โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เปิดประตูสู่ความมั่งคั่งในยุค 90 : ความรุ่งโรจน์ของหญิงสาวผู้เกิดใหม่ [นิยายแปล]

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 08 ต.ค. 2567 เวลา 07.19 น. • Kawebook
ซีอีโอพันล้าน กลับชาติมาเกิดในร่างสาวน้อย..ที่กำลังจะถูกสามีกำจัด!? ปฏิบัติการพลิกชีวิตสุดพีค จากหญิงไร้ค่า สู่ราชินีเศรษฐินีผู้มั่งคั่งแห่งยุค 90 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!!

<h2 style='display: flex; justify-content: center;'>ข้อมูลเบื้องต้น</h2><figure style="width:50%;" class="image image_resized"><img loading="lazy" src="https://image.dek-d.com/28/0720/8334/134525707"></figure><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,37.5%);"><strong>เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ :  Guangzhou Alibaba Literature lnformation TechnologY Co., Ltd </strong></span><br><span style="color:hsl(0,0%,37.5%);"><strong>ประพันธ์โดย :  江陌南</strong></span><br><span style="color:hsl(0,0%,37.5%);"><strong>ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย : Glory Forever Public Co.,LTD</strong></span><br><span style="color:hsl(0,0%,37.5%);"><strong>บรรณาธิการ:วลีรัตน์ แทนคง</strong></span><br><span style="color:hsl(0,0%,37.5%);"><strong>แปลภาษาไทยโดย :ljladyjade</strong></span></p><hr><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">นักธุรกิจสาวใหญ่เครื่องบินตกจนทะลุมิติมาอยู่ในร่างของสาวน้อยสุดอาภัพ</span><br> </p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“คังอิง”</strong> ที่ถูกทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส</span></p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">ทั้งโดนโขกสับ ทุบตี และรีดเข็น เพียงเพราะ ลูกชิ้นทอด จานเดียว?!</span><br> </p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">สามีเฮงซวยที่ทำร้ายเธอพรรค์นี้จะเก็บเอาไว้ข้างตัวอีกทำไม?</span><br> </p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">เธอตั้งปณิธานทันทีที่ตื่นมา</span><br> </p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>ในเมื่อมีโอกาสได้เกิดใหม่ ฉันจะแก้แค้นให้แทนเอง</strong></span></p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>ฉันจะทำให้แม่ลูกใจร้ายคู่นี้ได้พบจุดจบที่พวกเขาสมควรได้รับ!</strong></span><br> </p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">ลั่นวาจาเสร็จสรรพก็กระแทกเท้าออกมาจากความเลวร้ายทันที</span><br> </p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">ชาติก่อนเธอเริ่มต้นจากศูนย์ยังประสบความสำเร็จได้</span></p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">ชาตินี้เธอมีทั้งความรู้เรื่องเศรษฐกิจ สังคม และกระแสนิยม</span></p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">ใยเธอจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งไม่ได้!</span><br> </p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">คอยดูเถอะ..</span></p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">คังอินผู้นี้จะกลายเป็นผู้เปิดหน้าประวัติศาสตร์ธุรกิจในยุค 90 เอง!</span></p><hr><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(330,100%,40%);"><strong>!!! จากการตอบรับที่ล้นหลาม !!!</strong></span><br><span style="color:hsl(0,100%,40%);"><strong><u>ยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3000 คน!!!</u></strong></span><br><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>ทางสำนักพิมพ์จึงเพิ่มจำนวนตอนอัปเดตต่อวัน เป็น 3 ตอน เป็นเวลา 5 วััน </strong></span><br><span style="color:hsl(0,100%,50%);"><strong><u>ตั้งแต่วันที่ 19 - 23 ตุลาคม 2567</u></strong></span></p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>.</strong></span></p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>ทั้งนี้ </strong></span><span style="color:hsl(0,100%,40%);"><strong><u>หากยอดเก็บเข้าชั้นถึง 6000 คน</u></strong></span><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong> ทางเราจะแจกตอนฟรีเพิ่มอีกเป็นวันละ 3 ตอน นับตั้งแต่วันที่ยอดถึงเป็นเวลาไปอีก 5 วัน</strong></span></p><p style="text-align:center;"><br><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^</strong></span></p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>.</strong></span></p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(330,100%,30%);"><strong>ขอแนะนำนิยายสนุกๆ คัดสรรค์มาเพื่อคุณนักอ่านโดยเฉพาะ</strong></span></p><figure style="width:30%;" class="image image_resized"><img loading="lazy" src="https://image.dek-d.com/28/0720/8334/134537480"></figure><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong>“หากบุรุษเช่นท่านไร้ที่ไป มาอยู่เป็นพลังใจให้ข้าดีหรือไม่!? มากเท่าไหร่ ยากเพียงไหน นางพร้อมทุ่มให้หมดหน้าตัก #นางเอกสายรุก”</strong></span></p><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,100%,40%);"><strong>อยากอ่านเรื่องนี้ จิ้มได้เลย >></strong></span><strong> </strong><br><a href="https://cutt.ly/3eGTVtZH" rel="nofollow" target="blank"><span style="color:hsl(30,100%,50%);"><strong><u>เกิดใหม่มาเติมเต็มท้องนาอันอุดมสมบูรณ์ ท่านอ๋องของข้าหล่อล้ำดั่งบุปผา</u></strong></span></a></p><hr/><h2 style='display: flex; justify-content: center;'>ตอนที่ 1 ฟื้นคืนชีพ</h2><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        “แกมันผู้หญิงใจร้ายใจทราม! ทำไมถึงเอาลูกชิ้นทอดให้แม่ฉันกิน! รู้ทั้งรู้ว่าแม่เป็นโรคความดันสูง ระบบย่อยไม่ดี ก็ยังจะให้กิน! เล่นเอาแม่ฉันท้องเสียอาเจียนปางตายไปครึ่งหนึ่งแล้ว! นังผู้หญิงสารเลว! ฉันจะตีแกให้ตาย!”