โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) — จากความฝันของคนภาคเหนือสู่มหาวิทยาลัยภูมิภาคแห่งแรก

Eduzones

อัพเดต 05 มิ.ย. เวลา 12.44 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. เวลา 12.44 น. • eduzones

[&pre>div]:bg-bg-000/50 [&pre>div]:border-0.5 [&pre>div]:border-border-400 [&.ignore-pre-bg>div]:bg-transparent [&.standard-markdown:is(p,blockquote,h1,h2,h3,h4,h5,h6)]:pl-2 [&.standard-markdown:is(p,blockquote,ul,ol,h1,h2,h3,h4,h5,h6)]:pr-8 [&.progressive-markdown:is(p,blockquote,h1,h2,h3,h4,h5,h6)]:pl-2 [&.progressive-markdown:is(p,blockquote,ul,ol,h1,h2,h3,h4,h5,h6)]:pr-8">

ประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) — จากความฝันของคนภาคเหนือสู่มหาวิทยาลัยภูมิภาคแห่งแรก

ประวัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) อย่างละเอียด ตั้งแต่การเรียกร้องของประชาชนภาคเหนือ การก่อตั้ง 22 มกราคม พ.ศ. 2507 พัฒนาการสู่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ พร้อมแหล่งอ้างอิงทางการครบถ้วน

กว่าจะมีมหาวิทยาลัยในภาคเหนือ ประชาชนต้องรอและเรียกร้องกันมานานกว่า 10 ปี

ในช่วงทศวรรษ 2490 นักเรียนจากภาคเหนือที่ต้องการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยมีทางเลือกเดียว คือเดินทางไกลลงไปกรุงเทพฯ การมีมหาวิทยาลัยในภูมิภาคจึงไม่ใช่ความต้องการเชิงนโยบายเท่านั้น แต่คือความฝันที่ประชาชนในภาคเหนือผลักดันด้วยตัวเอง

ความฝันนั้นกลายมาเป็น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

? หมายเหตุ: บทความนี้อ้างอิงหลักจากเว็บไซต์ทางการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (cmu.ac.th/th/cmu/history), คลังจดหมายเหตุ อว. (mhesi.nrct.go.th), ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 81 ตอนที่ 7 และ Matichon Weekly โดยใช้ Wikipedia ภาษาไทยเป็นข้อมูลประกอบ

บทที่ 1 — เสียงเรียกร้องจากภาคเหนือ: "จงสู้จนสุดใจขาดดิ้น"

มช. เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของชาวล้านนา ที่ผ่านการต่อสู้ เรียกร้องให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยภาคเหนือขึ้น โดยมีหนังสือพิมพ์ "คนเมือง" ที่มีบทบาทโดดเด่นมากที่สุดยุคนั้น ได้เผยแพร่นับตั้งแต่ฉบับวันที่ 6 มิถุนายน – 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 รวม 8 สัปดาห์ต่อเนื่องกัน ผ่านทาง "บทนำ" และคอลัมน์ "ออกข่วง" ซึ่งตั้งหัวข้ออภิปรายเรื่อง "ควรตั้งมหาวิทยาลัยภาคเหนือหรือไม่?" เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี

นอกจากนี้ความเข้มข้นของการเรียกร้องและเคลื่อนไหวยังมีการออกบัตรห่วง แสตมป์ และป้ายวงกลม "ในภาคเหนือ เราต้องการมหาวิทยาลัย โปรดร่วมกันต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งมหาวิทยาลัยประจำภาคเหนือ" พร้อมเผยแพร่ข้อความเรียกร้องในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ด้วย เช่น "จงสู้จนสุดใจขาดดิ้น เพื่อมหาวิทยาลัยแห่งลานนาไทย" และ "เพื่อศักดิ์ศรีของคนเมือง เราต้องมีมหาวิทยาลัยแห่งลานนาไทย"

บทที่ 2 — ผู้วางรากฐาน: ม.ล.ปิ่น มาลากุล

ฯพณฯ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้ง มช. ซึ่งท่านได้ใช้เวลาเตรียมการอย่างสุขุมรอบคอบ ตั้งแต่การกำหนดความมุ่งหมายในการดำเนินงาน นโยบายการจัดตั้ง การสำรวจพื้นที่ การวางผังมหาวิทยาลัย การจัดเตรียมหลักสูตรและการสอนและการเตรียมอาคารสถานที่ และการสร้างรากฐานทางการศึกษา

ม.ล.ปิ่น มาลากุล จึงได้รับการยกย่องในฐานะผู้ก่อตั้งและวางรากฐานให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในส่วนภูมิภาคของประเทศ

บทที่ 3 — จุดเริ่มต้นที่แท้จริง: 29 มีนาคม 2503

วันที่ 29 มีนาคม 2503 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเปิดสอนในปีการศึกษา 2507 และมอบให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการเตรียมการจัดตั้ง

บทที่ 4 — วางศิลาฤกษ์: 2 ตุลาคม พ.ศ. 2505

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ปัจจุบัน คือศาลาธรรม) ในวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2505 โดยมี ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานวางศิลาฤกษ์

พิธีวางศิลาฤกษ์ครั้งนี้ถือเป็นการประกาศต่อสาธารณะว่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไม่ใช่แค่โครงการในกระดาษอีกต่อไป

