ผบช.ก.สั่งเด้งสารวัตรทางหลวง เซ่นจับปืนทหารพรานใต้ พร้อมตั้งสอบ
15 กรกฎาคม 2569 พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ลงนามสั่งย้าย พ.ต.ท. วิชัย สารวัตรทางหลวง 2 กก.7 บก.ทล. ไปช่วยราชการ บช.ก. โดยขาดจากตำแหน่งเดิม เซ่นกรณีตำรวจทางหลวงจับกุม ทหารพรานใต้ พกปืนพกส่วนตัวขณะลากิจกลับบ้านในพื้นที่ภาคใต้ จนกลายเป็นกระแสดรามาเดือดสนั่นไปทั่วโลกออนไลน์ หลังสังคมและเสธ.หิมาลัย ตั้งปมร้อนทวงความเป็นธรรมพร้อม ลั่นประโยคแทงใจดำ ความตายไม่มีพักครึ่ง เพื่อชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยง ของคนทำงานในพื้นที่ภัยพิบัติ
คำสั่งครั้งนี้สืบเนื่อง จากกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 69 เวลาประมาณ 21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้ทำการจับกุมอาสาสมัครทหารพรานรายหนึ่ง พร้อมด้วยอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน โดยกล่าวหาว่าพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง
ล่าสุด มีรายงานว่า พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.)** ได้ลงนามในคำสั่งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ 192/2569 เรื่อง **ข้าราชการตำรวจช่วยราชการ** เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2566 จึงมีคำสั่งให้ พันตำรวจโท วิชัย โมฆรัตน์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ไปช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยขาดจากต้นสังกัด ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ปมดรามาครั้งนี้ ยิ่งเป็นที่ถกเถียงมากขึ้น เมื่อ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิมาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความเห็นอกเห็นใจทหารพรานรายดังกล่าวอย่างสุดซึ้ง โดยระบุใจความสำคัญว่า “ความตายไม่มีพักครึ่ง” และตั้งคำถามสะท้อนใจว่า “รอดตายจากชายแดน เพื่อมาเป็นผู้ต้องหา”