โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้จักแอปฯ โซเซียลจีน ‘Xiaohongshu’ ที่กำลังฮิตในอเมริกา จะมาแทน TikTok ได้หรือไม่

TODAY

อัพเดต 16 ม.ค. 2568 เวลา 20.12 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2568 เวลา 13.12 น. • workpointTODAY

อยู่ดีๆ ยอดดาวน์โหลดXiaohongshu แอปพลิเคชันโซเซียลมีเดียจากจีนก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จนขึ้นแท่นอันดับ1 ในApp Store ขณะเข้าใกล้วันดีเดย์ที่TikTok กำลังจะถูกปิดกั้นการใช้งานในสหรัฐฯ

จนหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ใช้งานชาวอเมริกันกำลังหันมาใช้Xiaohongshu แทนTikTok แต่แอปฯ นี้จะมาแทนTikTok ได้จริงหรือไม่ เราจะพาไปทำความรู้จักแอปฯ โซเซียลจีนที่กำลังได้รับความนิยมในสหรัฐฯ อยู่ตอนนี้ พร้อมหาคำตอบของคำถามสำคัญที่ว่าXiaohongshu มีโอกาสเผชิญชะตากรรมแบบเดียวTikTok มากน้อยแค่ไหน

Xiaohongshu คืออะไร

‘Xiaohongshu’ (อ่านว่า– เสี่ยวหงซู) หรือที่ชาวอเมริกันรู้จักกันในชื่อภาษาอังกฤษว่า‘RedNote’ เป็นแอปพลิเคชันโซเซียลมีเดียที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้งานชาวจีนจำนวนมาก ปัจจุบันมีผู้ใช้งานถึง300 ล้านคนต่อเดือน

แอปฯ นี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี2013 เริ่มจากการวางตัวเป็นแพลตฟอร์มแนะนำสินค้า ก่อนจะกลายมาเป็นโซเซียลมีเดียและแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เปิดให้มีการซื้อขายสินค้าผ่านแอปฯ ได้

จุดเด่นของXiaohongshu คือสไตล์ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างInstagram กับPinterest เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถโพสต์รูปภาพ คลิปสั้น รวมไปถึงแบ่งปันไลฟ์สไตล์ ให้คำแนะนำ และรีวิวสินค้าต่างๆ โดยมีฟีเจอร์ให้ช้อปปิ้งอินสตรีมได้แบบTikTok ส่งผลให้แอปฯ นี้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง ที่เป็นผู้ใช้งานส่วนใหญ่ ครองสัดส่วนอยู่ถึง79%

ที่หมายใหม่ของ‘ผู้ลี้ภัยจากTikTok’

ความนิยมของXiaohongshu พุ่งขึ้นมาพร้อมๆ กับเทรนด์#tiktokrefugee หรือ‘ผู้ลี้ภัยจากTikTok’ ของกลุ่มผู้ใช้งานTikTok ในสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นมาในช่วงที่TikTok กำลังจะโดนแบนทำให้ชาวเน็ตพยายามหาแอปฯอื่นๆมาใช้งานแทน

แต่ปรากฏว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายของบรรดานักสังเกตการณ์ทั้งหลาย ที่ตอนแรกคิดกันว่า ชาวเน็ตอเมริกันจะหันไปหาFacebook และInstagram ของMeta ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันแทน กลายเป็นว่าชาวเน็ตกลับหันไปหาแอปพลิเคชันอื่นที่เป็นของจีน

ซึ่งดูเผินๆ เหมือนจะเป็นความพยายามท้าทายการตัดสินใจของรัฐบาล เพราะเหล่าบรรดาผู้ลี้ภัยจากTikTok หลายคน แสดงตัว ให้ความเห็นเลยว่า พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการแบนTikTok ด้วยเหตุผลเรื่องความมั่นคงของชาติ ถึงขั้นมีบางคนออกมาเสียดสีว่า“เพราะรัฐบาลพยายามแบนTikTok พวกเขาเลยต้องหันไปหาแอปพลิเคชันที่เป็นของจีนจริงๆ และยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวด้วยความเต็มใจ”

อย่างไรก็ตาม นี่อาจไม่ใช่แค่เหตุผลเดียวที่ทำให้ชาวเน็ตอเมริกันหันไปหาXiaohongshu อีกเรื่องหนึ่งที่ถูกมองว่าเป็นเหตุผลสำคัญ คือนโยบายลดการควบคุมเนื้อหาที่Meta เพิ่งออกมาประกาศเมื่อไม่นานนี้ ทำให้หลายคนกังวลว่าแพลตฟอร์มของMeta อาจมีเนื้อหาไม่เหมาะสมอยู่ในแพลตฟอร์มมากขึ้น

