โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทนายตั้มเคลื่อนไหวแล้ว! ฝากขังแล้ว นางสาว ธ. ถูก “ยงยุทธ” แจ้งจับฉ้อโกง เผยภาพนี้!?

tvpoolonline.com

อัพเดต 12 ม.ค. 2566 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2566 เวลา 10.19 น. • TV Pool

เผยรายละเอียดคดี อดีตรองนายก ย. แจ้งความ นางสาว ธ. กับสามีพ่อ แม่ ร่วมกันฉ้อโกง หลอกลวงเอาทรัพย์สิน สินสอด รวมกว่า 10 ล้านบาท ช่วงปี 2564-2565 ทั้งที่มีสามี และจดทะเบียนสมรสแล้ว ล่าสุดพนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหาที่ 1-3 ส่งพนักงานอัยการพร้อมความเห็นควรฟ้อง และขอผัดฟ้องกับศาลอาญาตลิ่งชัน ขณะที่ผู้ต้องหาที่ 4 “พ่อ” หลบหนี ถูกออกหมายจับแล้ว

กรณี “ทนายตั้ม” นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ออกมาเปิดประเด็นสร้างความฮือฮาในสังคม กรณีรับมอบอำนาจจากสามีชื่อย่อ ก. เป็นโจทก์ฟ้องแพ่งเรียกค่าตอบแทนจากอดีตรองนายกรัฐมนตรีชื่อย่อ ย. เป็นจำเลยต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางตั้งแต่เดือน ธ.ค. 65 กรณีเป็นชู้กับภรรยาของตน อ้างว่ามีหลักฐานทั้งข้อความพูดคุยโต้ตอบ ใช้คำว่า “จ๊ะผัว-จ๊ะเมีย” และภาพถ่ายวาบหวิวระหว่างอยู่ด้วยกันเป็นหลักฐาน หลังกลายเป็นข่าวฉาวเป็นที่สนใจของสังคม คาดเดาว่าเป็นใคร ต่อมานายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีต รมว.มหาดไทย และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ไม่ใช่บุคคลที่ถูกทนายตั้มระบุอย่างแน่นอนตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้อดีตรองนายกรัฐมนตรี ย. แจ้งความร้องทุกข์ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง เรียกสินสอดและทรัพย์ที่ไปสู่ขอ น.ส.ธ.กับบิดาและมารดามาเป็นภรรยาคืน โดยพ.ต.ท.วันชัย พันธพัฒน์ สว. (สอบสวน) สน.บางยี่ขัน นัดหมายให้ น.ส. ธ. นาย ก. ผู้เป็นสามี นาง ข. มารดาของ น.ส. ธ. และนาย พ. บิดาของ น.ส. ธ. นำตัวผู้ถูกกล่าวหาและสำนวนการสอบสวนส่งพนักงานอัยการอาญาตลิ่งชัน 2 หลังมีคำสั่งฟ้องแต่ปรากฏว่า นาย พ.ไม่ให้ความร่วมมือการสอบสวนก่อนหน้าและไม่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก จึงขออนุมัติศาลอาญาตลิ่งชันออกหมายจับ และศาลอนุมัติหมายจับแล้ว จึงส่งสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหา 1-3 ให้พนักงานอัยการอาญาตลิ่งชัน เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา

หลังจากนั้น พ.ต.ท.วันชัย พันธพัฒน์ สว. (สอบสวน) สน.บางยี่ขัน ทำหนังสือแจ้งความคืบหน้าการสอบสวน (สรุปสำนวนส่งอัยการ) ที่ ตช 0015. (บก.น.7) 4 (ว.พ.) ลงวันที่ 10 ม.ค. “เรียน นาย ย.ผู้เสียหาย ตามที่ท่านแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีกับ น.ส. ธ.ผู้ต้องหาที่ 1 นาย ก. ผู้ต้องหาที่ 2 นาง ข. ผู้ต้องหาที่ 3 และนาย พ. ผู้ต้องหาที่ 4 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วตามคดีอาญาที่ 546/2565 และพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนแล้วนั้น

