ประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) — จากความฝันของคนภาคเหนือสู่มหาวิทยาลัยภูมิภาคแห่งแรก
[&pre>div]:bg-bg-000/50 [&pre>div]:border-0.5 [&pre>div]:border-border-400 [&.ignore-pre-bg>div]:bg-transparent [&.standard-markdown:is(p,blockquote,h1,h2,h3,h4,h5,h6)]:pl-2 [&.standard-markdown:is(p,blockquote,ul,ol,h1,h2,h3,h4,h5,h6)]:pr-8 [&.progressive-markdown:is(p,blockquote,h1,h2,h3,h4,h5,h6)]:pl-2 [&.progressive-markdown:is(p,blockquote,ul,ol,h1,h2,h3,h4,h5,h6)]:pr-8">
ประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) — จากความฝันของคนภาคเหนือสู่มหาวิทยาลัยภูมิภาคแห่งแรก
ประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) อย่างละเอียด ตั้งแต่การเรียกร้องของประชาชนภาคเหนือ การก่อตั้ง 22 มกราคม พ.ศ. 2507 พัฒนาการสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการครบถ้วน
กว่าจะมีมหาวิทยาลัยในภาคเหนือ ประชาชนต้องรอและเรียกร้องกันมานานกว่า 10 ปี
ในช่วงทศวรรษ 2490 นักเรียนจากภาคเหนือที่ต้องการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยมีทางเลือกเดียว คือเดินทางไกลลงไปกรุงเทพฯ การมีมหาวิทยาลัยในภูมิภาคจึงไม่ใช่ความต้องการเชิงนโยบายเท่านั้น แต่คือความฝันที่ประชาชนในภาคเหนือผลักดันด้วยตัวเอง
ความฝันนั้นกลายมาเป็น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
? หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิงหลักจากเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (cmu.ac.th/th/cmu/history), คลังจดหมายเหตุ อว. (mhesi.nrct.go.th), ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 81 ตอนที่ 7 และ Matichon Weekly โดยใช้ Wikipedia ภาษาไทยเป็นข้อมูลประกอบ
บทที่ 1 — เสียงเรียกร้องจากภาคเหนือ: "จงสู้จนสุดใจขาดดิ้น"
มช. เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของชาวล้านนา ที่ผ่านการต่อสู้ เรียกร้องให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยภาคเหนือขึ้น โดยมีหนังสือพิมพ์ "คนเมือง" ที่มีบทบาทโดดเด่นมากที่สุดยุคนั้น ได้เผยแพร่นับตั้งแต่ฉบับวันที่ 6 มิถุนายน – 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 รวม 8 สัปดาห์ต่อเนื่องกัน ผ่านทาง "บทนำ" และคอลัมน์ "ออกข่วง" ซึ่งตั้งหัวข้ออภิปรายเรื่อง "ควรตั้งมหาวิทยาลัยภาคเหนือหรือไม่?" เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี
นอกจากนี้ความเข้มข้นของการเรียกร้องและเคลื่อนไหวยังมีการออกบัตรห่วง แสตมป์ และป้ายวงกลม "ในภาคเหนือ เราต้องการมหาวิทยาลัย โปรดร่วมกันต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งมหาวิทยาลัยประจำภาคเหนือ" พร้อมเผยแพร่ข้อความเรียกร้องในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ด้วย เช่น "จงสู้จนสุดใจขาดดิ้น เพื่อมหาวิทยาลัยแห่งลานนาไทย" และ "เพื่อศักดิ์ศรีของคนเมือง เราต้องมีมหาวิทยาลัยแห่งลานนาไทย"
บทที่ 2 — ผู้วางรากฐาน: ม.ล.ปิ่น มาลากุล
ฯพณฯ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้ง มช. ซึ่งท่านได้ใช้เวลาเตรียมการอย่างสุขุมรอบคอบ ตั้งแต่การกำหนดความมุ่งหมายในการดำเนินงาน นโยบายการจัดตั้ง การสำรวจพื้นที่ การวางผังมหาวิทยาลัย การจัดเตรียมหลักสูตรและการสอนและการเตรียมอาคารสถานที่ และการสร้างรากฐานทางการศึกษา
ม.ล.ปิ่น มาลากุล จึงได้รับการยกย่องในฐานะผู้ก่อตั้งและวางรากฐานให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในส่วนภูมิภาคของประเทศ
บทที่ 3 — จุดเริ่มต้นที่แท้จริง: 29 มีนาคม 2503
วันที่ 29 มีนาคม 2503 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเปิดสอนในปีการศึกษา 2507 และมอบให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการเตรียมการจัดตั้ง
บทที่ 4 — วางศิลาฤกษ์: 2 ตุลาคม พ.ศ. 2505
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ปัจจุบัน คือศาลาธรรม) ในวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2505 โดยมี ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานวางศิลาฤกษ์
พิธีวางศิลาฤกษ์ครั้งนี้ถือเป็นการประกาศต่อสาธารณะว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไม่ใช่แค่โครงการในกระดาษอีกต่อไป
บทที่ 5 — พระราชบัญญัติและวันก่อตั้ง: 22 มกราคม พ.ศ. 2507
พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถูกตราขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2507 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 21 มกราคม โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาคแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งที่หกของประเทศ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2507 ตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีพื้นที่รองรับการขยายตัวในระยะยาว
บทที่ 6 — วันเปิดเรียนและพระราชพิธีเปิด
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในส่วนภูมิภาค จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐและเจตนารมณ์ของประชาชนในภาคเหนือ ให้เป็นศูนย์กลางทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง โดยได้เปิดการเรียนการสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2507 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2508
