BAM โปรยยาดึงสถาบัน ชูหุ้นปันผลงามโตยั่งยืน
#BAM #ทันหุ้น – BAM รับราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน วางเกมรุกดึงสถาบันถือหุ้น ชูพื้นฐานหุ้นปันผลสูง เดินหน้าลดต้นทุนการเงินเหลือ 3% ตั้งเป้ากำไร 2,000 ล้านบาท พร้อม Dividend Yield ไม่ต่ำกว่า 7% เริ่มปี 2570 เร่งบริหารพอร์ต NPA-NPL เน้นขายทรัพย์ไซซ์กลาง เพิ่มกระแสเงินสด ลดแรงกดดันตั้งสำรอง รองรับการเติบโตระยะยาว
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดโครงการสื่อสารเชิงรุก “BAM Investor Club” สำหรับนักลงทุนสถาบัน ให้เป็นศักยภาพของพอร์ตสินทรัพย์ – แนวโน้มการเติบโต และทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะข้างหน้า เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทมากยิ่งขึ้น หลังราคาหุ้นที่เคลื่อนไหวในกระดานยังต่ำกว่ามูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน
พร้อมกันนี้บริษัทจะมุ่งเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบัน เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระยะยาวและอิงปัจจัยพื้นฐาน สอดคล้องกับศักยภาพการสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผลของบริษัท ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพของฐานผู้ถือหุ้นและลดความผันผวนของราคาหุ้นจากแรงซื้อขายระยะสั้น
“เพื่อให้ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงและลดความผันผวน จึงอยากสื่อสารให้นักลงทุนเข้าใจคาแร็กเตอร์ของหุ้น BAM คือการเป็น หุ้นปันผลสูง ที่เน้นถือยาวเพื่อรับผลตอบแทน จึงจะเชิญบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนต่าง ๆ ให้พาลูกค้าเข้ามาร่วมรับประทานอาหารและฟังการสัมมนาขนาดเล็กกับผู้บริหารโดยตรง”
กลยุทธ์การเติบโต
ดร.รักษ์ ระบุว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานสู่การเติบโตแบบมีเสถียรภาพ มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินจากระดับ 3.5% เหลือประมาณ 3% คาดช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย 200-300 ล้านบาท ควบคู่การควบคุมต้นทุน และลดภาระการตั้งสำรอง ส่งผลบวกต่อความสามารถทำกำไร โดยบริษัทตั้งเป้ากำไรสุทธิแตะ 2,000 ล้านบาท พร้อมวางนโยบายปันผลปีละ 2 ครั้ง มุ่ง Dividend Yield ไม่ต่ำกว่า7% เริ่มปี 2570 เป็นต้นไป
ขณะเดียวกัน BAM มุ่งเสริมพอร์ตด้วยสินทรัพย์คุณภาพ โดยช่วงครึ่งปีแรกเข้าซื้อทรัพย์สินใหม่กว่า 3,000 ล้านบาท รวมถึงซื้อพอร์ตหนี้เสียจากสถาบันการเงินพันธมิตร มูลค่าระดับหมื่นล้านบาท ในต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อรองรับการสร้างรายได้ในระยะยาว ด้านการบริหารหนี้ BAM เร่งเพิ่มความเร็วในการปรับโครงสร้างหนี้ ลดระยะเวลาการดำเนินการจากเดิมประมาณ 7 ปี เหลือ 3 ปี ผ่านกลยุทธ์ “ลดต้น” เพื่อจูงใจให้ลูกหนี้ปิดบัญชีเร็วขึ้น ส่งผลให้กระแสเงินสดหมุนกลับเข้าสู่ธุรกิจได้เร็วขึ้น
“บริษัทเดินหน้าบริหารพอร์ตเชิงรุก ด้วยการเร่งระบายทรัพย์สินเก่าที่ถือครองมายาวนาน (Legacy Asset) ผ่านแคมเปญ Flash Sale ลดราคาสูงสุด 50% เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารสินทรัพย์ ลดต้นทุนการถือครอง และลดแรงกดดันจากการตั้งสำรองในอนาคต”
เจาะกลุ่มถือเงินเย็น
ด้านกลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์รอการขาย (NPA) ดร.รักษ์ ระบุต้องให้สอดรับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของนักลงทุนรายใหญ่ที่ชะลอตัว BAM มุ่งขยายฐานไปยังนักลงทุนรายกลางและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ยังมีกำลังซื้อ โดยหันมาเน้นการขายสะสมยอดขายจากทรัพย์ขนาด 200-300 ล้านบาทเพิ่มโอกาสปิดการขายและลดการพึ่งพาดีลขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย
ด้านสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) บริษัทได้เดินหน้าบริหารจัดการลูกหนี้รายย่อยที่มีมูลหนี้ไม่เกิน 3 ล้านบาท ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้และเร่งปิดบัญชี โดยหากลูกหนี้สามารถชำระหนี้ด้วยเงินสด บริษัทพร้อมเสนอเงื่อนไขส่วนลดเหลือประมาณ 70% ของเงินต้น พร้อมยกเว้นดอกเบี้ยค้างชำระ ซึ่งมีอัตราความสำเร็จประมาณ 30%
นอกจากนี้ BAM เตรียมเร่งระบายทรัพย์เก่าที่ถือครองมานานกว่า 10-15 ปี ผ่านมาตรการ Flash Sale ลดราคาสูงสุด 50% เพื่อบริหารพอร์ตสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำทรัพย์ใหม่ที่มีคุณภาพเข้ามาทดแทน