โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส.อ.ท. สรุปยอดรถยนต์ปี'67 ส่งออกวูบ 8.8% ตั้งเป้าปีนี้ผลิต 2.5 ล้านคัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ม.ค. 2568 เวลา 07.43 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2568 เวลา 07.08 น.

ส.อ.ท. สรุปตัวเลขรถยนต์ปี 2567 เผยยอดผลิตลดลง 9.47% ส่วนส่งออกลดลง 8.8% ส่วนปี 2568 ตั้งเป้ายอดผลิต 1.5 ล้านคัน โต 2.11% ส่งออก 1,000,000 คัน และจำหน่ายในประเทศ 500,000 คัน หวั่น “ทรัมป์” คุมเข้มนำเข้ารถยนต์ อีวีจีนทุ่มตลาด

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ตัวเลขประมาณการการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของสมาชิกกลุ่ม ในปี พ.ศ. 2568 โดยแยกเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก และการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ดังนี้

ตั้งเป้าปี’68 ผลิต 1.5 ล้านคัน

ประมาณการการผลิตรถยนต์ในปี พ.ศ. 2568 ประมาณ 1,500,000 คัน มากกว่าปี พ.ศ. 2567 ซึ่งมีจำนวน 1,468,997 คัน เพิ่มขึ้น 2.11% โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 1,000,000 คัน เท่ากับ 66.66% ของยอดการผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 500,000 คัน เท่ากับ 33.34% ของยอดการผลิตทั้งหมด

ผลิตส่งออก 1 ล้านคัน

สำหรับผลิตเพื่อการส่งออก จำนวน 1,000,000 คัน ปีที่แล้วที่ผลิตได้ 1,009,141 คัน ลดลง 0.91% โดยมีปัจจัยบวก ดังนี้

  • การขึ้นภาษีนำเข้าของประเทศสหรัฐอเมริกาในระยะสั้นไม่สูงมากนัก อาจจะไม่กระทบมูลค่าการค้าโลกมากดังที่กังวลกัน ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
  • อัตราดอกเบี้ยอาจลดลงและราคาน้ำมันอาจลดลงทำให้อำนาจซื้อของประเทศคู่ค้าสูงขึ้นส่งผลให้การส่งออกดีขึ้น ต้องติดตามว่าลดลงมากน้อยแค่ไหน
  • ติดตามสงครามในภูมิภาคต่าง ๆ ว่ายุติได้หรือไม่ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจใช้เงินของประชาชนในประเทศต่าง ๆ

ปัจจัยลบ ดังต่อไปนี้

  • ความชัดเจนในมาตรการด้านการค้าและอื่น ๆ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะขึ้นภาษีากรนำเข้าอีกมากน้อยแค่ไหน
  • คู่แข่งในประเทศคู่ค้ามีมากขึ้น
  • ประเทศคู่ค้ามีการผลิตรถกระบะซึ่งอาจลดคำสั่งซื้อและอาจส่งออกแทนประเทศไทยจากการผลิตรถกระบะลดลง
  • ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคต่าง ๆ อาจขยายเพิ่มขึ้นทั้งภูมิภาคเดิมและภูมิภาคใหม่
  • มาตรการเข้มงวดการปล่อยคาร์บอนของรถยนต์ของประเทศคู่ค้าที่ทำให้รถยนต์บางรุ่นนำเข้าไม่ได้

ผลิตขายในประเทศ 5แสนคัน

ส่วนผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ จำนวน 500,000 คัน เพิ่มขึ้น 8.73%

ปัจจัยบวก ดังต่อไปนี้

  • การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าโครงการ EV 3.0 ในอัตรา 1.5 เท่า
  • เศรษฐกิจในประเทศขยายตัว 2.4-2.9%
  • คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากปี’67
  • ส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร รวมทั้งสินค้าอุตสาหกรรมบางกลุ่มขยายตัวเพิ่มขึ้น
  • การแจกเงินของรัฐบาลให้กลุ่มต่าง ๆ
  • การกระตุ้นเศรษฐกิจ e-Receipt
  • การลงทุนของภาครัฐ
  • ปี’67 มีผู้ขอรับส่งเสริมการลงทุนในประเทศสูงถึง 1.12 ล้านล้านบาทสูงที่สุดในรอบสิบปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 35 จากปี’66 โดยยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ 102,366 ล้านบาท
  • จะมีการลดดอกเบี้ยในประเทศซึ่งจะทำให้ต้นทุนและภาระการชำระหนี้ลดลงช่วยเพิ่มอำนาจซื้อในประเทศ
  • ราคาน้ำมันอาจลดลงจากการเรียกร้องของประธานาธิบดีสหรัฐซึ่งจะทำให้ภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนการดำเนินงานลดลง อำนาจซื้อของประชาชนมากขึ้น

ปัจจัยลบ ดังต่อไปนี้

  • ความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน เพราะมาตรการการปล่อยสินเชื่อแบบรับผิดชอบจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
  • สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนอาจจะไม่รุนแรงซึ่งจะทำให้การย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศจีนมายังประเทศไทยชะลอตัวลงได้เพราะประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกาซึ่งจะส่งผลกระทบการจ้างงานในประเทศไทย
  • หนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูงอาจจะส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

ตั้งเป้าผลิตรถจักรยานยนต์ 2.1 ล้านคัน

ประมาณการการผลิตรถจักรยานยนต์ในปี พ.ศ. 2568 ประมาณ 2,100,000 คัน มากกว่าปี พ.ศ. 2567 ซึ่งมีจำนวน 1,487,605 คัน เพิ่มขึ้น 0.10% โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 400,000 คัน เท่ากับ 19.04% ของยอดการผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 1,700,000 คัน เท่ากับ 80.96% ของยอดการผลิตทั้งหมด

* ผลิตเพื่อการส่งออก จำนวน 400,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 0.10%
* ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ จำนวน 1,700,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ 14.28%

ปี’67 ยอดส่งออกรถยนต์ลด 8.8%

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,468,997 คัน ลดลง 19.95% จากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2566

ส่วนจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนธันวาคม 2567 มีทั้งสิ้น 104,878 คัน ลดลง 17.37% จากเดือนธันวาคม 2566 ลดลงจากการผลิตขายในประเทศลดลง 28.50% ตามยอดขายในประเทศที่ลดลง และผลิตส่งออกลดลง 9.47% ตามยอดส่งออกที่ลดลง

ขณะที่ยอดส่งออกรถยนต์ของทั้งปี’67 อยู่ที่ 1,019,213 คัน ลดลง 8.80% จากปี’66 และมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 952,550.17 ล้านบาท ลดลง 2.08% จากปี’66

สำหรับมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 952,550.17 ล้านบาท ลดลง 2.08% จากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2566

ด้านมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 68,464.95 ล้านบาท ลดลง 6.74% จากเดือนมกราคม-ธันวาคม 2566

ทั้งนี้ รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ เดือนมกราคม-ธันวาคม 2567 มีทั้งสิ้น 1,021,015.12 ล้านบาท ลดลง 2.41% จากปี 2566

สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือน ธ.ค. 67 มีจำนวนทั้งสิ้น 54,016 คัน ลดลง 20.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินจากหนี้ครัวเรือนสูง หนี้เสียรถยนต์ยังเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราต่ำ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังคงลดลงโดยทำให้แรงงานมีอำนาจซื้อลด

ส่วนทั้งปี’67 รถยนต์มียอดขาย 572,675 คัน ลดลง 26.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.อ.ท. สรุปยอดรถยนต์ปี’67 ส่งออกวูบ 8.8% ตั้งเป้าปีนี้ผลิต 2.5 ล้านคัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...