</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        ระหว่างที่พูด ฟู่ซินหลางที่กำลังเดือดดาลก็ระดมหมัดใส่คังอิงผู้เป็นภรรยาอย่างโหดเหี้ยม</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        คังอิงทางหนึ่งพยายามดิ้นรนหลบหลีก ทางหนึ่งร้องลั่น “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำลูกชิ้นทอดให้ท่านสักหน่อย! หลายวันก่อนท่านเอาแต่พูดซ้ำๆ ว่าลูกชิ้นอร่อย ฉันเลยจำใจทำให้ท่านกิน!”</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        “ลูกแม่! ผู้หญิงคนนี้เลวมาก! แม่แค่บอกว่าลูกชิ้นน่ากิน บอกตอนไหนว่าอยากกินลูกชิ้นทอด! มื้อเที่ยงเมื่อวานมีกับข้าวจานเนื้อนั้นแค่จานเดียว แม่ไม่มีทางเลือกเลยจำใจกิน! หล่อนมันกลับดำเป็นขาวชัดๆ!”</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        เหมยเหนียงมารดาของฟู่ซินหลางยืนกุมท้องอยู่ในห้องนั่งเล่น ดวงตาคู่นั้นจ้องมองคังอิงอย่างเคียดแค้น พอเห็นลูกชายทุบตีคังอิง นางก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        “เห็นชัดๆ ว่าท่านแม่เอาแต่พูดซ้ำๆ ตั้งแต่เช้าจนค่ำว่าลูกชิ้นน่ากินแค่ไหน ฉันจะทำอะไรได้นอกจากทอดให้กินสักหน่อย ใครจะไปคิดว่าแม่จะกินหมดเกลี้ยงรวดเดียว กินไปมากขนาดนั้น ท้องจะไม่เสียได้ยังไง” คังอิงพยายามแก้ตัว</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        “ยังจะเถียง! ยังจะปากแข็งอีก! แม่ฉันอดทนเลี้ยงดูฉันมาตั้งแต่เด็กอย่างยากลำบากโดยลำพัง แกกล้าดียังไงมาใส่ร้ายแม่ฉัน! นางสารเลว ฉันจะตีแกให้ตาย!”</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        ฟู่ซินหลางยกเท้าขึ้นถีบไปที่หน้าอกของเธออย่างจัง คังอิงไม่ทันตั้งตัวจึงโดนถีบเข้าเต็มๆ ร่างของเธอลอยละลิ่วไปด้านหลังราวกับว่าวที่สายป่านขาด ศีรษะกระแทกเข้ากับมุมตู้ในห้องนั่งเล่น โลกพลันมืดดับ หมดสติไปในทันที…</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        เมื่อเห็นเธอนอนนิ่งไม่ไหวติง ฟู่ซินหลางที่รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจึงก้าวไปข้างหน้า โน้มตัวลงใช้มืออังจมูกของเธอเพื่อตรวจดูลมหายใจ ก่อนจะร้องเสียงหลง</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        “แย่แล้ว! เหมือนจะไม่หายใจแล้ว! เป็นไปไม่ได้ที่ฉันจะตีหล่อนจนตาย! จบสิ้นแล้ว! จะทำยังไงดี ถ้าฆ่าคนตายต้องติดคุกแน่!”</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        พอเหมยเหนียงได้ยินอย่างนั้น ก็รีบแตะต้นคอของคังอิงด้วยท่าทางร้อนรน จากนั้นนางก็มีสีหน้าโล่งอก “ไอ๊หยา ชีพจรยังอยู่ รีบพาหล่อนส่งโรงพยาบาลเร็วเข้า!”</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        …</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        คังอิงค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นที่โรงพยาบาล สมองบวมจนปวดร้าวไปหมด ภาพเหตุการณ์มากมายที่ไม่ใช่ของเธอเองวาบผ่านเข้ามาในหัว ปากของเธอถูกสอดด้วยท่อออกซิเจน ส่วนมือก็ถูกรัดด้วยสายวัดชีพจรกับความดันโลหิต ทำให้เธอได้แต่นอนตัวตรง ไม่สามารถขยับเคลื่อนไหวได้เลย</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        นี่มันที่ไหนกัน? ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่โรงพยาบาลได้?</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        คังอิงจำได้แค่เพียงว่า ตอนเครื่องบินโบอิ้งที่เธอนั่งอยู่กำลังแล่นสู่พื้นดิน เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว จากนั้นเปลวไฟก็ลุกโชติช่วงขึ้นตรงหน้า จากนั้นเธอก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย พอเธอได้สติอีกที เธอก็มาอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        ในตอนนี้เอง สายตาของเธอก็ค่อยๆ ปรับโฟกัส จึงเห็นโปสเตอร์โฆษณาติดอยู่ที่ปลายเตียง ภาพในโปสเตอร์นั้นเป็นรูปเด็กอ้วนจ้ำม่ำคนหนึ่งกำลังกอดปลาตัวใหญ่พร้อมกับยิ้มแย้มสุดใจ บนโปสเตอร์เขียนว่า ‘วางแผนครอบครัวเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน’</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        นี่มันโปสเตอร์จากยุคไหนกันเนี่ย คังอิงมองดูโปสเตอร์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายย้อนยุคตรงหน้า แล้วก็อยากจะหัวเราะ แต่พอสายตาของเธอเหลือบไปเห็นปีที่เขียนไว้บนโปสเตอร์ ก็พลันชะงักไปชั่วขณะ ปี 1991… นี่มันไม่ถูกต้อง…</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        ทันใดนั้นเอง ข้อมูลจำนวนมากก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองของคังอิง เธอใช้เวลาครึ่งชั่วโมงถึงเข้าใจสถานการณ์ที่ตนเองกำลังเผชิญตอนนี้</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        กลายเป็นว่า เธอเสียชีวิตแล้วจริงๆ จากอุบัติเหตุเครื่องบินตก ทว่าวิญญาณของเธอได้เดินทางข้ามกาลเวลามาเกิดใหม่ในร่างของผู้หญิงที่ชื่อ คังอิง เหมือนกับเธอในปี 1991</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        ผู้หญิงคนนี้น่าสงสารมาก ถูกสามีทุบตีจนตาย และบังเอิญว่าคังอิงมาครอบครองร่างของหล่อนพอดี</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        คังอิงอดถอนหายใจไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าเธอจะได้กลับมาเกิดใหม่จริงๆ ในชาติก่อนจนเธออายุสามสิบแปดแล้วยังไม่ได้แต่งงาน แต่พอลืมตาขึ้นมา เธอกลับแต่งงานแล้ว แถมสามีที่แต่งด้วยยังเป็นผู้ชายจำพวกเสือพวกสุนัขป่า ไหนจะยังมีแม่สามีที่พิษร้ายเหมือนแมงป่อง</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        ฟู่ซินหลางผู้เป็นสามีสอบเข้ามหาวิทยาลัยถึงสามครั้ง และในที่สุดครั้งนี้เขาก็สอบเข้าวิทยาลัยครูท้องถิ่นอำเภอหลี่ได้ แม้ว่าจะเป็นเพียงวิทยาลัย แต่ด้วยนโยบายในเวลานี้ หลังจากจบการศึกษาแล้วรัฐยังจัดสรรงานรองรับให้ด้วย สำหรับฟู่ซินหลางแล้ว นี่ไม่ต่างจากการเปลี่ยนไก่ให้กลายเป็นหงส์</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        ฟู่ซินหลางเป็นลูกแหง่ติดแม่ เขาเติบโตมาพร้อมกับเหมยเหนียงที่เป็นม่าย แม่ของเขาก็รักใคร่ผูกพันกับเขามากเช่นกัน จนบางทีคล้ายกับมีปมโจคาสตา [1]  อยู่มาก</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        หลังจากฟู่ซินหลางล้มเหลวจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยในครั้งแรก เหมยเหนียงก็ล้มป่วยพอดี เพื่อให้ลูกชายเตรียมตัวสอบได้อย่างสบายใจ เหมยเหนียงจึงวางแผนให้ฟู่ซินหลางแต่งงานกับคังอิงผู้ซื่อสัตย์และจิตใจดี</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คังอิงที่เป็นคนขี้ขลาดต้องทำงานหนักราวกับวัวกับม้าให้กับบ้านตระกูลฟู่ ไม่เพียงแค่ต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงแม่ลูกตระกูลฟู่เท่านั้น แต่เธอยังต้องจัดการงานทุกอย่างทั้งในบ้านนอกบ้าน แถมยังต้องทนกับการถูกแม่ลูกตระกูลฟู่รังแก หลังจากแต่งงานกันได้สามปี ฟู่ซินหลางไม่เคยหลับนอนกับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียวด้วยซ้ำ เขาอ้างว่า เพราะไม่อยากส่งผลกระทบต่อการเรียน และยังต้องดูแลแม่ที่ล้มป่วย คังอิงกลับเชื่อคำพูดพวกนี้</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        หลังจากฟู่ซินหลางได้รับจดหมายตอบรับจากวิทยาลัย ทัศนคติของเขาที่มีต่อคังอิงก็ยิ่งแย่ลงไปอีก เขารู้สึกว่าตนเองอยู่เหนือกว่าคนอื่น เขาเริ่มรังเกียจคังอิง หลายวันก่อน เขาเจอเรื่องไม่น่าพอใจนิดหน่อย เลยจับคังอิงไว้แน่น แล้วดุด่าทุบตี จนนึกไม่ถึงว่าสุดท้ายจะพลั้งมือทำร้ายเธอจนตาย</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        คังอิงลอบถอนใจ นี่มันน้องสาวผู้น่าเห็นใจและน่าสงสารชัดๆ เธอไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมยังหลงเหลือสติรับรู้อยู่บ้างหรือเปล่า จึงได้แต่พูดในใจว่า</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        น้องสาว เธอไม่ต้องกังวลนะ ในเมื่อฉันยืมร่างของเธอมาเกิดใหม่ ฉันจะแก้แค้นแทนเธอเอง ฉันจะทำให้แม่ลูกใจร้ายคู่นี้ได้พบจุดจบที่พวกเขาสมควรได้รับ!</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        พอคังอิงพูดจบ ประตูห้องก็เปิดออก เสียง ‘เอี๊ยด’ ดังขึ้นทันที เป็นแม่ลูกตระกูลฟู่ เหมยเหนียงและฟู่ซินหลางที่เดินเข้ามา</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        คังอิงรีบหลับตาแสร้งทำเป็นหมดสติ เธอยังไม่รู้จะเผชิญหน้ากับแม่ลูกคู่นี้อย่างไรดี จึงทำได้เพียงหลับตาลงไม่สนใจอะไร</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        “โอย แย่แล้ว ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้ว หล่อนยังไม่ฟื้นเลย หมอบอกว่าได้รับบาดเจ็บที่สมอง ถ้าเธอไม่ฟื้นขึ้นมาล่ะก็ หล่อนอาจกลายเป็นมนุษย์ผัก [2] ก็ได้ ถ้าเธอนอนเป็นผักจริงๆ ค่ารักษาพยาบาลต่อวันน่าจะหลายร้อยหยวน นี่มิใช่เป็นการเลี้ยงภาระก้อนโตหรือ? บ้านเรามีเงินมากให้ใช้รักษาเธอได้ที่ไหนกัน?” ฟู่ซินหลางโมโหจนหายใจแทบไม่ทัน</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        เหมยเหนียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพึมพำว่า “ถ้าหล่อนไม่ฟื้นขึ้นมาจริงๆ อีกสามวัน พวกเราก็ถอดสายออกซิเจนทิ้งไปเสีย จะรักษาหล่อนต่อไปทำไม แม่เองยังไม่มีเงินซื้อยารักษาอาการตัวเองมากินเลย คราวนี้ถึงคราวหล่อนบ้างแล้ว”</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        “เยี่ยมเลย แม่ เป็นความคิดที่ดีมากเลยครับ ถึงยังไงหมอก็บอกแล้วว่าถ้านอนเป็นผักไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว” ฟู่ซินหลางเอ่ยอย่างเห็นด้วย</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        คังอิงได้ยินแม่ลูกคู่นี้พูดคุยกันอย่างผ่อนคลายเกี่ยวกับเรื่องการตัดสินชีวิตของคนคนหนึ่งโดยไม่ลังเล หากเธอไม่ได้ควบคุมตัวเองไว้ คงจะตัวสั่นสะท้านออกมาแล้ว เธอคิดในใจว่าโชคดีจริงๆ ที่ตื่นขึ้นมาทันเวลา หากช้าไปอีกสามวัน เธอคงตายแหงๆ</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        “รอดูอีกสามวันแล้วค่อยว่ากันอีกที ถึงแม้วันนึงจะต้องจ่ายเงินไม่น้อยเลย เพราะดูเหมือนหมอจะสงสัยเกี่ยวกับแผลบนร่างกายคังอิง ผมแอบได้ยินพวกเขาพูดเรื่องจะแจ้งตำรวจด้วย ถ้าตอนนี้เราไปบอกเรื่องการถอดสายออกซิเจนกับหมอ เกรงว่าสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก” ฟู่ซินหลางกล่าวอย่างหวาดกลัว</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        “เรื่องแจ้งตำรวจไม่ต้องเป็นห่วงหรอก หมอเจ้าของไข้เป็นลูกชายของลูกพี่ลูกน้องของป้าลูก เดี๋ยวแม่ไปบอกเขาเอง ญาติห่างๆ ก็นับว่าเป็นญาติ แม่จะไปบอกเขาว่าอย่าได้แจ้งความ”</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        เหมยเหนียงกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ จุดดีของเมืองเล็กๆ ก็ตรงนี้แหละ ทุกคนล้วนมีความเกี่ยวข้องกันหมด หากสาวไปสาวมาก็จะเจอญาติพี่น้องมากมาย</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        “เยี่ยมไปเลย แม่ไหวพริบดีจริงๆ!” ลูกแหง่อย่างฟู่ซินหลางพลันมีน้ำเสียงผ่อนคลายลง</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        “เฮ้อ! ลูกคนนี้ก็ใจร้อนเกินไป ทำไมถึงทุบตีหล่อนจนเป็นแบบนี้ คราวหน้าตอนลงมืออย่ารุนแรงนัก ถ้าตีจนเป็นอะไรขึ้นมา พวกเราก็ต้องควักเงินค่ารักษาอีก” เหมยเหนียงบ่น</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        “ก็ตอนนั้นผมเห็นหล่อนทำแม่ทรมาน ก็เลยโกรธมาก อีกอย่าง ตอนนี้ผมสอบเข้าวิทยาลัยได้แล้ว หล่อนก็ไร้ประโยชน์ มิสู้ผมหย่ากับหล่อนไปดีกว่า” ฟู่ซินหลางกล่าวถึงความคิดที่แท้จริงของตัวเอง</span></p><p> </p><p> </p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        เชิงอรรถ</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        [1] ปมโจคาสตา (Jocasta complex) เป็นหนึ่งในทฤษฎีจิตวิเคราะห์ เกี่ยวกับแม่ที่มีความรู้สึกทางชู้สาวหรือทางเพศกับลูกชาย มีที่มาจากตำนานกรีกเรื่องออดิปุส เรื่องของลูกชายที่แต่งงานกับมารดาของตนเองโดยไม่รู้ตัว โดยทั่วไปคนมักคุ้นเคยกับปมออดิปุส คือลูกชายที่หลงรักแม่ตัวเองมากกว่า</span></p><p><span style="color:hsl(0,0%,0%);">        [2] มนุษย์ผัก หรือ ภาวะ “ผัก” เป็นภาวะหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวและตัวเองได้ แต่ยังคงมีวงจรการหลับตื่น หรือลืมตาได้ตามปกติ</span></p><hr><p style="text-align:center;" class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^</strong></span></p><p style="text-align:center;" class="indent-a"><span style="color:hsl(0,100%,40%);"><strong><u>เมื่อยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน</u></strong></span></p><p style="text-align:center;" class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>จะแจกตอนฟรีเพิ่มเป็นวันละ 3 ตอน เป็นเวลา 5 วันเต็มๆค่ะ ^^</strong></span></p><hr/>

