โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้จักไวรัส HMPV ที่ระบาดในจีน องค์การอนามัยโลกยืนยันไม่น่ากังวล แค่ระบาดตามฤดูกาล

TODAY

อัพเดต 06 ม.ค. 2568 เวลา 19.01 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 12.01 น. • workpointTODAY

โรคปอดอักเสบจากไวรัสHMPV กำลังระบาดหนักในจีนและฮ่องกง ล่าสุด มีรายงานว่าอินเดียเพิ่งพบผู้ติดเชื้อรายแรกของปีนี้ ทำให้ตอนนี้เริ่มมีกระแสความตื่นตระหนกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสชนิดนี้เพิ่มขึ้น

แม้องค์การอนามัยโลก(WHO) และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อหลายคนยังคงยืนยันว่าสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่มีอะไรน่ากังวลเนื่องจากไวรัสชนิดนี้ไม่ใช่ไวรัสใหม่และการแพร่ระบาดก็เป็นการระบาดตามฤดูกาล

เพื่อทำความเข้าใจเรื่องนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับไวรัสชนิดนี้พร้อมหาคำตอบว่าไทยควรต้องกังวลมากน้อยแค่ไหนแบบสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด

ไวรัสHMPV คืออะไร

HMPV เป็นชื่อย่อของไวรัสที่มีชื่อว่า‘ฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส’ (Human Metapneumovirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ถูกพบโดยนักวิจัยชาวเนเธอร์แลนด์มานานแล้วปกติไวรัสชนิดนี้จะแพร่ระบาดในช่วงฤดูหนาวทำให้เกิดการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเด็กผู้สูงอายุและผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ

ไวรัสชนิดนี้แพร่กระจายผ่านละอองทางเดินหายใจ การสัมผัสใกล้ชิดทางกาย หรือการสัมผัสกับพื้นผิวที่ปนเปื้อนไวรัส มีระยะฟักตัวประมาณ3-6 วันจากนั้นผู้ติดเชื้อจะเริ่มแสดงอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่คือมีไข้ไอเจ็บคอคัดจมูก

โดยการติดเชื้อสามารถตรวจพบได้ด้วยการswab แบบเดียวกับไข้หวัดใหญ่ และRSV แต่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านหากพบว่าติดเชื้อแพทย์จะใช้วิธีรักษาตามอาการ

ส่วนใหญ่ถ้าติดเชื้อไม่รุนแรงจะสามารถหายได้เองในเวลาประมาณ1 สัปดาห์ แต่ในกรณีที่ติดเชื้อรุนแรง อาจส่งผลให้ผู้ป่วย มีอาการหลอดลมอักเสบ ปอดบวม ปอดอักเสบ บางคนอาจร้ายแรงถึงขั้นมีอาการเหนื่อยหอบ ระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตได้

สถานการณ์ในจีนเป็นอย่างไร

การระบาดระลอกล่าสุดของไวรัสHMPV เริ่มถูกพูดถึงมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วหลังมีสื่อออกมารายงานว่าจีนกำลังรับมือกับจำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจที่เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติทางตอนเหนือของประเทศโดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในวัยเด็กจนโรงพยาบาลหลายแห่งประสบปัญหาผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล

ขณะที่ในโลกออนไลน์ก็มีการพูดถึงเรื่องนี้อย่างแพร่หลาย แต่จุดที่น่าสังเกตคือ มีการระบุสาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่ระบาดอยู่แตกต่างกันไป บางโพสต์ระบุชี้ชัดเลยว่า เป็นการระบาดของไวรัสHMPV แต่บางส่วนกลับระบุว่า เป็นการระบาดของไวรัสหลายชนิด ทั้งไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์A, HMPV, ไมโครพลาสมา, นิวโมเนียอี และโควิด-19

พร้อมกับมีการโพสต์ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ เป็นภาพผู้คนจำนวนมากสวมหน้ากาก แออัดอยู่ในโรงพยาบาลของจีน เลยยิ่งสร้างความความตื่นตระหนกว่า สถานการณ์ดูคล้ายกับในช่วงแรกๆ ที่โควิด-19 เริ่มระบาด

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีกระแสบนโลกออนไลน์ที่อ้างว่า ตอนนี้รัฐบาลจีนได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว จนนำไปสู่การตั้งคำถามถึงความรุนแรงของการระบาด

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันจากทางการจีนถึงเรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน มีแค่การเปิดเผยจากหน่วยงานสาธารณสุขของจีนว่า กำลังดำเนินมาตรการฉุกเฉิน เพื่อเฝ้าระวังและจัดการกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นเป็นปกติในช่วงฤดูหนาว

ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานด้วยว่า พบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจจากการติดเชื้อไวรัสHMPV ในฮ่องกงแต่ยังไม่ถึงขั้นมีผู้ป่วยจำนวนมากจนล้นโรงพยาบาลขณะนี้ทางหน่วยงานสาธารณสุขกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

หลายประเทศจับตา อินเดียพบผู้ป่วยแล้ว2 ราย

กระแสข่าวและสถานการณ์ที่มีการเปิดเผยมาจากทางการจีน ทำให้หลายประเทศเริ่มเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสHMPV เพิ่มขึ้นหนึ่งในประเทศกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและออกมาเตือนประชาชนให้ดูแลสุขภาพแล้วคือมาเลเซีย

โดยกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียเพิ่งออกมาเปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อHMPV เพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงที่ไวรัสตัวนี้กำลังระบาดอยู่ในจีนและฮ่องกง

ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสHMPV ที่พบในมาเลเซียทั้งประเทศตลอดปี2024 ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น327 ราย แม้ตัวเลขนี้จะดูเหมือนไม่สูง แต่ที่น่าตกใจคือเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเกือบ2 เท่าทำให้รัฐบาลมาเลเซียต้องออกมาเตือนให้ประชาชนตื่นตัวเฝ้าระวังการแพร่ระบาดและปฏิบัติตามคำเตือนของหน่วยงานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

ด้านสื่ออินเดียหลายสำนัก เพิ่งออกมารายงานในวันนี้(6 ม.ค.) ว่า พบผู้ติดเชื้อHMPV ในอินเดียแล้ว2 ราย เป็นเด็กทารกวัย3 เดือน และ8 เดือนตรวจพบโรคที่โรงพยาบาลในเมืองบังกาลอร์รัฐกรณาฏกะทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

แต่กระทรวงสาธารณสุขอินเดียยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่ากังวลเพราะข้อมูลจากโรงพยาบาลทั่วประเทศยังไม่พบว่ามีผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเข้ามารับการรักษาในจำนวนที่มากเกินปกติ

กระทรวงฯ ยังย้ำด้วยว่า อินเดียกำลังเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสHMPV อย่างใกล้ชิด และได้ประสานไปยังองค์การอนามัยโลก(WHO) เพื่อขอให้อัปเดตข้อมูลการระบาดอย่างสม่ำเสมอพร้อมทั้งเตรียมการรับมือในกรณีที่อาจเกิดการระบาดเป็นวงกว้างในประเทศไว้แล้ว

นอกจากมาเลเซียและอินเดียแล้ว ขณะนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่ออกมาประกาศว่ากำลังเฝ้าระวังการระบาดของไวรัสHMPV แล้ว อาทิ กัมพูชา

กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์เตือนประชาชนให้ระมัดระวังการติดเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า65 ปีขึ้นไปและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอซึ่งมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อและมีอาการรุนแรง

ไทยต้องกังวลแค่ไหน

ในส่วนของประเทศไทย ตอนนี้ยังไม่มีรายงานพบการระบาดของเชื้อไวรัสHMPV ในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าวันนี้(6 ม.ค.) ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์เฟซบุ๊ก ให้ข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสHMPV ระบุว่า

“HMPV ไม่ใช่ไวรัสใหม่ ไวรัสนี้มีมานานมากแล้ว แต่เพิ่งจะมาพบในปีค.ศ. 2000 โดยทีมนักไวรัสวิทยา ที่Erasmus University เนเธอร์แลนด์ แยกไวรัสนี้ได้จากเด็กเล็ก2 ราย ที่ป่วยเป็นปอดอักเสบรุนแรง และตรวจไม่พบไวรัสที่เคยรู้จักกันมาก่อน จึงใช้วิธีการทางชีวโมเลกุล ตรวจชิ้นส่วนRNAโดยวิธีการสุ่ม เมื่อเปรียบเทียบพันธุกรรม คล้ายคลึงกับAvian pneumovirus ในนก แต่เมื่อมาทดสอบกับสัตว์ทดลอง ใช้ไก่งวงแทนนก และลิง พบว่าไก่งวงไม่เป็นโรค แต่ลิงมีน้ำมูกไหล เป็นหวัด จึงรู้ว่าไวรัสตัวนี้ไม่ได้ข้ามมาจากนก

ต่อมาได้มีการเอาน้ำเหลืองที่เก็บไว้มานานกว่า50 ปี มาตรวจก็พบว่ามีปฏิกิริยาภูมิต้านทานต่อไวรัสตัวนี้แล้วโดยเฉพาะในผู้ใหญ่ แสดงว่าไวรัสนี้มีมานานมากกว่า50 ปี

เมื่อแยกพันธุกรรมทั้งตัว ก็สามารถที่จะพัฒนาวิธีการตรวจ และองค์ความรู้เพิ่มมากขึ้น

ทางศูนย์ไวรัสของเราที่จุฬา ได้ทำการตรวจมาตั้งแต่ปี2001 และเผยแพร่ในวารสารScand J Infect Dis. 2003;35(10):754-6. doi: 10.1080/00365540310000094. Human metapneumovirus infection in Thai childrenและหลังจากนั้นก็มีการเผยแพร่ในวารสารเป็น ภาษาอังกฤษ ในนานาชาติเรื่อยมา อีก3 รายงาน

พบไวรัสนี้ในผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ในเด็ก ประมาณร้อยละ4และต่อมาก็ได้มีการตรวจอย่างต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน พบไวรัสนี้ประมาณร้อยละ4-8เป็นไปตามฤดูกาลกับโรคทางเดินหายใจอื่น จะพบมากในฤดูฝน และช่วงฤดูหนาวอีกเล็กน้อย

อาการของไวรัสนี้ไม่แตกต่างกับไวรัสตัวอื่น ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจพบได้ ตั้งแต่ ไม่มีอาการ อาการน้อย จนถึงอาการมากลงปอด พบได้ทุกอายุ แต่พบได้มากในเด็ก และก่อนหน้านี้ไม่มีวิธีการตรวจ นอกจากใช้ทางชีวโมเลกุล ปัจจุบันการตรวจง่ายมาก ใช้วิธีการเช่นเดียวกับATK ของโควิด จึงได้มีการพูดถึงกันมากขึ้น

การดูแลรักษาและการป้องกัน ทำได้เช่นเดียวกันกับโรคทางเดินหายใจอื่นๆ ดูแลเรื่องสุขลักษณะ ให้ร่างกายแข็งแรง ล้างมือ ใครมีอาการทางเดินหายใจ ไม่ควรไปโรงเรียน หน้ากากอนามัยให้ใส่ในผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจทุกคน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปสู่คนอื่น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...