CIB รวบแก๊งใหญ่ชาวจีน หนีคดีค้ามนุษย์-จัดหาคู่เถื่อน ข้ามชาติ กบดานโรงแรมย่านดินแดง
CIB รวบแก๊งใหญ่ชาวจีน หนีคดีค้ามนุษย์-จัดหาคู่เถื่อน ข้ามชาติ กบดานโรงแรมย่านดินแดง พบเข้า-ออกไทยกว่า 21 ครั้ง ก่อนถูกเพิกถอนวีซ่าและผลักดันกลับประเทศ
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เข้าติดตามจับกุม นายเกา อายุ 40 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร หลังสืบทราบว่าหลบหนีเข้ามากบดานอยู่ในประเทศไทย
เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนายเกาได้บริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 1 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ก่อนแสดงคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมือง
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีนขยายผลการสืบสวนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำพาบุคคลข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย พบว่าตั้งแต่ปี 2567 ขบวนการดังกล่าวได้จัดหาหญิงชาวเมียนมากว่า 20 คน เดินทางเข้าประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย และจัดหาชายชาวจีนอีกกว่า 20 คน เดินทางไปยังนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจัดหาคู่ในลักษณะผิดกฎหมาย
จากการตรวจสอบยังพบว่า เครือข่ายดังกล่าวใช้วิธีปลอมแปลงเอกสารและให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อขอวีซ่าธุรกิจสำหรับใช้เดินทางข้ามพรมแดน อำพรางการกระทำผิดของขบวนการ
ภายหลังทางการจีนเปิดปฏิบัติการกวาดล้างและจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้หลายราย แต่นายเกา ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญ ได้หลบหนีออกจากประเทศจีนและเดินทางเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย
ต่อมาทางการจีนได้ประสานความร่วมมือผ่านกลไกความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC) และศูนย์แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ผ่านศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เพื่อขอความร่วมมือในการติดตามตัวผู้ต้องหารายดังกล่าว ก่อนที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บชก.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะร่วมกันสืบสวนจนทราบแหล่งกบดาน
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายเกาเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยมาแล้วมากกว่า 21 ครั้ง โดยการเดินทางครั้งล่าสุดใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามาอำพรางตัว และพักอาศัยอยู่ในโรงแรมย่านดินแดง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พร้อมผลักดันออกนอกราชอาณาจักรตามขั้นตอนกฎหมาย โดยระบุว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างไทยและจีน เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวหรือจุดผ่านทางในการก่อเหตุ