ตอนที่ 2 แผนการร้าย

ฟู่ซินหลางเพิ่งพูดจบ ประโยคต่อมายังไม่ทันได้เอ่ย เหมยเหนียงก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากหน้าประตูห้องพัก ดูเหมือนมีคนร้องอุทานเรียกชื่อฟู่ซินหลาง ฟู่ซินหลางได้ยินก็รีบเดินออกไปจากห้องพัก เพียงครู่เดียวเขาก็พาใครบางคนเข้ามาด้วย

คังอิงยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ โดยมีท่อออกซิเจนเสียบอยู่ที่จมูกและสายน้ำเกลือเจาะอยู่ที่แขน ซึ่งดูไปมาเหมือนคนตายไม่มีผิด

“ที่แท้ก็เป็นคังอิงที่เข้าโรงพยาบาลหรอกเหรอ? แสดงว่าเพื่อนร่วมชั้นของฉันคงบอกผิด เธอเป็นพยาบาลที่นี่ เธอบอกฉันว่าคุณป่วยเข้าโรงพยาบาล ฉันเลยตกใจแทบแย่” เสียงหญิงสาวดังขึ้น

“ฮวนฮวน เธอช่างดีจริงๆ แค่ได้ยินว่าฉันมีเรื่อง ก็รีบมาทันที” เสียงของฟู่ซินหลางอ่อนโยนและอ่อนหวานอย่างที่ไม่เคยเป็น เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ฉันกำลังปรึกษากับแม่ว่า พอคังอิงฟื้นจะหย่ากับหล่อน แล้วแต่งงานกับเธอแทน ตอนนี้ฉันสอบเข้าวิทยาลัยได้แล้ว พ่อแม่ของเธอต้องยินยอมแน่นอน”

คังอิงฟังคำสารภาพของฟู่ซินหลางจนอยากจะอาเจียนออกมา ภรรยาหลวงยังนอนอยู่ตรงนี้แท้ๆ ไม่คิดว่าเขาจะมารำลึกความหลังกับแฟนเก่าอยู่ตรงนั้น

จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หญิงสาวตรงหน้ามีชื่อว่า อู๋ฮวน แฟนสาวของฟู่ซินหลางตอนที่เขาเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ก่อนหน้านี้ที่พวกเขาเลิกรากันไป เพราะฟู่ซินหลางสอบเข้ามหา’ลัยไม่ได้

“ไม่ได้นะ ตอนนี้แกจะหย่ากับคังอิงไม่ได้”

ไม่นึกว่าเหมยเหนียงจะเป็นคนแรกที่ออกหน้าคัดค้าน ทำให้คังอิงที่กำลังนอนอยู่บนเตียงตกตะลึง ยายแก่คนนี้ไม่ใช่ว่าเกลียดคังอิงมากหรอกหรือ? ทำไมถึงได้ช่วยเหลือเธอ?

“ทำไมซินหลางจะหย่ากับคังอิงไม่ได้คะ? ตอนนั้นฉันกับซินหลาง เรารักกันมาก แต่เพราะเขาสอบเข้ามหา’ลัยไม่ได้ พ่อแม่ฉันก็เลยไม่ยอมรับเขา ต่อมาเขามุ่งมั่นที่จะเรียนซ้ำชั้นเพื่อความรักของพวกเรา แต่ตอนนั้นคุณป้ากลับบังคับให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น นี่คุณป้าจงใจแก้แค้นครอบครัวของฉันหรือเปล่าคะ” ดูเหมือนว่าอู๋ฮวนจะทนไม่ไหว จึงขึ้นเสียงใส่เหมยเหนียง

เหมยเหนียงแค่นเสียง ฮึ ในลำคอ ดวงตาขุ่นมัวทั้งสองข้างจ้องมองไปที่อู๋ฮวนแล้วกล่าวว่า “เธอคิดว่าฉันไม่รู้งั้นเหรอว่า เธอเป็นลูกสาวคนเดียวในครอบครัว แถมยังเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กๆ บ้านเราจน ซินหลางจะไปเรียนมหา’ลัยยังต้องพึ่งพาให้คังอิงทำงานหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายให้ หากไม่มีคังอิง ซินหลางคงไม่มีเงินแม้แต่จะไปเรียนมหา’ลัยด้วยซ้ำ พ่อแม่ของเธอจะยอมควักเงินออกมาจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพให้ซินหลางหรือเปล่าล่ะ? แน่นอนว่าไม่ยอมแน่ๆ ไม่ใช่หรือไง?”

ทันใดนั้นอู๋ฮวนก็พูดไม่ออก พ่อแม่ของเธอเอาแต่ดูแคลนฟู่ซินหลางและภูมิหลังครอบครัวของเขา เวลานี้หากฟู่ซินหลางคิดจะกินข้าวนิ่ม [1] พวกเขาคงไม่ยอมแน่ๆ

“อีกอย่าง เธอเองก็บอบบางมาก ฉันเองก็สุขภาพไม่ค่อยดี ปกติแล้วใครจะเป็นคนชงชา ทำอาหาร ทำงานบ้าน และดูแลสุขภาพของฉัน ทุกเรื่องพวกนี้คังอิงทำได้หมด แล้วเธอทำได้ไหม? ซินหลางไปเรียนมหา’ลัย เขาคงไม่มีเวลาอยู่บ้านและคอยดูแลฉันหรอกนะ ดังนั้นภาระหน้าที่ในการดูแลฉันก็จะตกเป็นของลูกสะใภ้ เธอทำเรื่องพวกนี้ได้ไหมล่ะ?”

