โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การรถไฟฯ จี้ กรมที่ดิน เร่งโต้แย้งปมที่ดินทับซ้อน ’เขากระโดง‘

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ม.ค. 2568 เวลา 07.57 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 11.46 น.
วีริศ อัมระปาล

ผู้ว่าการรถไฟฯ ทำหนังสือถึง อธิบดีกรมที่ดิน จี้เร่งพิจารณาโต้แย้ง ร.ฟ.ท. ปมที่ดินทับซ้อนเขากระโดง ชี้เพื่อให้ครบถ้วนกระบวนการกฎหมาย อย่าอ้างเหตุว่าเป็นดุลพินิจศาล-หลังยุติตั้ง คณะกรรมการสอบสวน

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง ถึงอธิบดีกรมที่ดิน กรณีการตีความทางกฎหมายและคำพิพากษาของศาล คำสั่งไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินทับซ้อนเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีเนื้อหาว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวกับกรมที่ดิน ได้ออกแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 กรณีชี้แจงข้อเท็จจริงถึงการดำเนินการของ กรมที่ดิน เกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง นั้น

การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีความเห็นว่า ข้อมูลตามแถลงการณ์ดังกล่าวคลาดเคลื่อน จากข้อเท็จจริงทั้งในแง่ของการตีความกฎหมาย และผลของคำพิพากษาของศาล เพื่อเป็นการรักษาและสงวนไว้ ซึ่งความเป็นเจ้าของสิทธิที่ดินที่เป็นข้อพิพาทของ ร.ฟ.ท.

ร.ฟ.ท.ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

1.ประเด็นที่กรมที่ดินอ้างว่าได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ภาค 3 ทั้งสามคดีครบถ้วนแล้ว นั้น ร.ฟ.ท. เห็นว่า แม้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842-876/2560 ข้อพิพาทแห่งคดีจะเป็นเรื่องที่ ร.ฟ.ท. คัดค้านการออกโฉนดที่ดินจำนวน 40 แปลงของราษฎรจำนวน 35 ราย ซึ่งภายหลังที่ ศาลฎีกา มีคำพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของ ร.ฟ.ท. กรมที่ดินได้ยกเลิกการออกโฉนด และยกเลิกใบไต่สวนและจำหน่าย ส.ค.1 ออกจากทะเบียนครอบครองที่ดินแล้วก็ตาม

แต่คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ได้วินิจฉัยเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินของ ร.ฟ.ท. มิใช่เฉพาะที่ดินพิพาท 40 แปลงข้างต้นเท่านั้น แต่วินิจฉัยครอบคลุมถึงที่ดินตามแผนที่แสดงเขตที่ดินที่ ร.ฟ.ท. ได้ยื่นต่อศาลด้วย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 5,083 ไร่เศษ เช่นเดียวกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 คดีหมายเลขแดงที่ 111/2563 คดีหมายเลขแดงที่ 1112/2563 คำวินิจฉัยของศาลก็ได้วินิจฉัยถึงแนวเขตที่ดินของ ร.ฟ.ท. มิใช่เฉพาะเพียงแค่ที่ดินซึ่งเป็นข้อพิพาทในคดีดังกล่าวเท่านั้น แต่วินิจฉัยรวมถึงแนวเขตที่ดินของ ร.ฟ.ท. ตามแผนที่ที่กรมรถไฟแผ่นดินทำขึ้น (เอกสารหมาย จ.๗ ในคดีดังกล่าวด้วย)

ดังนั้น เมื่อคำพิพากษาศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ภาค 3 เป็นการวินิจฉัยเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินของ ร.ฟ.ท. และผลปรากฏว่า กรมที่ดินได้ออกเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินทับซ้อนกับที่ดินของ ร.ฟ.ท. นอกเหนือไปจากที่ดินตามข้อพิพาทแห่งคดีด้วยแล้ว คำพิพากษาดังกล่าวย่อมใช้ยันกรมที่ดิน และผู้ถือเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทุกแปลงด้วย

เมื่อ ร.ฟ.ท. ได้ขอให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินในบริเวณดังกล่าว ย่อมเป็นหน้าที่ของกรมที่ดินที่จะต้องดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 เพื่อดำเนินการเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมด แต่กรมที่ดินละเลยการปฏิบัติหน้าที่จน ร.ฟ.ท. ต้องไปฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางและศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้กรมที่ดินดำเนินการดังกล่าว

ดังนั้น ที่กรมที่ดินอ้างว่าคำพิพากษาของศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่สามารถนำไป ใช้ยันกับผู้ครอบครองที่ดินแปลงอื่น ๆ ได้นั้น จึงคลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะกรมที่ดินซึ่งเป็นผู้ออกเอกสารแสดงสิทธิในที่ดิน เมื่อคำพิพากษาได้วินิจฉัยชัดเจนเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ของ ร.ฟ.ท. ย่อมถือว่ามีความปรากฏว่าเป็นการออกเอกสารแสดงสิทธิที่ดินโดยคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว เพราะออกทับซ้อนที่ดินของ ร.ฟ.ท. จึงเป็นหน้าที่ของกรมที่ดินต้องดำเนินการเพื่อเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวทั้งหมด

