โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.เห็นชอบร่างเอกสารประชุมสุดยอดผู้นำ GMS

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 05 พ.ย. 2567 เวลา 18.49 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2567 เวลา 11.49 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 5 พ.ย.-ครม.เห็นชอบร่างเอกสารประชุมสุดยอดผู้นำ GMS ร่างเอกสารรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม 3 ฉบับ ร่างปฏิญญาเวียงจันทน์ของการประชุมผู้นํายุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS )ในเวทีประชุม6-7 พ.ย.นี้ ที่นครคุณหมิง

ผู้ข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.เห็นชอบร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมสุดยอดผู้นำ ครั้งที่ 8 แผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจใน อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS) ดังนี้ ได้แก่ 1.ร่างแถลงการณ์ร่วมของการประชุมสุดยอดผู้นํา ครั้งที่ 8 แผนงาน( GMS) 2.ร่างยุทธศาสตร์นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง พ.ศ. 2573 โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลุง หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย ปฏิบัติหน้าที่เป็นรัฐมนตรีประจําแผนงาน GMS เพื่อเข้าร่วมการประชุม สุดยอดผู้นําครั้งที่ 8 แผนงาน GMS โดยสาระสำคัญของร่างดังกล่าวจะส่งเสริมบทบาท สถานะ และเกียรติภูมิของไทยในเวที ระหว่างประเทศ และการพัฒนาและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ร่วมกันในทุกสาขา และเสริมสร้างความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นต่าง ๆ เช่น การพัฒนาความเชื่อมโยงของระบบคมนาคมขนส่งในอนุภูมิภาค ทั้งทางราง ทางน้ำ ทางถนน ทางอากาศ การสนับสนุนเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การสร้างเครือข่ายการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

นอกจากนั้น ครม. เห็นชอบการรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มประเทศ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 6 (6th Greater Mekong Subregion Environment Ministers’ Meeting : GMS EMM-6) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบต่อเอกสารผลลัพธ์การประชุมระดับรัฐมนตรี ด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 6 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง จํานวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1. GMS 2030 Strategic Framework for Accelerating Climate Action and Environmental Sustainability 2.ร่างแถลงการณ์ร่วมกรุงพนมเปญว่าด้วยการป้องกันมลพิษจากพลาสติกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และ3.ร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 6 สาระสําคัญเป็นการแสดงความมุ่งมั่นของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 6 ประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักรไทย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการส่งเสริมการดําเนินงานเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การแก้ไขปัญหาและประเด็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอื่น รวมถึงขยะพลาสติก ซึ่งจะมีการรับรองร่างเอกสารทั้ง 3 ฉบับ ดังกล่าวในที่ประชุมสุดยอดผู้นําแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ครั้งที่ 8 (The 8th GMS Summit) ระหว่างวันที่ 6 – 7 พ.ย. 2567 ณสาธารณรัฐประชาชนจีน

ครม.เห็นชอบรับรองร่างปฏิญญาเวียงจันทน์ของการประชุมผู้นํายุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง (ACMECS ) ครั้งที่ 10 ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบต่อร่างปฏิญญาเวียงจันทน์ของการประชุมผู้นํายุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง ครั้งที่ 10 (Vientiane Declaration of the 10th Ayeyawady – Chao Phraya – Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ซึ่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในฐานะประธานของ ACMECS กําหนดจัดการประชุมภายใต้หัวข้อ “มุ่งสู่ความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อเพื่อการรวมตัวของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” ในวันที่ 7 พ.ย.ที่นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยต่อเนื่องกับการประชุมสุดยอดผู้นําแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ ครั้งที่ 8 ซึ่งจะมีการรับรองร่างปฏิญญาเวียงจันทน์ฯ ที่มีสาระสําคัญ เช่น สนับสนุนการรวมตัวทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิก ACMECS ,การแสดงความยินดีต่อความสําเร็จของการจัดตั้งสํานักงานเลขาธิการชั่วคราว ACMECS กระทรวงการต่างประเทศ ประเทศไทย รวมถึงการขยายระยะเวลาดําเนินการของแผนแม่บท ACMECS (ค.ศ. 2019 – 2023) และการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นํา ACMECS ครั้งที่ 11 ในปี ค.ศ. 2026 ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยร่างปฏิญญาเวียงจันทน์ฯ ไม่เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 1778 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย.-314.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...