เป็นอีกครั้งที่อู๋ฮวนก็พูดไม่ออก เธอต้องการความรักก็จริง แต่การชงชา ทำอาหาร และการดูแลแม่สามีพวกนี้หนักหนาเกินไป ใบหน้าของเธอเริ่มซีดเผือด

ฟู่ซินหลางเห็นคนที่ตนเองหมายปองกำลังลำบากใจ เขาก็รีบหันไปพูดกับแม่ของตนว่า “แม่ครับ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษบ้านของเราที่ยากจน ผมพยายามสอบเข้ามหา’ลัย ก็เพราะอยากให้แม่มีชีวิตที่ดีขึ้น แล้วก็อยากแต่งงานกับอู๋ฮวน ชาตินี้หากแต่งงานกับเธอไม่ได้ ต่อให้ผมตายก็คงไม่สงบสุขแน่ๆ”

เหมยเหนียงแค่นเสียงอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า “ฉันไม่ได้หมายความว่าจะขัดขวางไม่ให้พวกแกอยู่ด้วยกันสักหน่อย แต่อย่างน้อยก็ทนใช้คังอิงไปอีกสามปีก่อน ให้หล่อนหาเลี้ยงแกจนกว่าจะเรียนจบมหา’ลัย ให้อาการป่วยของแม่ดีขึ้นก่อน พอแกเรียนจบแล้วได้งานทำ ค่อยหย่ากับคังอิงก็ยังไม่สาย”

กล่าวจบ เหมยเหนียงก็หันไปมองอู๋ฮวนด้วยสายตาดุดัน

เมื่ออู๋ฮวนคิดว่าตนเองต้องดูแลยายแก่หัวแข็งอารมณ์แปรปรวนแบบนี้ เธอก็รู้สึกปั่นป่วนในใจขึ้นมา เธอหดตัวลงโดยไม่กล้าพูดอะไรอีก

พอเห็นสถานการณ์ดังกล่าว ฟู่ซินหลางก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถอนหายใจยาว ก่อนพูดรวดเดียวว่า “ฮวนฮวน ครั้งนี้ทำให้เธอลำบากใจแล้ว ทนรออีกสามปีนะ อย่างไรฉันก็ไม่เคยหลับนอนกับคังอิงมาก่อน แต่ก่อนไม่เคย ต่อไปก็จะไม่เคย จิตใจและร่างกายของฉันเป็นของเธอคนเดียว วางใจเถอะ!”

คังอิงที่กำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ได้ยินบทสนทนาของคนทั้งสามก็โกรธมาก พวกเขาเห็นคังอิงเป็นตัวอะไร? ทาสรับใช้ หรือแม่บ้านทำงานฟรี? พวกเขาใช้การแต่งงานเป็นกรงขังเธอเอาไว้ เพื่อเอารัดเอาเปรียบเธอ ซ้ำยังจะให้เธอทำงานหาเงิน และดูแลแม่สามีอีก…

ผู้หญิงโง่เขลาคนนี้ทนมาสามปี แล้วยังไม่ยอมหย่าอีกงั้นหรือ ไม่ได้การ พอเธอขยับตัวได้ สิ่งแรกที่เธอจะทำก็คือหย่าขาดกับฟู่ซินหลาง

คังอิงหลับไปอย่างสะลึมสะลือภายใต้ฤทธิ์ยา เธอไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเขากำลังปรึกษาหารือกันอีก

จนกระทั่งเธอตื่นขึ้นมาก็เห็นพยาบาลคนหนึ่งกำลังเปลี่ยนถุงน้ำเกลือให้เธอ พอพยาบาลก้มหน้าลงก็เห็นว่าคังอิงลืมตาขึ้นมาแล้ว จึงกล่าวอย่างดีใจ “คุณฟื้นแล้วเหรอ? ฉันคิดว่าต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งกว่าคุณจะฟื้น คุณหมอบอกว่าอาการบาดเจ็บที่สมองของคุณอันตรายมาก อาจจะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราได้ แต่ไม่คิดเลยว่าคุณจะฟื้นเร็วขนาดนี้!

พยาบาลรู้สึกตื่นเต้นจนรีบไปตามหมอกลุ่มหนึ่งให้มาตรวจอาการของเธออย่างละเอียด คุณหมอพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่านี่เป็นปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง เธอไม่เพียงแต่จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้น แต่สติสัมปชัญญะของเธอยังอยู่ครบอีกด้วย ช่างโชคดีเสียจริง

หลังจากที่คังอิงฟื้นขึ้นมา เธอก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หมอบอกว่าให้นอนพักดูอาการที่โรงพยาบาลอีกสองสามวัน หากไม่มีอะไรผิดปกติก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้

พอฟู่ซินหลางกับเหมยเหนียงได้ยินว่าคังอิงฟื้นแล้ว พวกเขาก็มาเยี่ยมเธอแค่ครั้งเดียว จากนั้นก็หายไปเลย

แต่เดิมคังอิงก็ไม่ได้อยากเจอแม่ลูกน่ารังเกียจคู่นี้ พอพวกเขาไม่มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล เธอก็ยิ่งรู้สึกสบายใจมากขึ้นไปอีก

คืนนั้นคังอิงถามพยาบาลจนรู้ว่า จูปั๋วหมิงซึ่งเป็นแพทย์เจ้าของไข้เธอเข้างานกะดึก วันนั้นพอจูปั๋วหมิงว่างช่วงสองทุ่มกว่าๆ เธอจึงไปหาเขาที่ห้องทำงาน

เมื่อจูปั๋วหมิงเห็นคังอิงปรากฏตัวในห้องทำงานของตนด้วยสีหน้าไม่สบายใจ เขาจึงเอ่ยถาม “คังอิง เป็นอะไรหรือเปล่า? รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม?”