เมื่อดำเนินการเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินแล้วก็เป็นหน้าที่ของผู้ครอบครองที่ดิน ต้องใช้สิทธิพิสูจน์ว่าตนเองมีสิทธิในที่ดินดีกว่า ร.ฟ.ท. อย่างไร ซึ่งสอดคล้องกับคำพิพากษาศาลปกครองกลางคดีหมายเลขดำที่ 2494/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 582/2566 ที่ ร.ฟ.ท. ยื่นฟ้องกรมที่ดินและอธิบดีกรมที่ดิน

ซึ่งศาลได้มีคำวินิจฉัยยืนยันความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินของ ร.ฟ.ท. มิใช่เพียงแค่ที่ดินพิพาทในคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกา และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทั้ง 3 คดีเท่านั้น โดยคำพิพากษาตอนหนึ่งระบุว่า “แม้ในคำพิพากษาของศาลฎีกาทั้งสองคดีและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ จะไม่ได้วินิจฉัยให้เพิกถอนที่ดินแปลงอื่น ๆ นอกเหนือจากที่ปรากฏเป็นข้อพิพาทในคดีก็ตาม แต่คำพิพากษาดังกล่าวก็ได้วินิจฉัยอย่างชัดแจ้งถึง ความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงสามารถใช้ยันบุคคลภายนอกได้ เว้นแต่บุคคลภายนอกนั้นจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า อีกทั้งที่ดินบริเวณที่ศาลมีคำพิพากษากล่าวอ้างถึงฐานะเป็นที่ดินของรัฐ ที่สามารถใช้จัดทำบริการสาธารณะให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ หาใช่มีผลผูกพันเฉพาะแต่คู่ความในคดีตาม มาตรา 145 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งตามที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองกล่าวอ้างแต่อย่างใดไม่”

2.กรณีที่กรมที่ดินอ้างว่าได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองกลางด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินแล้ว ส่วนการพิจารณาข้อเท็จจริงว่า จะเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินหรือไม่ เป็นดุลพินิจของอธิบดีกรมที่ดิน นั้น

ร.ฟ.ท. ขอชี้แจงว่า แม้การพิจารณาว่าจะเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินหรือไม่จะเป็นดุลพินิจของอธิบดีกรมที่ดินก็ตาม แต่การใช้ดุลพินิจของอธิบดีกรมที่ดินก็ต้องอยู่ในกรอบของข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด และต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งในเรื่องที่ดินเขากระโดงนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏตามคำพิพากษาทั้งของศาลยุติธรรมและศาลปกครองดังกล่าวข้างต้น แล้วว่าที่ดินบริเวณเขากระโดงเป็นที่ดินของ ร.ฟ.ท. และศาลปกครองได้มีข้อสังเกตในการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินโดยให้ ร.ฟ.ท. มีส่วนร่วมในการดำเนินการของคณะกรรมการดังกล่าวด้วย

กรณีเช่นนี้จึงทำให้อธิบดีกรมที่ดินมีหน้าที่ต้องทำการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อน กับแนวเขตพื้นที่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ ร.ฟ.ท. หรือไม่ ซึ่งหากมีการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินของ ร.ฟ.ท.โดยคลาดเคลื่อน หรือไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว อธิบดีกรมที่ดินก็ต้องใช้อำนาจหน้าที่สั่งเพิกถอนหรือแก้ไข โดยในการดำเนินการเช่นว่านี้ทางคณะกรรมการสอบสวนมีอำนาจในการเรียกเอกสารสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ เพื่อให้โอกาสในการคัดค้าน

ดังนั้น การที่อธิบดีกรมที่ดิน ยุติเรื่องโดยอ้างเหตุว่าเป็นดุลพินิจซึ่งศาลไม่อาจก้าวล่วงได้นั้น กรณีเช่นนี้ย่อมถือว่าเป็นการดำเนินการที่ยังไม่ครบถ้วนตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งยังเป็นการโต้แย้งพยานหลักฐานซึ่งศาลได้วินิจฉัยไว้อย่างชัดเจนแล้วอีกด้วย

นอกจากนี้ กรณีที่ท่านได้มีคำสั่งตาม ม 61 วรรค 2 ให้ยุติเรื่องลงวันที่ 21 ตุลาคม 2567 ซึ่งต่อมา ร.ฟ.ท. ได้ยื่นหนังสือโต้แย้งคัดค้าน ฉบับลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 แต่ขณะนี้ ร.ฟ.ท. ยังไม่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาจากกรมที่ดินและท่าน

ดังนั้น ร.ฟ.ท. จึงขอให้ท่านได้เร่งพิจารณาข้อโต้แย้งของ ร.ฟ.ท. และได้โปรดดำเนินการตามกฎหมายให้เป็นไปโดย ครบถ้วน และถูกต้องต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การรถไฟฯ จี้ กรมที่ดิน เร่งโต้แย้งปมที่ดินทับซ้อน ’เขากระโดง‘

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...