344 บัญชี ยอดสินเชื่อคงค้าง 150,479 ล้านบาท

รายใหญ่แห่โดดลงสนาม

นายชัชฤทธิ์ ตั้งเถกิงเกียรติ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ผลิตภัณฑ์ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) กล่าวว่า ตลาดจำนำทะเบียนรถค่อนข้างคึกคักมาระยะหนึ่งแล้ว และจะเห็นว่ามีผู้เล่นรายใหม่กระโดดลงมาทำธุรกิจนี้มากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากตลาดเช่าซื้อการเติบโตเฉลี่ยต่อปีค่อนข้างจำกัด ประกอบกับหากดูผลตอบแทนเทียบกับจำนำทะเบียนค่อนข้างดีกว่าเกือบ 1 เท่าตัว

“ขนาดพอร์ตเช่าซื้อที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้การขยายตัวสูง ๆ จะทำได้ลำบากขึ้น จึงต้องรุกตลาดใหม่ ๆ โดยจะเห็นพอร์ตเช่าซื้อการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5% แต่จำนำทะเบียนเติบโตสูงกว่าเท่าตัว ซึ่งก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 พบว่า จำนำทะเบียนรถมียอดคงค้างในระบบประมาณ 1.24 แสนล้านบาท และล่าสุด ณ เดือน ก.ย. 2565 อยู่ที่ 2.26 แสนล้านบาท สะท้อนว่าพอร์ตเติบโตเพิ่มขึ้นสุทธิราว 1 แสนล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 30% โดยเฉพาะในช่วงโควิดถือเป็นการเติบโตค่อนข้างสูง เพราะลูกค้าต้องการเงินมาเสริมสภาพคล่อง”

ทั้งนี้ ผู้เล่นรายใหม่ที่เข้ามาในตลาดจำนำทะเบียนรถมีเพิ่มขึ้นทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทั้งไฟแนนซ์ท้องถิ่น และเชื่อว่าสถาบันการเงิน และผู้เล่นรายใหญ่หลายแห่งก็กำลังศึกษาตลาดจำนำทะเบียนรถอยู่ เพราะเป็นตลาดที่น่าสนใจ เช่นเดียวกับทีทีบีก็อยู่ระหว่างศึกษา แต่จะเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ “รถแลกเงิน” ที่มีอยู่แล้ว ให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

“การที่สถาบันการเงินเข้ามาเล่นในตลาดจำนำทะเบียนรถ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หากดูข้อมูลจะพบว่ายอดสินเชื่อในกลุ่มจำนำทะเบียนรถส่วนใหญ่มาจากน็อนแบงก์ เพราะแบงก์จะมีกฎเกณฑ์ข้อบังคับที่เข้มงวดกว่า ส่งผลให้การเติบโตไม่มากเท่าที่ควร ดังนั้นธนาคารที่จะทำธุรกิจจำนำทะเบียนรถต้องมีการปรับโมเดลธุรกิจ และรูปแบบการเข้ามาแข่งขัน เพื่อให้ทำธุรกิจได้คล่องตัวช่วยลดข้อจำกัดของหลักเกณฑ์ เพื่อสามารถแข่งขันกับตลาดที่มีน็อนแบงก์เป็นผู้เล่นหลักได้” นายชัชฤทธิ์กล่าว

SCBX ส่งบริษัทลูกเขย่าตลาด

ด้านนางอภิพันธ์ เจริญอนุสรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออโต้ เอกซ์ จํากัด ภายใต้ยานแม่ “เอสซีบี เอกซ์” กล่าวว่า นับตั้งแต่เปิดให้บริการ “เงินไชโย” สินเชื่อจำนำทะเบียนรถและวงเงินพร้อมใช้ เมื่อ ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา ได้รับการต้อนรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี คาดว่าในสิ้นปี 2565 จะมีฐานลูกค้า 8 หมื่นคน ปล่อยสินเชื่อได้กว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยเป็นรถจักรยานยนต์ 50% รถยนต์ 25% และรถเชิงพาณิชย์ 25%

ทั้งนี้ บริษัทมีสาขาให้บริการทุกวันไม่มีวันหยุดกว่า 1,200 สาขา รวมถึงช่องทางดิจิทัล ซึ่งคาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้จะมีลูกค้าดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น และ Line Chaiyo เพื่อใช้บริการเช็กยอด ชำระเงิน และขอสินเชื่อผ่านช่องทางนี้ ประมาณ 2 แสนราย

นางอภิพันธ์กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าภายในปี 2568 จะขึ้นเป็น 1 ใน 3 ผู้นำด้านสินเชื่อจำนำทะเบียน ด้วยยอดสินเชื่อคงค้าง 7 หมื่นล้านบาท พร้อมกับแผนขยายไปยังสินเชื่อประเภทอื่น เช่น นาโนไฟแนนซ์ สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นต้น

“บริษัทตั้งเป้าปี 2568 สร้างกำไรแตะระดับ 3,000 ล้านบาท และมีผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) มากกว่า 25% และมีสาขาทั่วประเทศจำนวน 3,000 สาขา และภายในปี 2570 ตั้งเป้านำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” นางอภิพันธ์กล่าว

กสิกรฯชี้ผลตอบแทนสูงจูงใจ

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า สินเชื่อจำนำทะเบียนรถถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูง (high yield) เมื่อเทียบกับสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น ส่งผลให้มีผู้เล่นทั้งที่เป็นธนาคารพาณิชย์ และน็อนแบงก์เข้ามาเล่นในตลาดนี้กันมากขึ้น และแนวโน้มยังคงมีผู้เล่นเข้ามาเพิ่มขึ้น

โดยหากดูตัวเลขสินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับประเภทที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน (จำนำทะเบียนรถ) ณ ก.ย. 2565 มีอัตราการเติบโตสูงถึง 34% ยอดสินเชื่อคงค้างทั้งระบบอยู่ที่ 2.26 แสนล้านบาท ซึ่งมีการเติบโตเป็น 2 หลักทั้งธนาคารพาณิชย์และน็อนแบงก์ โดยในส่วนของธนาคารพาณิชย์มีอัตราการเติบโต 15.2% เทียบกับสินเชื่อรายย่อยภาพรวมในช่วง 9 เดือนแรกขยายตัวเพียง 3.8% จึงเป็นสาเหตุให้ธนาคารพาณิชย์เข้ามาเล่นในตลาดนี้มากขึ้น

โดยศูนย์วิจัยคาดการณ์กรอบการเติบโตสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในปีนี้ ในส่วนของธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 17-20%ยอดสินเชื่อคงค้างภายในสิ้นปีอยู่ที่ 3.77 หมื่นล้านบาท

“หากดูภาพรวมสินเชื่อรายย่อยถือว่า จำนำทะเบียนรถ เป็นโปรดักต์ high yield ทำให้แบงก์และน็อนแบงก์เข้ามาเล่น และในแง่ความเสี่ยงของการเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่ำกว่าสินเชื่อรายย่อยประเภทคลีนโลน แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยกลุ่มจำนำทะเบียนจะโดนแคปเพดานไว้ที่ระดับ 24% ต่อปี แต่ถือว่าดีกว่าสินเชื่ออื่นในแง่ผลตอบแทน”

รายใหม่ไม่ง่าย-เจ้าตลาดพรึ่บ

นายสุธัช เรืองสุทธิภาพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เงินเทอร์โบ จำกัด หนึ่งในผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียน กล่าวว่า การเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากตลาดจำนำทะเบียนรถมีมูลค่าตลาดค่อนข้างใหญ่ และมีการเติบโตต่อเนื่อง รวมถึงให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง ส่งผลให้ผู้เล่นรายใหม่ที่ยังไม่ได้ทำตลาดนี้ต้องการเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งตลาด ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี การทำธุรกิจไม่ง่ายเพราะจะต้องมีจำนวนสาขาที่ค่อนข้างมาก และการบริหารจัดการติดตามหนี้จะต้องมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้ และเข้าถึงลูกค้าได้กว้างมากขึ้น โดยปัจจุบันผู้เล่นรายใหญ่ 3-4 แห่ง มีสาขารวมกันมากกว่า 1.4-1.5 หมื่นแห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ

“การแข่งขันเพิ่มขึ้นทุกปี ผู้เล่นรายใหม่ก็อยากเข้ามา เพราะต้องยอมรับว่าเค้กก้อนใหญ่ และมีการเติบโตค่อนข้างสูง ผลตอบแทนและการสร้างรายได้ดี แต่การเข้ามาก็ไม่ง่าย”

TK ลดเช่าซื้อ-ลุยจำนำ

นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK กล่าวว่า จากกรณี สคบ.ได้ออกประกาศ เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 นั้น ทาง TK ได้เริ่มปรับการดำเนินงานและเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง โดยได้เตรียมตัวตั้งแต่ก่อนออกประกาศ และเริ่มควบคุมคุณภาพการปล่อยสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 เพื่อลดต้นทุนทางด้าน credit cost หรือหนี้เสีย รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

“นอกจากนี้ บริษัทได้เตรียมพร้อมในการเพิ่มบริการใหม่ จากการที่บริษัทได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งบริการใหม่เหล่านี้จะช่วยเพิ่มรายได้ และช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากการพึ่งพาธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เพียงอย่างเดียว ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทในระยะกลางและระยะยาวต่อไป” นายประพลกล่าว

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้ธุรกิจจำนำทะเบียนรถค่อนข้างคึกคัก และคาดว่าจะคึกคักต่อเนื่องในปี 2566 ส่วนหนึ่งมาจากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเกี่ยวกับเรื่องเช่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ที่มีการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยรถยนต์ใหม่ไม่เกิน 10% ต่อปี รถใช้แล้วไม่เกิน 15% ต่อปี และรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 23% ต่อปี ซึ่งจะมีผลบังคับใช้วันที่ 10 ม.ค. 2566 นั้น จะกระทบกับธุรกิจเช่าซื้ออยู่พอสมควร

ทำให้ธุรกิจที่ปัจจุบันมีแต่ธุรกิจเช่าซื้อ ยังไม่ได้ทำสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ หันมาทำตลาดนี้มากขึ้น เพื่อรักษาอัตราผลตอบแทน (มาร์จิ้น) เนื่องจากเพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อค่อนข้างต่ำเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15% ต่อปี ขณะที่สินเชื่อทะเบียนรถ คิดดอกเบี้ยได้สูงถึง 24% ต่อปี ประกอบกับธุรกิจเช่าซื้อมีหลักเกณฑ์กติกาควบคุมค่อนข้างมาก ทำให้แบงก์และบริษัทในเครือธนาคารหันมารุกตลาดนี้เพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...