“คุณหมอจู คุณช่วยเขียนใบรับรองให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ?” คังอิงกล่าวถึงจุดประสงค์ของการมาที่นี่

“ใบรับรองอะไร?” จูปั๋วหมิงผงะไป

“ตอนที่ฉันเข้าโรงพยาบาล ไม่ใช่ว่าบนตัวฉันมีรอยแผลเต็มไปหมดหรอกหรือคะ? รวมถึงอาการบาดเจ็บที่กะโหลกและสมองของฉันทั้งหมด ก็เป็นเพราะฟู่ซินหลางที่เป็นสามีทำร้ายทั้งนั้น ฉันอยากให้คุณหมอช่วยเขียนใบรับรองให้ฉันหน่อยค่ะ”

คำพูดของคังอิงทำให้คุณหมอเงียบไปชั่วขณะ เขารู้ดีว่าบาดแผลพวกนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก่อนหน้านี้เหมยเหนียงเคยถือเหล้าเจี้ยนหนานชุน [2] มาเยี่ยมเขาที่บ้าน และบอกให้เขาช่วยปิดเรื่องนี้เอาไว้ จูปั๋วหมิงจึงตัดสินใจไม่ได้ในตอนนี้

พอเห็นท่าทางของคุณหมอ คังอิงก็รู้ทันทีว่าเขาถูกซื้อตัวไปแล้ว เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า “คุณหมอจู ตอนที่ฉันได้รับบาดเจ็บ มีคนในโรงพยาบาลเห็นตั้งเยอะแยะ ตามกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ หากทางโรงพยาบาลพบผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าได้รับบาดเจ็บจากการใช้ความรุนแรง พวกคุณจะต้องรายงานต่อตำรวจไม่ใช่หรือคะ?

ช่วงนี้ฉันเอาแต่รอตำรวจมาหา แต่ก็ไม่มีวี่แววเลย ทางโรงพยาบาลปกปิดเรื่องนี้ไว้เหรอคะ? ถึงตอนนั้นหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับฉันละก็ พวกคุณจะต้องถูกดำเนินคดีข้อหาปกปิดความผิด ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของคุณนะคะ!”

จูปั๋วหมิงได้ยินดังนั้นก็พลันตัวสั่นเทิ้ม เขาเป็นปัญญาชนที่รักษาหน้าตาของตนเอง แถมยังรู้กฎหมายอยู่บ้าง แต่เขานึกไม่ถึงว่าคังอิงจะรู้กฎหมายเช่นกัน ท่าทางของเธอไม่เหมือนผู้หญิงที่ไม่มีความรู้อะไรเลย อันที่จริงเขาก็เห็นใจคังอิงอยู่ไม่น้อย หลังจากที่ลังเลใจอยู่สักพักหนึ่ง เขาก็เอ่ยขึ้น

“แม่สามีของคุณบอกว่า พรุ่งนี้จะมาทำเรื่องพาคุณออกจากโรงพยาบาล ผมกำลังเขียนบันทึกการรักษาของคุณอยู่ ที่นี่ไม่ใช่หน่วยงานตรวจสอบทางกฎหมาย ผมไม่สามารถออกใบรับรองใดๆ ให้คุณได้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวผมจะถ่ายเอกสารบันทึกการรักษาให้คุณหนึ่งชุด แต่คุณอย่าบอกใครว่าผมเป็นคนให้คุณก็แล้วกัน”

คังอิงพยักหน้ารับ ขอเพียงเธอมีหลักฐานก็พอแล้ว หากเธอไม่ได้บันทึกการรักษาตอนนี้ เหมยเหนียงคงไม่ปล่อยให้เธอได้เห็นมันอีก

เชิงอรรถ

[1] กินข้าวนิ่ม หมายถึง ผู้ชายที่เกาะผู้หญิงกิน

[2] เหล้าเจี้ยนหนานชุน คือ หนึ่งในสิบยอดสุราของจีน กล่าวว่า หลี่ไป๋ กวีเอกสมัยราชวงศ์ถังถึงกับขายเสื้อคลุมขนสัตว์เพื่อนำไปซื้อสุรานี้ เจี้ยนหนานชุนเป็นสุราขาว ดื่มแล้วซ่านในปาก แต่ไม่กัดลิ้น กลิ่นหอมแรงเย้ายวน ดีกรีของสุราอยู่ที่ 52 และ 60

หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^

เมื่อยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน

จะแจกตอนฟรีเพิ่มเป็นวันละ 3 ตอน เป็นเวลา 5 วันเต็มๆค่ะ ^^

ตอนที่ 3 หนีออกจากบ้าน

หมอจูถ่ายเอกสารการรักษาให้เธอ คังอิงเห็นว่าในบันทึกการรักษาระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า 'ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงเนื่องจากการถูกกระแทก พร้อมกับรอยฟกช้ำและแผลถลอกมากกว่าสิบแห่งบนร่างกาย ซึ่งเกิดจากการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากภายนอก’

คังอิงรู้สึกว่าบันทึกการรักษาฉบับนี้ชัดเจนเพียงพอแล้ว เธอจึงกล่าวขอบคุณหมอจู ก่อนจะเดินจากไป

แม้จะได้บันทึกการรักษาฉบับนี้มาแล้ว คังอิงก็ยังรู้สึกไม่ค่อยวางใจ เธอกลัวว่าครอบครัวฟู่จะบ่ายเบี่ยง และหลักฐานจะไม่เพียงพอ จึงเดินไปยังหน้าประตูโรงพยาบาลประจำอำเภอ แล้วก็เห็นสตูดิโอถ่ายภาพหัวอี้ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดี

ทันใดนั้นคังอิงก็ปิ๊งไอเดีย เธอเดินเข้าไปในสตูดิโอถ่ายภาพแล้วสอบถามดู ก็พบว่าภรรยาเจ้าของร้านเป็นคนถ่ายภาพเอง คังอิงจึงขอให้ภรรยาเจ้าของร้านถ่ายภาพบาดแผลที่หลังและขาของเธอสองสามภาพ

ตอนที่คังอิงถอดเสื้อนอกออก รอยฟกช้ำขนาดใหญ่เล็กกว่าสิบแห่งบนร่างกายของเธอก็ปรากฏ จนทำให้ภรรยาเจ้าของร้านตกตะลึง เธอเอ่ยขึ้น “ใครทำร้ายคุณเนี่ย? โหดร้ายไปไหม? แบบนี้อาจถึงตายได้เลยนะ!”

แม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายวันแล้ว แต่รอยแผลเหล่านั้นยังคงชัดเจน ทำให้เห็นว่าตอนนั้นฟู่ซินหลางลงมือทำร้ายเธอรุนแรงมากแค่ไหน

คังอิงส่ายหน้าแล้วบอกว่า “คุณไม่ต้องถามหรอก ฉันแค่อยากถ่ายภาพบาดแผลพวกนี้เอาไว้แค่นั้น”

ภรรยาเจ้าของร้านที่มองคังอิงอย่างเห็นอกเห็นใจพอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น จึงพยักหน้ารับ แล้วถ่ายภาพบาดแผลบนร่างกายของคังอิง คังอิงขอให้เธอรีบอัดรูปให้ และจะมารับรูปในเช้าวันพรุ่งนี้ ซึ่งภรรยาเจ้าของร้านก็รับปาก

