[AD ADDICT - Hall of Fame 2024] 10 Thai Campaign & Activation แคมเปญไทยสุดโดดเด่นประจำปี 2024 โดย AD ADDICT
ในเมื่อยุคนี้การทำโฆษณา การสื่อสาร การตลาด ไม่ได้มีรูปแบบแค่การทำ ‘หนังโฆษณา’ อีกต่อไป ! แต่ปัจจุบันนี้ไอเดียต่าง ๆ สามารถถ่ายทอดผ่านรูปแบบที่เราสามารถพบเจอในชีวิตประจำวัน แถมยังมีสื่อใหม่ ๆ เกิดขึ้นเพียบ ! ทาง AD ADDICT เลยขอเพิ่มเติมอีก 1 แกน Hall of Fame นั่นก็คือ “Campaign & Activation of The Year” เพื่อดูว่า ไอเดียการสื่อสารรูปแบบอื่น ๆ ในช่วงปีที่ผ่านมานั้นมีงานไหน ไอเดียไหน น่าย้อนไปศึกษาเพิ่มเติมกันบ้าง
ถ้าพร้อมกันแล้ว มาย้อนรอยดู 10 ไอเดีย Campaign หรือ Activation เจ๋ง ๆ ที่โดดเด่นที่สุดจากประเทศไทยในปี 2024 ที่ทีมงาน AD ADDICT คัดมาแล้วกันเลย !
1. KFC Bucket Ware | KFC
แคมเปญดังที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วโซเชียลจาก KFC ที่จัต้อนรับวันแม่ 2567 แบบเล่นใหญ่ และไม่เคยมีใครทำมาก่อนอย่าง “KFC Bucket Ware” กล่องบักเก็ตเก็บอาหารสุดลิมิเต็ด เพื่อให้ลูกที่ดีอย่างเรา เอาไปให้คุณแม่ที่ชอบเก็บของจุกจิกที่แถมมากับร้านต่าง ๆ
โดยแบรนด์ได้แจก KFC Bucket Ware ฟรี 1 ใบให้กับผู้ที่ซื้อสินค้าครบ 350 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จ ซึ่งร่วมกิจกรรมได้แค่ 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-12 ส.ค. 2567 เท่านั้น ใน 3 สาขาที่ร่วมรายการ ได้แก่ เซ็นทรัล เวสต์เกต, เมกาบางนา และเดอะมอลล์ โคราช จำกัดจำนวนเฉพาะ 500 ท่านแรกต่อวันและสาขา ให้ลูก ๆ ไปร่วมสนุกชิงถังกลับมาให้แม่ภูมิใจ !
ถือเป็นแคมเปญ Seasonal Marketing ต้อนรับวันแม่ที่แหวกแนวไม่เหมือนใครจริง ๆ จากที่ KFC เข้าใจอินไซต์ของคุณแม่ที่ชอบเก็บของจุกจิกไว้เต็มบ้าน แล้วหยิบมาขยี้ต่อจนกลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์ ซึ่งกระตุ้นให้คนอยากร่วมสนุกกับแบรนด์ได้เพียบ
2. The Ordinary Life Hearing Test | Deaf Thai Foundation
แคมเปญเนื่องในวัน World Hearing Day หรือ วันการได้ยินโลก เมื่อวันที่ 3 มีนาคม “Deaf Thai Foundation” มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จับมือกับเอเจนซี CJ WORX ร่วมกับเหล่า Content Creator เปลี่ยนคลิปที่เราดูกันในทุก ๆ วัน ให้กลายเป็นเครื่องมือตรวจเช็กการได้ยินผ่านแคมเปญ The Ordinary Life Hearing Test แค่ใช้ชีวิตปกติ..ก็ “เช็กการได้ยิน”
โดยแคมเปญนี้ได้ทำการปรับคลิปเสียงวิดีโอในสื่อต่าง ๆ ให้เหลือแค่ย่านความถี่ 2,000 - 4,000 Hz. ซึ่งเป็นความถี่ที่คนมักเริ่มที่จะสูญเสียการได้ยิน หากฟังไม่ออกหรือจับใจความไม่ได้ในช่วงความถี่นี้ ผู้ฟังอาจจะมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียการได้ยิน เป็นสัญญาณเตือนให้ไปตรวจเช็กการได้ยินเพิ่มเติม ได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านก่อนที่จะสายเกินไปนั่นเอง
