โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง “ราชวงศ์น่าน” กับ “ราชวงศ์พระร่วง” แห่งสุโขทัย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 ม.ค. 2568 เวลา 03.57 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 09.14 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน, สันนิษฐานว่าเป็นสตรีชั้นสูงในล้านนา (ภาพจาก เพ็ญสุภา สุขคตะ: มติชนสุดสัปดาห์, 2565)

ในรัชกาลพ่อขุนรามคำแหงมหาราช (พ.ศ. 1822-1841) น่านเป็นส่วนหนึ่งของศรีสัชนาลัยสุโขทัย เมื่อสิ้นรัชกาลพ่อขุนรามคำแหงฯ ราชอาณาจักรแตกออกเป็นหลายแว่นแคว้น สำหรับเมืองน่านและแพร่ได้แยกออกไปรวมกันอยู่ใต้กษัตริย์ราชวงศ์น่าน หรือราชวงศ์ภูคา

ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร ได้นำรายพระนามกษัตริย์น่านซึ่งปรากฏอยู่ในศิลาจารึกหลักที่ 45 มาเทียบเคียงกับพงศาวดารน่าน ได้เป็นพระนามดังนี้

1. ปู่พระยา (พระยาภูคาเมืองย่าง) 2. ปู่เริง 3. ปู่มุง (เจ้าขุนนุ่น) 4. ปู่พอง (เจ้าขุนฟอง) 5. ปู่ฟ้าฟื้น (เจ้าเก้าเกื่อน) 6. ผากอง (เจ้าผานอง, พ.ศ. 1863-1892) 7. เจ้าไส (พ.ศ. 1892-1894) 8. ปู่พระยาคำฟู (เจ้าการเมือง, พ.ศ. 1894-1904) 9. ผากอง (เจ้าผากอง, พ.ศ. 1904-1929) 10. พระยาผู้ปู่ (เจ้าคำตัน, พ.ศ. 1929-1939)

ก่อนน่านเป็นล้านนา

แม้ส่วนใหญ่ในประวัติศาสตร์ น่านจะเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา แต่ ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ชี้ว่า ก่อนหน้านั้นกษัตริย์น่านกับกษัตริย์สุโขทัยยังมีความสัมพันธ์อันดีและพึ่งพาอาศัยกันตลอดมา

ดังจะเห็นว่า หลังสิ้นพ่อขุนรามคำแห่งมหาราช กษัตริย์น่านปกครองเมืองน่านและแพร่อย่างเป็นอิสระ กระทั่งพระมหาธรรมราชา (ลิไทย) (พ.ศ. 1890-1911) พระราชนัดดาพ่อขุนรามฯ ทรงรวบรวมราชอาณาจักรขึ้นใหม่ เมืองน่านยังเข้าเป็นพันธมิตรกับสุโขทัยรบกับอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 1919 ซึ่งตอนนั้นมีพระบรมราชาธิราชที่ 1 เป็นกษัตริย์

เมื่อถึง พ.ศ. 1935 รัชกาลพระเจ้าไสลือไทย (พ.ศ. 1943-1962) ทรงทำพิธีสาบานร่วมรุกรบกับปู่ ซึ่งเป็นกษัตริย์แห่งน่านและแพร่ นั่นคือพระยาผู้ปู่หรือเจ้าคำตัน

พงศาวดารน่านระบุว่า เจ้าศรีจันต๊ะ (ศรีจันทะ) พระโอรสของเจ้าคำตัน ได้ครองเมืองน่านต่อจากบิดาอยู่ปีเดียวก็ถูกพระยาเมืองแพร่ฆ่าเมื่อ พ.ศ. 1940 เจ้าหุงพระอนุชาจึงหนีไปพึ่งพระยาเชลียง เชื้อพระวงศ์พระร่วงแห่งสุโขทัย และขอกำลังไปรบชิงเมืองน่านคืนจนสำเร็จในปีถัดมา

4 รัชกาลถัดมา เจ้าอินต๊ะแก่นถูกพระอนุชาชิงเมืองไปเมื่อ พ.ศ. 1975 ก็หนีไปพึ่งพระยาเชลียงและขอแรงสนับสนุนจากสุโขทัยตีเมืองคืนอีก

กระทั่งพระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่ทรงยกกองทัพมาตีเมืองแพร่และเมืองน่าน ได้เมืองแพร่เมื่อ พ.ศ. 1988 และต้องใช้เวลาถึง 6 ปี จึงตีเมืองน่านได้สำเร็จเมื่อ พ.ศ. 1991 พระยาอินต๊ะแก่นยังต้องหนีไปพึ่งพระยาเชลียงอีกครั้ง

แต่นั้นมาเมืองน่านก็รวมอยู่กับล้านนาเกือบตลอด จนมาเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรสยามในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2331

กษัตริย์น่านคือพระร่วง?