พอมีรูปถ่ายกับบันทึกการรักษา ภาพลักษณ์อันธพาลของฟู่ซินหลางก็ปรากฏชัดขึ้นมา

มีหลักฐานแค่นี้ยังไม่เพียงพอ เพราะในยุคนี้ผู้คนมักจะห้ามปรามไม่ให้หย่าร้างกัน แม้แต่เรื่องที่สามีภรรยาตบตีกันเองก็มีไม่น้อย ต่อให้มอบหลักฐานชิ้นนี้ให้คนของสำนักงานกิจการพลเรือนแล้วก็ตาม พวกเขาก็คงเกลี้ยกล่อมไม่ให้เธอหย่าร้างอยู่ดี

และยิ่งไปกว่านั้น หากฟู่ซินหลางแสดงท่าทางสำนึกผิดอย่างมากต่อหน้าพวกเขา คังอิงคงไม่มีวันได้หย่าขาดกับเขาจริงๆ ต้องมีหลักฐานอื่นอีก ทัศนคติของสำนักงานกิจการพลเรือนกับศาลในตอนนี้คือ ‘ขอแค่ยังมีความหวังอยู่ พวกเขาจะต้องหว่านล้อมไม่ให้มีการหย่าร้างเกิดขึ้นแน่นอน’

เช้าวันรุ่งขึ้น คังอิงไปที่สตูดิโอถ่ายภาพเพื่อรับรูปที่อัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอเก็บรูปพวกนั้นกับบันทึกการรักษาไว้ข้างในเสื้ออย่างระมัดระวัง ยังไม่ทันที่เธอจะเก็บดี ฟู่ซินหลางก็มาถึง

เมื่อเห็นคังอิง ฟู่ซินหลางก็ทำสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะพาเธอกลับบ้านด้วยท่าทางเย็นชา

พอคังอิงกลับถึงบ้าน เหมยเหนียงผู้เป็นแม่สามีก็เอ่ยกำชับราวกับกำลังเผชิญหน้าศัตรูว่า “บนหัวแกมีผ้าพันแผลพันอยู่ ดูแล้วสะดุดตาเกินไป ถ้ามีใครถามก็ให้แกบอกไปว่าลื่นล้มบาดเจ็บเองจะดีกว่า แกต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้คนพูดนินทาว่าเราถูกหรือผิด ซินหลางเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้ว ดังนั้นเขาต้องรักษาภาพลักษณ์ของตนเองให้ดี”

คังอิงรับคำเบาๆ แล้วตรงเข้าไปในห้องนอนของตน

เธอแต่งงานกับฟู่ซินหลางมาสามปีแล้ว แต่พวกเขากลับแยกห้องนอนกันตลอด เหตุผลที่เธอเลือกกลับมาที่นี่ ก็เป็นเพราะเธอจำได้ว่า คังอิงตัวจริงซ่อนสร้อยข้อมือทองคำของยายเอาไว้ที่ห้องนี้ เธอจะต้องหาสร้อยข้อมือทองคำเส้นนั้น แล้วเอาติดตัวไปด้วย

หากมีสร้อยข้อมือทองคำติดตัว ต่อให้เธอจะออกจากบ้านหลังนี้ไป เธอก็คงมีเงินสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันช่วงหลายเดือนต่อจากนี้

หลังจากล็อกประตูห้องนอน คังอิงก็เจอสร้อยข้อมือทองคำในรูหนูที่ถูกอุดเอาไว้ด้วยผ้าขาดๆ ที่มุมห้อง เธอหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่า สร้อยข้อมือทองคำเส้นนี้มีน้ำหนักราว 30 กว่ากรัม สร้อยเส้นนี้เป็นของติดตัวที่มีค่าชิ้นเดียวของคังอิงตัวจริง การซ่อนสร้อยข้อมือทองคำเส้นนี้เอาไว้ เป็นการกระทำที่ชาญฉลาดที่สุดของเธอแล้ว

คังอิงเก็บสร้อยข้อมือทองคำเส้นนี้ไว้ในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้แม่ลูกตระกูลฟู่เห็นเข้า

พอเห็นคังอิงออกมาจากห้องนอน ฟู่ซินหลางก็หน้าตาหงิกงอ “ตอนเที่ยงแกทำอาหารด้วยล่ะ แกไปนอนโรงพยาบาลกินดีอยู่ดีตั้งหลายวัน นี่ก็ถึงเวลาจะต้องทำงานบ้านบ้าง อย่าคิดแต่จะนอนเฉยๆ ไม่งั้นฉันจะซ้อมแก!”

เห็นฟู่ซินหลางมีผิวขาวสะอาดตาแบบนี้ ใครจะไปคิดว่าผู้ชายที่ภายนอกดูเหมือนปัญญาชนคนหนึ่งอย่างเขา จะเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงในครอบครัว

แต่จะพูดไปแล้วก็ต้องโทษที่คังอิงตัวจริงมีนิสัยขี้ขลาดตาขาว จึงทำให้ฟู่ซินหลางได้ใจ เพราะหากเป็นตอนที่ฟู่ซินหลางอยู่ต่อหน้าอู๋ฮวนละก็ เขาจะเป็นคนอ่อนโยนมาก

“ฉันจะออกไปซื้อของชำ คุณรอเดี๋ยว!” คังอิงตอบอย่างขอไปที จากนั้นเธอก็เดินออกจากบ้านตระกูลฟู่ไปโดยไม่ได้ถืออะไรติดมือไปเลยแม้แต่น้อย

บ้านตระกูลฟู่ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้เธอรู้สึกอาลัยอาวรณ์เลยสักนิด ขอแค่มีสร้อยข้อมือทองคำติดตัวไปก็พอ พูดตามตรงแล้วเธอก็ไม่ได้สนใจเสื้อผ้าของคังอิงตัวจริงด้วย พอขายสร้อยข้อมือทองคำได้แล้ว เธอจะรีบไปซื้อเสื้อผ้าดีๆ สักหลายชุด

คังอิงที่อยู่ในโลกก่อนหน้าเป็นนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง เพื่ออาชีพการงานของตน เธอจึงครองโสดมาโดยตลอด ในวัยสามสิบแปดปี หลังจากเธอทำงานอย่างหนักมาเป็นเวลาสิบปี จนสร้างบริษัทโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเองได้ ธุรกิจของเธอดำเนินไปได้อย่างราบรื่น จนในที่สุดกำลังจะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ คิดไม่ถึงว่าตอนที่เธอนั่งเครื่องบินโบอิ้งไปแอฟริกาเพื่อสำรวจตลาด เครื่องบินลำนั้นกลับเกิดอุบัติเหตุขึ้น หลังจากประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตก จิตวิญญาณของเธอก็เดินทางข้ามภพมาที่นี่…

ชั้นล่างของบ้านครอบครัวฟู่เป็นตลาดสดเล็กๆ คังอิงเดินผ่านตลาดสดแล้วเห็นว่าผักพวกนั้นดูเขียวสดน่ากินมาก ส่วนร้านขายเนื้อหมูก็มีเนื้อหมูสามชั้นกับเนื้อติดมันขายเป็นส่วนใหญ่ และเนื้อแดงกลับมีขายน้อย