Lemon8 – CapCut เสี่ยงโดนแบนด้วย

นอกจากXiaohongshu ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มชาวเน็ตอเมริกันแล้ว อีกหนึ่งแอปพลิเคชันจีนที่กำลังมาแรงในหมู่ชาวเน็ต คือLemon8 ที่เป็นของByteDance เจ้าของเดียวกับTikTok กลายมาเป็นแอปฯ ที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดเป็นอันดับ2 ในApp Store ที่สหรัฐฯ ตามหลังXiaohongshu มาติดๆ

โดยLemon8 เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดตัวออกมาเมื่อปี2020มีรูปแบบคล้ายคลึงกับXiaohongshu คือสามารถโพสต์รูปภาพคลิปวิดีโอสั้นรีวิวสถานที่ต่างๆตามหมวดหมู่ที่แบ่งไว้อย่างชัดเจนพร้อมลูกเล่นให้ผู้ใช้งานสามารถตกแต่งสร้างสรรค์โพสต์ของตัวเองตามต้องการไม่ว่าจะเป็นการใช้เทมแพลตใส่ฟิลเตอร์หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรได้ด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่Lemon8 เป็นแอปพลิเคชันที่มีเจ้าของเดียวกับTikTok ทำให้ตอนนี้มีความกังวลขึ้นมาว่า แอปฯ นี้อาจจะถูกปิดกั้นการใช้งานในสหรัฐฯ ไปพร้อมกับTikTokซึ่งข้อกังวลนี้รวมไปถึงCapCut แอปฯ ตัดต่อวิดีโอยอดนิยมที่มีByteDance เป็นเจ้าของด้วยเหมือนกัน

โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าในกฎหมายปกป้องชาวอเมริกันจากแอปพลิเคชันที่ควบคุมโดยปรปักษ์ต่างชาติ ที่สหรัฐฯ มาบังคับใช้แบนTikTok มีการระบุชัดเจนว่ามีผลกับเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ทั้งบนเดสก์ท็อปและมือถือ หรือแอปพลิเคชันเทคโนโลยีเสริม ที่ดำเนินการโดยตรงหรือโดยอ้อม รวมถึงผ่านบริษัทแม่ บริษัทสาขา หรือบริษัทในเครือของByteDance

‘Xiaohongshu’ เสี่ยงเจอชะตากรรมเดียวกับ‘TikTok’

การตีความดังกล่าว ทำให้มีคำถามสำคัญตามมาว่าXiaohongshu ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันสัญชาติจีนเหมือนกัน มีโอกาสที่จะโดนเล่นงานโดยกฎหมายฉบับเดียวกันกับTikTok ซึ่งเรื่องนี้ยังคงไม่มีความชัดเจนในเวลานี้

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เริ่มมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในสหรัฐฯ หลายคนออกมาเตือนถึงความปลอดภัยในการใช้งานXiaohongshu แล้ว บางคนถึงกับเตือนเลยว่า จริงๆ แล้วXiaohongshu อาจอันตรายกว่าTikTok ซะอีก เพราะนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอปฯ นี้ มีความละเอียดอ่อนมากกว่า เช่น สามารถเข้าถึงตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้งานผ่านIP, มีการติดตามและเก็บรวบรวมพฤติกรรมท่องเว็บของผู้ใช้และที่สำคัญคือเงื่อนไขและรายละเอียดเรื่องความปลอดภัยแอปฯถูกระบุไว้เป็นภาษาจีนกลางทั้งหมด

ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมีความกังวลว่า แอปฯ นี้อาจนำข้อมูลของผู้ใช้งานไปแบ่งปันให้ผู้ให้บริการบุคคลที่3 หรือรัฐบาลจีน ที่อำนาจควบคุมแอปฯ นี้โดยตรง

ก่อนหน้านี้Xiaohongshu ก็เคยถูกรัฐบาลไต้หวันสั่งห้ามไม่ให้พนักงานภาครัฐใช้งานแอปฯนี้ในอุปกรณ์ส่วนตัวเนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติมาแล้ว

คงต้องรอดูต่อไปว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะดำเนินการอย่างไรกับแอปพลิเคชันโซเซียลมีเดียอื่นๆ ที่มาจากจีน หลังจากที่แบนTikTok ด้วยข้อกล่าวหาที่ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติไปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...