ในวันเปิดเรียนวันแรก มีเพียง 3 คณะคือ คณะมนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็น 3 สาขาวิชาพื้นฐานที่เป็นรากฐานให้สาขาวิชาอื่น ๆ ขยายออกไปในเวลาต่อมา
ทุกวันที่ 24 มกราคมของทุกปีจึงถือเป็น "วันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่" ที่นักศึกษา คณาจารย์ และศิษย์เก่าร่วมรำลึกถึง
บทที่ 7 — ตราช้างชูคบเพลิง และปรัชญาของมหาวิทยาลัย
ตราประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นรูปช้างชูคบเพลิง มีภาษาบาลีว่า "อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา" ซึ่งแปลว่า "บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตน"
การเลือกช้างเป็นสัญลักษณ์สะท้อนความผูกพันระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเหนือ เพราะช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของดินแดนล้านนามาช้านาน ส่วนคบเพลิงแทนความรู้และแสงสว่างแห่งปัญญา
บทที่ 8 — สีม่วงดอกรัก และดอกทองกวาว
สีประจำมหาวิทยาลัย — สีม่วงดอกรัก
สีม่วงเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย เพราะมณฑลพายัพมีสีม่วงแดง (บานเย็น) เป็นสีประจำมณฑล แต่ได้กำหนดให้สีม่วงของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นสีม่วงดอกรัก ทั้งนี้เพราะโรงเรียนบางแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ใช้สีม่วงแดงเป็นสีประจำโรงเรียนอยู่แล้ว
ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย — ดอกทองกวาว
"ทองกวาว" เป็นพันธุ์ไม้ที่มีอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ออกดอกเต็มต้น งดงามในช่วงฤดูหนาว ส่วนใหญ่เป็นสีแสด และสามารถพบสีเหลืองอยู่บ้าง โดยในยุคแรก ๆ นักศึกษาที่ชื่นชอบวงดนตรีสุนทราภรณ์ ได้นำไปแต่งเป็นเพลงไพเราะในบทเพลงของมหาวิทยาลัย ความงดงามและสีสันของดอกทองกวาว ได้ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความปลาบปลื้มใจให้เพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่า จึงถือได้ว่าดอกทองกวาวเป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยและจังหวัดเชียงใหม่อย่างแท้จริง
บทที่ 9 — พัฒนาการและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
หลังจากเปิดสอน 3 คณะแรกใน พ.ศ. 2507 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีการเพิ่มคณะใหม่หลายคณะในช่วงทศวรรษแรก ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ที่เข้ามารวมกับมหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ซึ่งเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และการพัฒนาหลักสูตร
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีคณะ วิทยาลัย สถาบัน และหน่วยงานจำนวนมาก ครอบคลุมทุกสาขาวิชา ได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับเอเชีย และเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ
สรุป Timeline สำคัญ
พ.ศ. เหตุการณ์ 2496 มิ.ย.–ก.ค. — หนังสือพิมพ์ "คนเมือง" รณรงค์ 8 สัปดาห์เรียกร้องมหาวิทยาลัยภาคเหนือ 2503 19 ก.ค. — ก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่ก่อนมหาวิทยาลัย 2503 29 มี.ค. — คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2505 2 ต.ค. — จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นประธานวางศิลาฤกษ์ (ปัจจุบันคือศาลาธรรม) 2507 15 ม.ค. — ตราพระราชบัญญัติ / 21 ม.ค. — ประกาศในราชกิจจานุเบกษา / 22 ม.ค. — มีผลบังคับใช้ 2507 18 มิ.ย. — เปิดเรียนวันแรก 3 คณะ (มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์) 2508 24 ม.ค. — พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ 2551 7 มี.ค. — เปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
ข้อมูลปัจจุบัน
รายการ ข้อมูล วันก่อตั้ง 22 มกราคม พ.ศ. 2507 วันเปิดเรียนวันแรก 18 มิถุนายน พ.ศ. 2507 วันเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ 24 มกราคม พ.ศ. 2508 ผู้วางรากฐาน ม.ล.ปิ่น มาลากุล (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) ลำดับ มหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาคแห่งแรก / มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งที่ 6 ตราสัญลักษณ์ ช้างชูคบเพลิง พุทธสุภาษิต อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา (บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตน) สีประจำมหาวิทยาลัย สีม่วงดอกรัก ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย ดอกทองกวาว ที่ตั้ง 239 ถนนห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เว็บไซต์ cmu.ac.th
อ้างอิงหลักจาก: cmu.ac.th/th/cmu/history, mhesi.nrct.go.th (คลังจดหมายเหตุ อว.), ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 81 ตอนที่ 7 | อ้างอิงประกอบ: th.wikipedia.org (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่), matichonweekly.com, lannernews.com | อัปเดต พฤษภาคม 2569