คนขายเนื้อหมูเป็นหญิงสาวรูปร่างกำยำล่ำสัน พอเห็นคังอิงก็ทักทายอย่างคุ้นเคย

“สะใภ้ตระกูลฟู่ อยากได้เนื้อหมูสามชั้นสักชิ้นนึงไหม? เนื้อหมูสามชั้นวันนี้น่ากินมากเลยนะ ตอนเช้าฉันขายเก้าเหมา [1] ตอนนี้ขายให้เธอราคาถูกหน่อย แปดเหมาก็พอ”

“ไม่ล่ะค่ะ ขอบคุณนะ”

คังอิงปฏิเสธอย่างสุภาพ ตอนนี้เธอกำลังหนีออกจากบ้าน จะซื้อเนื้อหมูไปเพื่ออะไร? ทว่าเธอก็จำได้ว่า หญิงสาวคนขายเนื้อหมูตรงหน้าชื่อ ไป๋เหลียนฮวา ชื่อของหล่อนดูอ่อนหวาน แต่คนกลับตรงกันข้าม อีกทั้งหล่อนยังเป็นคนอารมณ์ร้อนอีกด้วย ก่อนหน้านี้คังอิงเคยเห็นลูกค้าคนหนึ่งตำหนิว่าเนื้อหมูของไป๋เหลียนฮวามีน้ำเจือปนอยู่ ผลก็คือไป๋เหลียนฮวาคว้ามีดปังตอไล่เขาไปครึ่งซอยเลยทีเดียว

ด้วยสาเหตุต่างๆ นานาเหล่านี้ จนถึงตอนนี้ไป๋เหลียนฮวาก็ยังไม่เจอคนที่เหมาะสมจะแต่งงานด้วย

ครึ่งชั่วโมงต่อมา คังอิงพบร้านทองแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และจำนำสร้อยข้อมือทองคำของยาย

เหตุผลที่เธอเลือกจำนำแต่ไม่ขาย เพราะคิดว่าเมื่อไหร่เธอมีเงินค่อยมาไถ่สร้อยข้อมือทองคำเส้นนี้คืนก็แล้วกัน เพราะมันเป็นมรดกตกทอดชิ้นเดียวของยาย เธอต้องดูแลมันแทนคังอิงตัวจริงให้ดี

พนักงานร้านทองกล่าวว่า ราคาทองคำในตลาดโลกวันนี้คือ 320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ [2] สร้อยข้อมือของคังอิงมีน้ำหนักหนึ่งออนซ์พอดี ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนในวันนี้คือ 8.5 หยวน ดังนั้นสร้อยข้อมือทองคำเส้นนี้จึงมีมูลค่า 2,720 หยวน แต่เนื่องจากเป็นการจำนำ ดังนั้นร้านจึงให้ราคาเพียงหกส่วนของราคาสร้อยข้อมือ หรือก็คือ 1,632 หยวน

ตอนนี้เนื้อหมูหนึ่งชั่งราคาแค่หนึ่งหยวน ส่วนข้าวหนึ่งชั่งก็ประมาณสองเหมา ส่วนผักก็ชั่งละห้าหกเฟิน [3] เงินเดือนของข้าราชการส่วนใหญ่อยู่ระหว่างหนึ่งร้อยถึงสองร้อยหยวน เพราะฉะนั้นเมื่อมีเงิน 1,632 หยวนอยู่ในกระเป๋า คังอิงก็พลันรู้สึกมั่นใจขึ้นมาทันที เห็นไหมล่ะว่าทำไมถึงมีคนกล่าวว่า ‘เงินทองคือสิ่งที่ทำให้คนเรากล้าหาญ’

พอมีเงินแล้ว เธอก็รีบไปที่ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ [4] ข้างร้านทองทันที จากนั้นก็ซื้อกระเป๋าเดินทางมาใบหนึ่ง เธอยังซื้อเสื้อผ้าฤดูร้อนหลายชุดกับของใช้ส่วนตัวต่างๆ พอซื้อเสร็จแล้วเธอก็เก็บของเหล่านี้ไว้ในกระเป๋าเดินทาง นับจากนี้ไปสิ่งเหล่านี้คือสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพของเธอ

คังอิงลากกระเป๋าเดินทางมายังโฮสเทล ‘ลี่หมิน’ ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ที่ว่าการอำเภอ โฮสเทลแห่งนี้ไม่เพียงแต่ตั้งอยู่ใกล้กับหน่วยงานราชการเท่านั้น แต่ยังติดป้ายว่าเป็นกิจการของรัฐบาลอีกด้วย นั่นทำให้คังอิงรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

ที่พักในยุคนี้ต้องพักรวมกับคนอื่น ถึงจะมีเงินมากพอที่จะจองห้องเดี่ยวก็ตาม แต่พนักงานที่นี่ก็ใช่ว่าจะยอมให้เธอพักห้องเดี่ยวเสียที่ไหน คนของรัฐบาลมักจะมีนิสัยแบบนี้

คังอิงมีวิธีรับมือ เธอหยิบหมากฝรั่งดับเบิลมินต์ที่เพิ่งซื้อมาจากร้านค้ามอบให้กับพนักงานต้อนรับ พร้อมกับกล่าวด้วยท่าทางจริงใจว่าเธอมาที่นี่เพื่อทำธุรกิจ และไม่ต้องการพักรวมกับคนอื่น จึงรบกวนพนักงานต้อนรับให้ความสะดวกกับเธอหน่อย

อันที่จริงตอนนี้ที่พักไม่มีแขกมาพักเลยสักคน การให้พักห้องเดี่ยวหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าพนักงานต้อนรับอารมณ์ดีหรือเปล่า พอเห็นว่าคังอิงรู้จักปฏิบัติตัว พนักงานต้อนรับจึงยอมเปิดห้องเดี่ยวให้เธอ

เชิงอรรถ

[1] เหมา (毛) หน่วยเงินย่อยของจีน มีค่าเท่ากับ 1/10 หยวน

[2] หน่วยวัดน้ำหนักของโลหะมีค่า 1 ออนซ์ เท่ากับ 28.3495 กรัม

[3] เฟิน (分) หน่วยเงินย่อยของจีน มีค่าเท่ากับ 1/100 หยวน

[4] ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ ร้านค้าภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาลจีน มีสินค้าราคายุติธรรมจำหน่าย เดิมให้บริการสำหรับข้าราชการ ต่อมาเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถจับจ่ายซื้อของได้

หากคุณนักอ่านชอบเรื่องนี้ สามารถกดเก็บเข้าชั้น / Comment เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปลและนักเขียนกันเยอะ ๆ นะคะ ^^

เมื่อยอดเก็บเข้าชั้นถึง 3,000 คน

จะแจกตอนฟรีเพิ่มเป็นวันละ 3 ตอน เป็นเวลา 5 วันเต็มๆค่ะ ^^

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...