เรียกได้ว่าเป็นการผสานความตั้งใจดีกับไอเดียสุดสร้างสรรค์ จนกลายเป็นสื่อสร้างความตระหนักรู้ที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของคนได้ แถมยังเป็นประโยชน์โดยตรงกับตัวผู้บริโภคที่ยังคงได้รับฟังคอนเทนต์ที่ตนเองอยาก แต่ก็ได้ทดสอบหูของตัวเองไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย
3. Whoscall สมุดหน้าโจร | Whoscall
รู้หรือไม่ ? ประเทศไทยมีจำนวนเบอร์โทรศัพท์มิจฉาชีพถึง 1,508,469 เบอร์ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในเอเชีย มีคนตกเป็นเหยื่อสูงถึง 612,603 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 69,186 ล้านบาท และ “ผู้สูงอายุ” คือกลุ่มเป้าหมายหลักของบรรดาวายร้ายเหล่านี้
Whoscall ไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เป็นเพียงข่าวสั้น ๆ ที่รับรู้แล้วจบไป แต่อยากทำให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ที่ทุกคนควรระวังตัวไว้ และมีภูมิคุ้มกันในการป้องกันตัวเองก่อนตกเป็นเหยื่อ จึงจัดทำ “สมุดหน้าโจร” ซึ่งได้ไอเดียมาจากสมุดหน้าเหลืองในตำนาน ที่รวบรวมเบอร์โทรศัพท์ในไทย มาเป็นคัมภีร์ที่รวมเบอร์ของเหล่ามิจฉาชีพแทน ด้วยความที่มีมากกว่า 1.5 ล้านเบอร์ ทำให้สมุดเล่มนี้หนาสุด ๆ
ถือเป็นแคมเปญที่ทำ Data Visualization จากเบอร์โทรศัพท์ของมิจฉาชีพได้เล่นใหญ่สุด ๆ นอกจากจะทำให้สังคมตระหนักได้ว่านี่เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไขแล้ว ยังสื่อสารถึงความตั้งใจของแบรนด์ที่ไม่อยากให้ทุกคนใช้สมุดเล่มนี้ แต่อยากให้ดาวน์โหลดแอปฯ ไว้ป้องกันตัวเองจะดีกว่า
4. โกโกวาที่ใหญ่ที่สุดในโลก | Netflix Thailand
แคมเปญที่พาเสียงเกมที่เคยทำทุกคนขนลุกกลับมาอีกครั้ง เพราะ Netflix เขาพา "โกโกวาที่ใหญ่ที่สุดในโลก" มาเยือนถึงไทย พร้อมโชว์สุดพิเศษในอิเวนต์ “สควิดเกม เล่นลุ้นตาย 2” ที่เรียกได้ว่าเล่นใหญ่กว่าใครในโลก !
โดยนอกจากน้องโกโกวาไซซ์ยักษ์จะได้มาโชว์ตัว ล่องแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ภายในอิเวนต์ยังมีจุดถ่ายรูปประจำตัวผู้เล่น กิจกรรมทำเสื้อของเราแบบตัวเดียวในโลก แถมยังได้ทดลองเล่นเกมจริงเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในซีรีส์ด้วย !! บอกเลยว่าเล่นใหญ่ ทำถึงสุด ๆ
นับเป็นการประกาศต้อนรับซีรีส์ “Squid Game 2” ได้น่าตื่นตาตื่นใจ ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ใคร ทั้งตัวไอเดีย โปรดักชัน และอิเวนต์ที่เนรมิตลาน ICONSIAM Park ให้กลายเป็นพื้นที่เล่นเกมและเก็บภาพความอลังการยาวไปถึงปีหน้า ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค. 67 - 2 ม.ค. 68 เลยทีเดียว
5. หนังสือบาร์บีกอนภารกิจตามหาไฟศักดิ์สิทธิ์ | BarBQ Plaza
หนังสือคืออีกหนึ่งช่องทางในการเล่าเรื่องแบรนด์ได้ดี ซึ่งส่วนใหญ่มักจะรวมเล่มเป็นบทสัมภาษณ์ ชีวประวัติ หรือสารคดี แต่ “บาร์บีคิวพลาซ่า” กลับคิดต่าง เพราะเขาเลือกสื่อสารในรูปแบบของ “นิทานธุรกิจ” เล่มแรกของไทยแทน !
โดยหนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า “บาร์บีกอน กับภารกิจตามหาไฟศักดิ์สิทธิ์” เล่าถึงการผจญภัยสุดแฟนตาซีของ GON มาสคอตตัวเขียวแสนซนประจำร้าน กับการออกตามหาไฟศักดิ์สิทธิ์ที่หายไปจากดาวบาร์บีกุน พร้อมสอดแทรกประวัติความเป็นมาของบาร์บีคิวพลาซ่าตั้งแต่ Day 1 จนถึงปัจจุบัน เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณ “ทำทุกช่วงเวลาให้ดีที่สุด” ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์เชื่อมั่นมาตลอด
นับเป็นการฉีกกฎการเล่าเรื่องแบรนด์แบบเดิม ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจสุด ๆ นอกจากเนื้อเรื่องจะน่าอ่าน และภาพประกอบน่ารักจนวางไม่ลงแล้ว ยังสะท้อนถึงความเป็นแบรนด์ร้านอาหารที่มีความคิดสร้างสรรค์ ขยันสรรหาไอเดียใหม่ ๆ มาเซอร์ไพรส์ผู้บริโภคอยู่เสมออีกด้วย
6. #วันดีๆกับกระดาษดีๆ | DoubleA
แคมเปญจาก Double A ที่เชื่อว่า “Better Paper, Better World” กระดาษที่ดีจะสามารถเปลี่ยนโลกของใครหลายคนให้ดีขึ้นได้ พร้อมถ่ายทอดความรู้สึกและพลังใจไปสู่คนที่เรารักและผู้คนรอบข้าง ในวันที่ต้องเหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก รู้สึกเครียดจากแรงกดดันอันหนักอึ้งจากสังคม หรือเผชิญกับปัญหาที่รุมเร้ารอบตัว
แบรนด์เลยได้ต่อยอดไอเดียประโยคสุดฮีลใจผ่านแผ่นกระดาษ สู่ป้าย Digital Out of Home กระจายไปตามท้องถนน แถมยังมีการใส่ลูกเล่นที่ล้อไปกับการเดินทางของรถไฟฟ้า BTS และ MRT ด้วย ไม่ว่าจะเป็น “ชีวิตมีทางออกมากกว่า 1 ทางเสมอ”, “จะเลือกทางไหน ก็ขอให้ราบรื่น” และ “ก่อนออกจากสถานี ยิ้มให้ตัวเองสักทีนะ :)” หรือจะเป็นป้ายตามท้องถนน อย่าง “นี่คือช่วงเวลาที่เพลงจะเพราะที่สุด”
นับเป็นแคมเปญการกลับมาของสื่อป้าย Out of Home ที่แบรนด์เลือกใช้ในการถ่ายทอดความเชื่อของตัวเอง จากการเปรียบกระดาษให้เป็นเหมือนสื่อกลางในการสร้างวันที่ดีให้ผู้คน จนกระตุ้นให้เกิดการส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้เพื่อน คนรัก ครอบครัว และโลกนี้ต่อไปได้
7. หจก. สาธุ | Netflix Thailand
ในปี 2024 “สาธุ” คือซีรีส์ไทยน้ำดีที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับต้น ๆ บน Netflix เรียกได้ว่าการเป็นหยิบ “พุทธพาณิชย์” ที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมานาน มาผสมกับ “กลยุทธ์การตลาด” ที่เข้ากับยุคสมัยและฮุกใจผู้บริโภค จนเกิดเป็นเรื่องราวสุดเข้มข้นที่ตีแผ่ด้านมืดของวงการผ้าเหลือง โดยมีเหล่ามารศาสนาหัวการค้าอยู่เบื้องหลัง
อย่างที่ทุกคนรู้ดีว่า Netflix ถนัดเรื่องเล่นใหญ่อยู่แล้ว ! ในช่วงเปิดตัวซีรีส์เรื่องนี้ ทางแพลตฟอร์มจึงทำคอนเทนต์สุดปั่นอย่าง “หจก. สาธุ” ที่ให้เหล่านักแสดงนำทั้ง 3 คน ซึ่งรับบทเป็นผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจหากินกับวัดนั้น มาแชร์กลยุทธ์การตลาดแบบหมดเปลือก ซึ่งศัพท์เทคนิคหรือวิธีการต่าง ๆ ก็ดัดแปลงมาจากตำราการตลาดจริง ๆ นอกจากนี้ ยังมีการออกคอลเลกชันพิเศษในชีวิตประจำวัน ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อเรื่องดวงของคนไทยอีกด้วย
งานนี้แอดขอคารวะทีมครีเอทีฟ และผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญโปรโมตซีรีส์เรื่องนี้เลยฮะ เพราะไอเดียแต่ละอย่างช่างสร้างสรรค์ ตรงอินไซต์คนไทยสายบุญ ส่วนไอเทมในคอลเลกชันพิเศษยังดูเก๋ น่าใช้สุด ๆ สร้างการมีส่วนร่วมในแคมเปญ และกระตุ้นให้คนอยากชมซีรีส์ได้ดี แอดว่าถ้าคอลฯ นี้เปิดขายจริง ๆ คง Sold Out แน่นอน