บทที่ 5 — พระราชบัญญัติและวันก่อตั้ง: 22 มกราคม พ.ศ. 2507

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถูกตราขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2507 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 21 มกราคม โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาคแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งที่หกของประเทศ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2507 ตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีพื้นที่รองรับการขยายตัวในระยะยาว

บทที่ 6 — วันเปิดเรียนและพระราชพิธีเปิด

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในส่วนภูมิภาค จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐและเจตนารมณ์ของประชาชนในภาคเหนือ ให้เป็นศูนย์กลางทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง โดยได้เปิดการเรียนการสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2507 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2508

ในวันเปิดเรียนวันแรก มีเพียง 3 คณะคือ คณะมนุษยศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็น 3 สาขาวิชาพื้นฐานที่เป็นรากฐานให้สาขาวิชาอื่น ๆ ขยายออกไปในเวลาต่อมา

ทุกวันที่ 24 มกราคมของทุกปีจึงถือเป็น "วันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่" ที่นักศึกษา คณาจารย์ และศิษย์เก่าร่วมรำลึกถึง

บทที่ 7 — ตราช้างชูคบเพลิง และปรัชญาของมหาวิทยาลัย

ตราประจำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นรูปช้างชูคบเพลิง มีภาษาบาลีว่า "อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา" ซึ่งแปลว่า "บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตน"

การเลือกช้างเป็นสัญลักษณ์สะท้อนความผูกพันระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเหนือ เพราะช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของดินแดนล้านนามาช้านาน ส่วนคบเพลิงแทนความรู้และแสงสว่างแห่งปัญญา

บทที่ 8 — สีม่วงดอกรัก และดอกทองกวาว

สีประจำมหาวิทยาลัย — สีม่วงดอกรัก

สีม่วงเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย เพราะมณฑลพายัพมีสีม่วงแดง (บานเย็น) เป็นสีประจำมณฑล แต่ได้กำหนดให้สีม่วงของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นสีม่วงดอกรัก ทั้งนี้เพราะโรงเรียนบางแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ใช้สีม่วงแดงเป็นสีประจำโรงเรียนอยู่แล้ว

ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย — ดอกทองกวาว

"ทองกวาว" เป็นพันธุ์ไม้ที่มีอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ออกดอกเต็มต้น งดงามในช่วงฤดูหนาว ส่วนใหญ่เป็นสีแสด และสามารถพบสีเหลืองอยู่บ้าง โดยในยุคแรก ๆ นักศึกษาที่ชื่นชอบวงดนตรีสุนทราภรณ์ ได้นำไปแต่งเป็นเพลงไพเราะในบทเพลงของมหาวิทยาลัย ความงดงามและสีสันของดอกทองกวาว ได้ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความปลาบปลื้มใจให้เพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่า จึงถือได้ว่าดอกทองกวาวเป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยและจังหวัดเชียงใหม่อย่างแท้จริง

บทที่ 9 — พัฒนาการและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

หลังจากเปิดสอน 3 คณะแรกใน พ.ศ. 2507 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีการเพิ่มคณะใหม่หลายคณะในช่วงทศวรรษแรก ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ที่เข้ามารวมกับมหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้เปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ซึ่งเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และการพัฒนาหลักสูตร

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีคณะ วิทยาลัย สถาบัน และหน่วยงานจำนวนมาก ครอบคลุมทุกสาขาวิชา ได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับเอเชีย และเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ

สรุป Timeline สำคัญ

พ.ศ. เหตุการณ์ 2496 มิ.ย.–ก.ค. — หนังสือพิมพ์ "คนเมือง" รณรงค์ 8 สัปดาห์เรียกร้องมหาวิทยาลัยภาคเหนือ 2503 19 ก.ค. — ก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่ก่อนมหาวิทยาลัย 2503 29 มี.ค. — คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2505 2 ต.ค. — จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นประธานวางศิลาฤกษ์ (ปัจจุบันคือศาลาธรรม) 2507 15 ม.ค. — ตราพระราชบัญญัติ / 21 ม.ค. — ประกาศในราชกิจจานุเบกษา / 22 ม.ค. — มีผลบังคับใช้ 2507 18 มิ.ย. — เปิดเรียนวันแรก 3 คณะ (มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์) 2508 24 ม.ค. — พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ 2551 7 มี.ค. — เปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ข้อมูลปัจจุบัน

รายการ ข้อมูล วันก่อตั้ง 22 มกราคม พ.ศ. 2507 วันเปิดเรียนวันแรก 18 มิถุนายน พ.ศ. 2507 วันเปิดมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ 24 มกราคม พ.ศ. 2508 ผู้วางรากฐาน ม.ล.ปิ่น มาลากุล (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ) ลำดับ มหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาคแห่งแรก / มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งที่ 6 ตราสัญลักษณ์ ช้างชูคบเพลิง พุทธสุภาษิต อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา (บัณฑิตทั้งหลายย่อมฝึกตน) สีประจำมหาวิทยาลัย สีม่วงดอกรัก ดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย ดอกทองกวาว ที่ตั้ง 239 ถนนห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เว็บไซต์ cmu.ac.th

อ้างอิงหลักจาก: cmu.ac.th/th/cmu/history, mhesi.nrct.go.th (คลังจดหมายเหตุ อว.), ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 81 ตอนที่ 7 | อ้างอิงประกอบ: th.wikipedia.org (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่), matichonweekly.com, lannernews.com | อัปเดต พฤษภาคม 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...