ฉาว! ผอ.รพ.สต.สกลนคร เมาเบียร์เจาะเลือดยาย83บวมช้ำโวยคิดชั่วโมงละพัน
ฉาว! ผอ.รพ.สต. สกลนคร ถือกระป๋องเบียร์ เจาะเลือดยายวัย83 ไม่สำเร็จบวมช้ำ แถมโวยวายไม่พอใจอ้างคิดชั่วโมงละพัน ชาวบ้านเอือมระอาพฤติกรรมสุดทน
โลกออนไลน์แชร์สนั่น หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพชายสวมเสื้อสีเขียว สวมแว่น สวมหมวก นั่งถือกระป๋องเบียร์เคียงข้างหญิงชราที่มีเข็มและเครื่องวัดความดันวางอยู่ใกล้กัน โดยระบุว่าชายคนดังกล่าวเป็น ผอ.รพ.สต.ที่มาเจาะเลือดถึงบ้าน แต่กลับมีอาการมึนเมาอย่างหนักและนั่งดื่มเบียร์ต่อหน้าคนไข้ อีกทั้งเมื่อญาติสอบถามก็โวยวายอ้างว่าปกติมีออกมาชั่วโมงละ 1,000 บาท หากไม่พอใจให้ไปเจาะที่โรงพยาบาล
16 มิ.ย.69 เมื่อเวลา14.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ บ้านภูวงใหม่พัฒนา ตำบลคำบ่อ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร พบกับนางประไพ กิ้วภาวัน อายุ 83 ปี ซึ่งมีโรคประจำตัวหลายอย่าง เช่น เบาหวาน ความดัน และภาวะไตเสื่อมฯ
โดยนางสาวสุจิตรา ผันผ่อน หลานสาวผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ผอ.รพ.สต.อายุ 51 ปี ใกล้บ้านเดินทางมาเพื่อเจาะเลือดและวัดความดันตามนัดติดตามอาการป่วยของโรงพยาบาล ซึ่งเมื่อเจาะเลือดตรวจความดันเสร็จจึงจะส่งผลกลับไปให้โรงพยาบาลอีกครั้ง แต่มาพร้อมกับกระป๋องเบียร์และมีอาการมึนเมา เมื่อเจาะเลือดไม่สำเร็จ 3-4 ครั้ง จนมือยายบวมช้ำและเมื่อถูกทักท้วง ก็ได้โวยวายและแสดงพฤติกรรมที่ไม่พอใจ อ้างว่าปกติออกมาแบบนี้ชั่วโมงละ 1,000 บาท หากไม่พอใจให้ไปเจาะที่โรงพยาบาล ก่อนจะวางกระป๋องเบียร์ทิ้งไว้แล้วออกจากใต้ถุนบ้านไป
ด้านนางจุ๋ม (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่เผยว่า ผอ.รพ.สต. รายนี้มาประจำที่นี่ได้ 4-5 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เคยติดสุราแต่หยุดไปได้ช่วงหนึ่ง ก่อนจะกลับมาดื่มหนักกว่าเดิมจนชาวบ้านเอือมระอา เพราะนอกจากไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแล้ว ยังมักดื่มสุราจนขาดความรับผิดชอบ และเมื่อมีงานการก็ยิ่งดื่มหนักกว่าเดิม
นางจุ๋มกล่าวทิ้งท้ายว่า ชาวบ้านทั้ง 6 หมู่บ้านในตำบลนี้ต่างเห็นพฤติกรรมทั้งหมดและรู้สึกเอือมระอามาก เราเคยคุยกันหลายครั้งแล้วว่าจะทำอย่างไรให้ ผอ.คนนี้ย้ายออกไป แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไร เพราะท่านเป็น ผอ. แม้ชาวบ้านจะเห็นใจท่าน แต่พฤติกรรมที่ผ่านมามันเกินไปจริงๆ จนทำให้คนในพื้นที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายและอยากให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการย้ายออกนอกพื้นที่เพื่อความสบายใจของชาวบ้าน
ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่อยากเรียกร้องให้หน่วยงานต้นสังกัดซึ่งปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ อบจ.สกลนคร ได้เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามระเบียบเพราะที่ผ่านมาแค่มาขอโทษ เพื่อสร้างความมั่นใจในระบบบริการสาธารณสุขและความปลอดภัยของคนในชุมชน ต่อมามีรายงานว่า นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผวจ.สกลนคร ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วและเตรียมตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นการด่วน