8. น้องทันชัวร์ | AirAsia
แคมเปญที่เกาะเทรนด์ กล่องสุ่มสุดมาแรง กับ “น้องทันชัวร์” ตัวช่วยเสริมเรื่องเวลาจากแอร์เอเชีย เพิ่มพลังใส่ใจเวลาให้คนไทย ไปทันแน่ในทุกนัด ซึ่งเป็นการสานต่อแคมเปญ “อยากให้คนไทยใส่ใจเรื่องเวลา” อย่างต่อเนื่อง
โดย น้องทันชัวร์ ก็คือ Art Toy สาวชุดแดง 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นทันเวลา, รุ่นฟ้าเป็นใจ และรุ่นเร็วทันใจ ที่เปิดให้คนที่ซื้ออาหารร้อนหรือเซตคอมโบอาหารร้อน ราคา 150 บาทขึ้นไป แลกสุ่มได้ในราคา 59 บาท
เรียกว่าเป็นการมองหาโอกาสในเทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นในสังคม แล้วสอดแทรกแบรนด์เข้าไปผ่านทั้งดีไซน์ CI องค์กระกอบต่าง ๆ ไปจนถึงสะท้อนมาตรฐานการบริการของสายการบินที่ให้ความสำคัญเรื่อง “การตรงเวลา” เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้ผู้โดยสารทุกคนได้อีกด้วย
9. ไก่ทอดหาดใหญ่โคตรหอมเจียว | Burger King
แคมเปญ “ไก่ทอดหาดใหญ่ โคตรหอมเจียว” มาเพื่อพลิกโลกการตลาด เพราะเมื่อแบรนด์ Tracking ผู้บริโภคไม่ได้ ก็เปลี่ยนให้ผู้บริโภค Tracking เราแทน ! โดยใส่ความเป็นแบรนด์เข้าไป Local Culture เช่น รถกุ๊ก กุ๊ก หรือ ป้ายประกาศวันหยุดหน้าร้านช่วงสงกรานต์
ไม่ใช่แค่การสร้างภาพจำแบบไทย ๆ ให้คนหันมาสนใจเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้คนถ่ายภาพแชร์ลงโซเชียล เกิดเป็นประสบการณ์จาก Offline สู่ Online ที่เปิดโอกาสให้แบรนด์เก็บข้อมูลของลูกค้าได้โดยตรง
เรียกว่าเป็นแคมเปญ Localized Marketing ที่ทำถึงเครื่องสุด ๆ จนสามารถสร้างเอกลักษณ์ให้กับเมนูไก่ทอดของแบรนด์กลายเป็นจุดขายที่โดดเด่นเหนือคู่แข่ง แล้วได้ต่อยอดไปเป็นแคมเปญเมนูไทยต่อไปอีกมากมายเลยทีเดียว
10. VASELINE TRANSITION BODY LOTION | VASELINE
หลายคนอาจยังไมรู้ “ผู้หญิงข้ามเพศ” ล้วนเผชิญความเปลี่ยนแปลงทางผิวหนังในช่วงระหว่างและหลังกระบวนการข้ามเพศในระดับปานกลางถึงรุนแรง เช่น ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ระคายเคือง ผิวไวต่อแสง หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ การหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
ในช่วงหลายปีมานี้ที่แบรนด์ต่าง ๆ หันมาโฟกัสเรื่อง “ความแตกต่าง ความหลากหลาย และความเท่าเทียม” วาสลีน ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้เช่นกัน จึงเปิดตัว “วาสลีน โปร เดอร์มา ทรานซิชั่น บอดี้ โลชั่น” ครีมบำรุงผิวที่พัฒนาร่วมกับผู้หญิงข้ามเพศเป็นครั้งแรก ผ่านการทดสอบทางคลินิก ซึ่งคิดจากอินไซต์ และมุ่งตอบสนองความต้องการเรื่องผิวเพื่อคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
ถือเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ต่อวงการความงามแบบทำถึงสุด ๆ เพราะนี่ไม่ใช่แค่เครื่องยืนยันความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์ในการคิดค้นและพัฒนาสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจในการเปิดรับความแตกต่าง พร้อมยืนหยัดมอบประสบการณ์ความงามเพื่อทุกคนอย่างเท่าเทียมได้เห็นชัดเจน จึงไม่แปลกที่ผลิตภัณฑ์นี้สามารถคว้ารางวัลแห่งปีจากเวทีใหญ่ ทั้งในและต่างประเทศมาครองได้สำเร็จแบบนี้