ทลายขบวนการกุมารจีนสวมสิทธิ์"พ่อไทยทิพย์"แจ้งเกิดเท็จ164ราย
เปิดปฏิบัติการ"ถอดเกล็ดมังกร" ทลายขบวนการ "กุมารจีน" ขายแพ็กเกจทำคลอด-สวมสิทธิ์ "พ่อไทยทิพย์" แจ้งเกิดเท็จกว่า 164 ราย นาน 5 ปี ฟันค่านายหน้าอื้อ!
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. นำกำลังตำรวจนครบาล และ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีการปกครอง ,DOPA N.IC.E , ปปท.,ปปง. เปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” พ่อไทย(ทิพย์)รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้ต่างด้าว ร่วมกับ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และ เจ้าหน้าที่เขต ใช้คนไทย (ทิพย์) เปิดทางปั้นเด็กต่างด้าวที่เกิดมาให้ได้สัญชาติโดยสายเลือดและการเกิดในแผ่นดินไทย ก่อเกิดสิทธิหน้าที่และประโยชน์ทุกด้าน ทั้งทางด้านสังคม การศึกษา การครองครองสังหาและอสังริมทรัพย์ กระทบต่อความมั่นคงของชาติ ศาลจึงได้ออกหมายจำนวน 40 และ 42 หมายค้น ประกอบด้วย น.ส.สุนีย์ (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 ราย / น.ส.ศิริพร (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่เขต 1 ราย / พ่อไทย (ทิพย์) จำนวน 17 ราย และ แม่ต่างด้าว จำนวน 16 ราย
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายเฉิน ยินไล สัญชาติจีน ซึ่งกระทำผิดเป็นสแกมเมอร์ ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินกว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน 2567 โดยจากการสืบสวนขยายผลพบว่า มีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าหลายบัญชีไปยังนางสาวเป้าเจียว เฉิน ซึ่งเป็นภรรยาชาวจีนของนายเฉิน ยินไล
โดยนางสาวเป้าเจียว เฉิน มีบุตรจำนวน 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน มีสัญชาติไทย กรมการปกครองร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำการสืบสวนเชิงลึกพบว่ามีการจ้างวานชายสัญชาติไทยให้มาจดทะเบียนสมรสกับนางสาวเป้าเจียว เฉิน เพื่อให้มาเป็นบิดาของบุตร ซึ่งการทำคลอดและแจ้งการเกิด มีการซื้อแพ็กเกจของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. และมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือในการรับแจ้งเกิดให้เด็กได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ชื่อ น.ส.สุนีย์ ทำหน้าที่เป็นนายหน้ารับติดต่อกับคนจีน เพื่อให้ลูกของกลุ่มคนจีนได้สัญชาติไทย โดยให้มาทำคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านธนบุรี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายครั้งละ 70,000 บาท และมีค่าดำเนินการของ น.ส.สุนีย์ ประมาณ 20,000 บาท ทำหน้าที่จัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการรับรองการเกิดและเอกสารของบิดาและมารดาเพื่อนำไปแจ้งการเกิด โดยจะมีการใช้คนไทยจดทะเบียนสมรสหรือมารับรองว่าเป็นบิดาให้ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2,000 - 15,000 บาท
และมีน.ส.ศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต เชื่อว่ารู้เห็นกับการดำเนินการของ น.ส.สุนีย์ เบื้องต้นจากการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองพบรายการแจ้งการเกิดระหว่างมารดาต่างด้าวกับบิดาสัญชาติไทย ที่กระทำโดยบุคคลทั้งสองรายดังกล่าวข้างต้นจำนวน 62 คู่ อีกทั้งยังเป็นผู้แจ้งการเกิดและออกสูติบัตรให้อย่างน้อย 19 รายการ ทั้งนี้ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะดำเนินการสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการกระทำความผิดต่อไป
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการปกครอง เพื่อต้องการกวาดล้างกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอำพรางการจดทะเบียนสมรสและทุจริตระบบทะเบียนราษฎร เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จ ขณะนี้กรมการปกครองได้แจ้งให้นายทะเบียนที่เกี่ยวข้อง เพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ทุจริตและเพิกถอนสัญชาติไทยของเด็กที่เป็นบุตรของคนจีนเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว
พร้อมทั้งส่งข้อมูลให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาดำเนินการเนรเทศคนต่างด้าวให้ออกจากราชอาณาจักรตามกฎหมายคนเข้าเมือง และจะดำเนินการให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรายการทางทะเบียนที่เป็นเท็จเพื่อดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเคร่งครัด
และจากการตรวจสอบเวชระเบียนในโรงพยาบาล พบว่ามีคนจีนที่ใช้พ่อไทยมาแจ้งเกิด 164 คน และไม่พบประวัติการการฝากครรภ์ที่มีพ่อคนไทยมาก่อน อยู่ๆ รพ.รับรองหนังสือการเกิดโดยมีพ่อโผล่มาทีหลัง โดยชุดสืบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริตฯ พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายกับผู้ต้องหา
จากนั้นได้คุมตัวผู้ต้องหาไปที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 เพื่อสอบปากคำและขยายผลเพิ่มเติม
สืบเนื่องจาก พล.ต.อ. สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำกำลังตำรวจนครบาล และนายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” โดยเข้าจับกุมพ่อไทย(ทิพย์) ที่รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้ต่างด้าว ร่วมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในฝั่งธนบุรี และ เจ้าหน้าที่สำนักงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ฝั่งธนบุรีในช่วงเที่ยงวันนี้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้คุม นายวิโรจน์ ชายไทยที่รับเป็น"พ่อทิพย์" มาสอบปากคำยังบ้านของชาวจีนที่ว่าจ้าง ฝึกข่าวพยายามสอบถามว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการหรือไม่ หรือรับจ้างมาเท่าไหร่ นายวิโรจน์ ตอบเสียงดังว่า "ไม่มี ไม่มีครับ" เมื่อถามถึงที่มาว่ามาไปรับจ้างได้อย่างไร ก็ระบุว่า "ผมไปรับสมัครงาน ผมโดนหลอกครับ" จากนั้นก็ขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ออกไป
จากการ สอบปากคำเบื้องต้นระบุว่า ตนเองรู้หนังสือ แต่มาสมัครงานที่บริษัทของครอบครัวชาวจีนที่ทำเกี่ยวกับขยะรีไซเคิล อ้างว่าเค้าให้เซ็นชื่อตนก็เซ็นไป ด้วยความไม่รู้ เบื้องต้นนายวิโรจน์ เป็นคนอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เข้ามาทำงานที่กรุงเทพ อาชีพรับเหมา