ธนาคารทั่วโลก คาดเลย์ออฟพนักงาน 2 แสนตำแหน่ง ใน 3-5 ปี โดยดึง AI ทำงานแทนคน
ธนาคารทั่วโลก คาดเลิกจ้างพนักงาน 2 แสน ตำแหน่งงาน ใน 3-5 ปี เนื่องจากนำ AI มาใช้ทำงานแทนคน ซึ่งลดต้นทุนและเพิ่มกำไร อย่างไรก็ตาม AI ก็อาจช่วยให้มีการจ้างงานเพิ่ม
วันที่ 9 มกราคม 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารทั่วโลกอาจเลิกจ้างพนักงานมากถึง 200,000 ตำแหน่ง ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า เนื่องจากปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) จะเข้ามาทำรุกล้ำทำหน้าที่งานปกติซึ่งแรงงานมนุษย์ทำอยู่
Bloomgberg Intelligence โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้ดำเนินการสำรวจหัวหน้าฝ่ายสารสนเทศและเทคโนโลยีอย่างครอบคลุม จากบรรดาธนาคารรายใหญ่ รวมถึง ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค (JPMorgan Chase & Co) และโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs Group)
ผลสำรวจเผยให้เห็นว่า จำนวนพนักงานที่ถูกเลิกจ้างโดยเฉลี่ย จะอยู่ที่ 3% นอกจากนี้แล้ว ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 1 ใน 4 จากทั้งหมด 93 คน คาดการณ์ว่า จำนวนพนักงานจะลดลงอย่างรวดเร็ว ระหว่าง 5% ถึง 10%
ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถาม 8 ใน 10 คน ต่างคาดว่าปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้างหรือ Generative AI จะช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้อย่างน้อย 5% ภายใน 3 ถึง 5 ปีข้างหน้า
นายโทมัส เนิตเซล นักวิเคราะห์อาวุโสของ Bloomberg Intelligence คาดว่า บทบาทในฝ่าย Back Office ซึ่งเป็นตำแหน่งงานที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินงานขององค์กรและไม่ต้องเจอกับลูกค้าโดยตรง ฝ่าย Middle Office ซึ่งควบคุมติดตามความเสี่ยงและตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบของบริษัท และฝ่ายปฏิบัติการ มีแนวโน้มจะเผชิญกับความเสี่ยงสูงสุดจากการเปลี่ยนแปลงนี้
บทบาทในฝ่ายบริการลูกค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน เนื่องจากบอทที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ามาทำหน้าที่จัดการการโต้ตอบกับลูกค้าแทน ในขณะที่กระบวนการกระบวนการที่ผู้ให้บริการใช้เพื่อตรวจสอบและยืนยันตัวตนของลูกค้า ก็อาจได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้แล้ว งานที่เกี่ยวข้องกับงานประจำที่ซ้ำซาก นับว่ามีความเสี่ยงมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม นายเนิตเซลชี้ว่า AI จะไม่กำจัดตำแหน่งเหล่านี้ทั้งหมด แต่จะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงกำลังคนแทน
ผลการวิจัยกล่าวชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมการธนาคาร โดยการนำ AI มาใช้มีแนวโน้มที่จะช่วยเพิ่มรายได้และผลกำไร โดยภายในปี 2570 ธนาคารอาจพบว่าผลกำไรก่อนหักภาษีเพิ่มขึ้น 12% ถึง 17% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งอาจเพิ่มผลกำไรรวมได้มากถึง 1.8 แสน ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงานระบุว่า ธนาคารต่าง ๆ ใช้เวลาหลายปีในการปรับปรุงระบบไอทีให้ทันสมัยมา เพื่อปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและลดต้นทุน ภายหลังวิกฤตการณ์ทางการเงิน โดยในปัจจุบัน ธนาคารต่างกำลังนำเครื่องมือ AI รุ่นใหม่มาใช้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
Citi ระบุในรายงานเดือนมิ.ย. 2567 ว่า AI มีแนวโน้มจะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานของมนุษย์ในอุตสาหกรรมการธนาคาร มากกว่าภาคส่วนอื่น ๆ
โดยประมาณ 54% ของตำแหน่งงานในภาคส่วนนี้ มีแนวโน้มสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการคาดการณ์เหล่านี้ แต่บริษัทหลายแห่งก็ยังคงเน้นย้ำว่า AI มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนบทบาทมากกว่าจะเข้ามาแทนที่ทั้งหมด โดยนางเทเรซา ไฮต์เซนเรเธอร์ ผู้กำกับดูแลโครงการ AI ของ JPMorgan กล่าวว่า การที่ธนาคารนำ Generative AI มาใช้ ได้ช่วยขยายการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น แทนที่จะกำจัดตำแหน่งงานออกไป
ด้านนายเจมี ไดมอน ซีอีโอของ JPMorgan ก็เคยแสดงทัศนคติเชิงบวกต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก AI โดยในการสัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กเมื่อปี 2566 นายไดมอนกล่าวว่า AI อาจช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานได้อย่างมาก แม้ว่าจะส่งผลให้มีการเลิกจ้างพนักงานบ้างก็ตาม
ทั้งนี้ นายไดมอนเสริมว่า คนรุ่นลูกหลานอาจมีอายุยืนได้ถึง 100 ปี และไม่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เพราะเทคโนโลยี และในเวลานั้น พวกเขเหล่านี้น่าจะทำงานเพียงแค่ 3 วันครึ่งต่อสัปดาห์เท่านั้น
อ้างอิง : bloomberg.com