โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BAM โปรยยาดึงสถาบัน ชูหุ้นปันผลงามโตยั่งยืน

ทันหุ้น

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#BAM #ทันหุ้น – BAM รับราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน วางเกมรุกดึงสถาบันถือหุ้น ชูพื้นฐานหุ้นปันผลสูง เดินหน้าลดต้นทุนการเงินเหลือ 3% ตั้งเป้ากำไร 2,000 ล้านบาท พร้อม Dividend Yield ไม่ต่ำกว่า 7% เริ่มปี 2570 เร่งบริหารพอร์ต NPA-NPL เน้นขายทรัพย์ไซซ์กลาง เพิ่มกระแสเงินสด ลดแรงกดดันตั้งสำรอง รองรับการเติบโตระยะยาว

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจัดโครงการสื่อสารเชิงรุก “BAM Investor Club” สำหรับนักลงทุนสถาบัน ให้เป็นศักยภาพของพอร์ตสินทรัพย์ – แนวโน้มการเติบโต และทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะข้างหน้า เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทมากยิ่งขึ้น หลังราคาหุ้นที่เคลื่อนไหวในกระดานยังต่ำกว่ามูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน

พร้อมกันนี้บริษัทจะมุ่งเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบัน เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระยะยาวและอิงปัจจัยพื้นฐาน สอดคล้องกับศักยภาพการสร้างผลตอบแทนจากเงินปันผลของบริษัท ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพของฐานผู้ถือหุ้นและลดความผันผวนของราคาหุ้นจากแรงซื้อขายระยะสั้น

“เพื่อให้ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงและลดความผันผวน จึงอยากสื่อสารให้นักลงทุนเข้าใจคาแร็กเตอร์ของหุ้น BAM คือการเป็น หุ้นปันผลสูง ที่เน้นถือยาวเพื่อรับผลตอบแทน จึงจะเชิญบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนต่าง ๆ ให้พาลูกค้าเข้ามาร่วมรับประทานอาหารและฟังการสัมมนาขนาดเล็กกับผู้บริหารโดยตรง”

กลยุทธ์การเติบโต

ดร.รักษ์ ระบุว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานสู่การเติบโตแบบมีเสถียรภาพ มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินจากระดับ 3.5% เหลือประมาณ 3% คาดช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย 200-300 ล้านบาท ควบคู่การควบคุมต้นทุน และลดภาระการตั้งสำรอง ส่งผลบวกต่อความสามารถทำกำไร โดยบริษัทตั้งเป้ากำไรสุทธิแตะ 2,000 ล้านบาท พร้อมวางนโยบายปันผลปีละ 2 ครั้ง มุ่ง Dividend Yield ไม่ต่ำกว่า7% เริ่มปี 2570 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกัน BAM มุ่งเสริมพอร์ตด้วยสินทรัพย์คุณภาพ โดยช่วงครึ่งปีแรกเข้าซื้อทรัพย์สินใหม่กว่า 3,000 ล้านบาท รวมถึงซื้อพอร์ตหนี้เสียจากสถาบันการเงินพันธมิตร มูลค่าระดับหมื่นล้านบาท ในต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อรองรับการสร้างรายได้ในระยะยาว ด้านการบริหารหนี้ BAM เร่งเพิ่มความเร็วในการปรับโครงสร้างหนี้ ลดระยะเวลาการดำเนินการจากเดิมประมาณ 7 ปี เหลือ 3 ปี ผ่านกลยุทธ์ “ลดต้น” เพื่อจูงใจให้ลูกหนี้ปิดบัญชีเร็วขึ้น ส่งผลให้กระแสเงินสดหมุนกลับเข้าสู่ธุรกิจได้เร็วขึ้น

“บริษัทเดินหน้าบริหารพอร์ตเชิงรุก ด้วยการเร่งระบายทรัพย์สินเก่าที่ถือครองมายาวนาน (Legacy Asset) ผ่านแคมเปญ Flash Sale ลดราคาสูงสุด 50% เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารสินทรัพย์ ลดต้นทุนการถือครอง และลดแรงกดดันจากการตั้งสำรองในอนาคต”

เจาะกลุ่มถือเงินเย็น

ด้านกลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์รอการขาย (NPA) ดร.รักษ์ ระบุต้องให้สอดรับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของนักลงทุนรายใหญ่ที่ชะลอตัว BAM มุ่งขยายฐานไปยังนักลงทุนรายกลางและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ยังมีกำลังซื้อ โดยหันมาเน้นการขายสะสมยอดขายจากทรัพย์ขนาด 200-300 ล้านบาทเพิ่มโอกาสปิดการขายและลดการพึ่งพาดีลขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย

ด้านสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) บริษัทได้เดินหน้าบริหารจัดการลูกหนี้รายย่อยที่มีมูลหนี้ไม่เกิน 3 ล้านบาท ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้และเร่งปิดบัญชี โดยหากลูกหนี้สามารถชำระหนี้ด้วยเงินสด บริษัทพร้อมเสนอเงื่อนไขส่วนลดเหลือประมาณ 70% ของเงินต้น พร้อมยกเว้นดอกเบี้ยค้างชำระ ซึ่งมีอัตราความสำเร็จประมาณ 30%

นอกจากนี้ BAM เตรียมเร่งระบายทรัพย์เก่าที่ถือครองมานานกว่า 10-15 ปี ผ่านมาตรการ Flash Sale ลดราคาสูงสุด 50% เพื่อบริหารพอร์ตสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และนำทรัพย์ใหม่ที่มีคุณภาพเข้ามาทดแทน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...