“ขอแจ้งความคืบหน้าผลการดำเนินการของพนักงานสอบสวนให้ทราบดังนี้ 1. ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนสั่งฟ้อง น.ส. ธ. ผู้ต้องหาที่ 1 นาย ก. ผู้ต้องหาที่ 2 นาง ข. ผู้ต้องหาที่ 3 และนาย พ. ผู้ต้องหาที่ 4 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และในส่วนผู้ต้องหาที่ 4 พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลอาญาตลิ่งชันออกหมายจับและศาลอนุมัติหมายจับแล้ว ตามหมายจับที่ จ.4/2566 ลงวันที่ 5 ม.ค. 2566 และส่งสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหา 1-3 ให้พนักงานอัยการอาญาตลิ่งชัน 2 แล้ว ในวันที่ 10 ม.ค. 2566 และขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาคดีในชั้นอัยการในชั้นศาล

2. สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไป 2.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามจับกุมตัวนาย พ. ผู้ต้องหาที่ 4 ตามหมายจับเพื่อดำเนินการตามกฎหมายภายในอายุความ 2.2 ติดตามการพิจารณาคดีในชั้นอัยการในชั้นศาลต่อไป 3. ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) ขอให้ติดตามสอบถามผลพิจารณาคดีในชั้นอัยการในชั้นศาลกับพนักงานสอบสวนต่อไป หมายเหตุ หากท่านประสงค์จะแจ้งข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนเพิ่มเติม หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการดำเนินการตามที่แจ้งข้างต้น สามารถติดต่อได้ที่ พ.ต.ท.วันชัย พันธพัฒน์ สว. (สอบสวน) สน.บางยี่ขัน”

สำหรับรายละเอียดคดีอาญาในชั้นศาลอาญาตลิ่งชัน มีรายงานว่า เช้าวันที่ 10 ม.ค. พนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน นำคำร้องขอผัดฟ้องคดีที่กล่าวหา นาง ธ. นายจ. กับนาย ก.และนาง ข. (มารดาและบิดาของนาง ธ.) เป็นผู้ต้องหาที่ 1-4 ตามลำดับ ฐานร่วมกันฉ้อโกงตามป.อาญามาตรา 341 ประกอบ 83 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี โดยคำร้องผัดฟ้อง ขอผัดฟ้องเฉพาะผู้ต้องหาที่ 1-3 เท่านั้น เพราะผู้ต้องหาที่ 4 ยังหลบหนี และไม่ได้นำตัวผู้ต้องหามา เพราะปล่อยตัวในชั้นสอบสวน และส่งสำนวนพร้อมความเห็นควรฟ้องตามป.วิอาญามาตรา 140, 141 แก่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาตลิ่งชันแล้ว โดยอัยการนัดมาฟังคำสั่งกลางเดือนก.พ.นี้

คำร้องผัดฟ้องใจความว่า ระหว่างปี 64-65 นาย ย. ผู้กล่าวหาได้คบหากัน กับนางธ.โดยไม่ทราบว่านางธ.มีสามีและจดทะเบียนแล้ว จากนั้นได้มอบทรัพย์สินให้จำนวนมาก (ประมาณ 10 ล้านบาท) โดยมีผู้ต้องหาที่ 3-4 ร่วมหลอกลวง เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วก็หลบหน้าไปไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมาจึงทราบว่า ผู้ต้องหาที่ 1 กับ 2 จดทะเบียนสมรสกันแล้ว และยังอยู่กินกัน อีกทั้งได้มอบทรัพย์สินทั้งหมดแก่นาย จ. เมื่อผู้กล่าวหาไปร้องทุกข์แล้ว พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ต้องหามา มีผู้ต้องหาที่ 4 ไม่มา จึงขอศาลออกหมายจับแล้ว ขอให้ผัดฟ้องมีกำหนด 6 วัน ตั้งแต่ 10 ถึง 15 ม.ค.นี้ (ผัดได้ 5 ครั้ง ครั้งละหกวัน) ศาลรับคำขอผัดฟ้องไว้ต่อไป