ตามตำนานสิบห้าราชวงศ์และตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ที่มาของพงศาวดารโยนก เล่าถึงบทบาทของ พระยามังราย (เม็งราย) แห่งเชียงใหม่ ในการตัดสินคดี “พระยาร่วง” เป็นชู้กับนางอั้วเชียงแสน เทวีของพระยางำเมืองแห่งเมืองพะเยา สาเหตุมาจากนางอั้วเชียงแสนโกรธสวามีที่พูดเย้าหยอกว่าแกงที่นางปรุงมีน้ำแกงมากไป จึงไปลักลอบชอบพอกับพระร่วง

แต่พงศาวดารเมืองน่าน ต้นตอของเรื่องดังกล่าว เล่าว่า นางอั้วสิมแห่งเมืองปัว (น่าน) ถูกพระยางำเมืองหยอกล้อเรื่องน้ำแกง (เหมือนกัน) จึงลากลับเมืองแล้วไปได้กับขุนไสยศ ซึ่งต่อมาคือ “พระยาผานอง” กษัตริย์เมืองน่าน

เมื่อพิจารณาจากศิลาจารึกหลักที่ 45 การที่พระเจ้าไสลือไทยทรงถือพระยาคำตันกษัตริย์แห่งน่านเป็นปู่ ราชวงศ์ภูคาย่อมเกี่ยวดองกับราชวงศ์พระร่วงมาก่อนหน้านั้น และพงศาวดารทางเหนือคงเรียกพระยาผานองเป็น “พระร่วง” ไปด้วย

พระร่วงที่เป็นชู้กับนางอั้วเทวีพระยางำเมือง จึงไม่ใช่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช แต่เป็นพระร่วงฝั่งราชวงศ์ภูคา

“ราชวงศ์น่าน” เชื้อสายพ่อขุนผาเมือง?

ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ยังเสนอด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์น่านกับราชวงศ์พระร่วง อาจสืบย้อนไปก่อนหน้านั้น เพราะก่อนราชวงศ์พระร่วงจะครองราชอาณาจักรศรีสัชนาลัยสุโขทัย มีราชวงศ์ของพ่อขุนศรีนาวนำถุมครองเชลียง-สุโขทัยอยู่ก่อนแล้ว เมื่อพ่อขุนศรีนาวนำถุมสิ้นพระชนม์ พ่อขุนผาเมืองพระโอรสกับพ่อขุนบางกลางหาว (ต่อมาคือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์) ได้ร่วมกันชิงเมืองจากขอมสบาดโขลญลำพงสำเร็จ

พ่อขุนผาเมืองนั้นเดิมครองกลุ่มเมืองราด เมืองสะค้า และเมืองลุมบาจาย แต่ภายหลังราชวงศ์พระร่วงของพ่อขุนบางกลางหาวครองศรีสัชนาลัยสุโขทัย ราชวงศ์ของพ่อขุนศรีนาวนำถุม-พ่อขุนผาเมือง ก็หายสาบสูญไปอย่างน่าฉงน

ตรงนี้เองที่ ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ให้ความเห็นไว้ว่า กษัตริย์เมืองน่านที่มักมีต้นนามว่า “ผา” ไม่ว่าจะเป็น ผานอง ผากอง ฯลฯ นั่นแหละ คือเชื้อสายพ่อขุนผาเมือง

“สมัยสุโขทัยนิยมนำชื่อปู่มาเป็นชื่อหลานแบบเดียวกับกรีกโบราณ เช่น พระยาเลอไทยมีลูกชื่อลือไทย (ลิไทย) ชั้นหลานชื่อพ่อเลอไทย ชั้นเหลนชื่อพระยาไสลือไทย สลับกันไปดังนี้…”

การหยิบคำ (บางคำ) จากชื่อพ่อมาเป็นชื่อลูก-หลานนี้ คงไม่จำกัดอยู่แต่ราชวงศ์พระร่วง แต่ใช้กันในวงศ์วานของกลุ่มคนที่พูดภาษาไท-ลาว รวมถึงราชวงศ์ภูคาแห่งเมืองน่าน

นอกจากนี้ยังมีโอรสองค์หนึ่งของกษัตริย์น่านชื่อ “เจ้าบาจาย” ซึ่งตรงกับเมืองลุมบาจายที่พ่อขุนผาเมืองเคยครองอยู่ด้วย

แนวโน้มที่พ่อขุนผาเมืองจะเป็นผู้ครองเมืองน่านด้วยจึงมีความเป็นไปได้ ซึ่งหากจริงตามนั้น เมืองราด เมืองสะค้า และเมืองลุมบาจาย ก็น่าจะอยู่แถวลุ่มน้ำน่าน และสัมพันธภาพระหว่างราชวงศ์น่านกับราชวงศ์พระร่วงก็เหนียวแน่นมาตั้งแต่ยุคต้นวงศ์แล้ว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ประเสริฐ ณ นคร ; ศาสตราจารย์ ดร. (2549). ประวัติศาสตร์เบ็ดเตล็ด รวมบทนิพนธ์ “เสาหลักทางวิชาการ” ของศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร.กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 มกราคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง “ราชวงศ์น่าน” กับ “ราชวงศ์พระร่วง” แห่งสุโขทัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...