ทนายตั้ม บอกว่า วันนี้พาลูกความมาแจ้งความกลับอดีตรองนายกฯ เรื่องแจ้งความเท็จให้ผู้อื่นได้นับโทษทางอาญา และให้ความเท็จกับพนักงานสอบสวนหลายอย่าง ทั้งเรื่องที่บอกว่ามีการสู่ขอฝ่ายหญิง มีการให้เงินไปซื้อคอนโดมิเนียมก็ไม่เป็นความจริง เพราะตัวเองมีหลักฐานกรรมสิทธิ์ว่าคอนโด ซื้อตั้งแต่ปี 2562 ก่อนที่อดีตรองนายกฯและผู้หญิงจะแอบคบชู้กันปี 2565 ที่ผ่านมา ส่วนประเด็นที่อ้างว่ามีการให้กว่า 10 ล้าน ก็เป็นเพียงการพูดลอยๆ ไม่มีหลักฐานเส้นทางการเงินที่โอนให้ผู้หญิงชัดเจน ส่วนตัวเชื่อว่าในระหว่างที่แอบคบหากันในการให้เงินจริงแต่ไม่ได้มียอดเงินเยอะขนาดนั้น รวมถึง เรื่องเงินสินสอดที่ให้ในงานสู่ขอก็เชื่อว่าไม่เป็นความจริง พร้อมท้าว่าหากมีการจัดพิธีจริงก็อย่างให้ออกมาโชว์ภาพยืนยันความจริงที่กล่าวอ้าง ส่วนเรื่องที่มีการแจ้งฉ้อโกงลูกความของตัวเองมองว่า ควรยอมรับผิดเรื่องการแอบคบชู้ก็จบ แต่กลับโยนความผิดแจ้งความฐานฉ้อโกง แม้ว่าทางพนักงานสอบสวนจะสั่งฟ้องในคดีนี้ไปแล้วแต่มองว่าตามหลักฐานที่มีหากเข้าสู่การพิจารณาของศาลก็จะยกฟ้องอยู่ดี ทนายตั้ม บอกว่า ล่าสุดตัวเองได้ข้อมูลว่า อดีตรองนายกฯพยายามใช่เล่ห์กลทางกฎหมายพยายามทำให้ตัวเองใสสะอาดต่อสู้คดี โดยการไปจดทะเบียนหย่ากับภรรยาที่สมรสกันมาหลาย 10 ปี ก่อนที่จะมีการแถลงข่าวเพียง 1 ชั่วโมง ที่ว่าการอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สำหรับประเด็นข้อสงสัยที่ว่าเรื่องนี้อาจเป็นขบวนการแบล็กเมล์ หรือไม่นั้น ทนายตั้ม ยืนยันว่า ไม่ใช่การเรียกตบทรัพย์อย่างแน่นอน เพราะก่อนที่จะนำเรื่องมาเปิดเผยไม่เคยมีการนำภาพหรือหลักฐานไปเรียกเงินอดีตนายกฯมาก่อน ส่วนประเด็นที่บอกว่า ทางอดีตนายกและอดีตภรรยาของลูกความรู้จักและคบหากันมาเป็น 10 ปี ในช่วงที่ฝ่ายหญิงทำงานเป็นแคดดี้ที่สนามกอล์ฟ ประเด็นนี้ ทนายตั้ม บอกว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากผู้หญิงไม่เคยทำงานเป็นแคดดี้และหากรู้จักกันมาเป็น 10 ปี ในขณะนั้นก็อายุเพียง 15 ปี ซึ่งไม่สามารถทำงานแบบนั้นได้อยู่แล้วประเด็นนี้จึงตกไป ส่วนการเรียกค่าชดเชยในการฟ้องร้องครั้งนี้ ทนายตั้ม บอกว่า มีการเรียกเงินไปจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ถึง 25 ล้านตามที่เป็นข่าว แต่ขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผยจำนวนเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...