YLG แนะขายทำกำไรทอง หากไม่ผ่านแนวต้าน 4,527-4,581 ดอลลาร์
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2026
สภาวะตลาดในวันนี้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 4,525.94 – 4,488.79 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5%ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 69,650 บาทต่อบาททองคำ ราคาเพิ่มขึ้น 1550 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับราคา 68,100 บาทต่อบาททองคำ
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำวานนี้ (28 พ.ค.) ปิดปรับตัวขึ้น 39.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาอ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2026 ขยายตัวเพียง 1.6% ต่ำกว่าประมาณการครั้งก่อน ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ออกมาสูงกว่าคาด สะท้อนสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานสหรัฐ ปัจจัยดังกล่าวกดดันค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้อ่อนตัวลง ส่งผลให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำลดลง และช่วยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งในระหว่างวัน
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากความคืบหน้าของสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังสำนักข่าว Axios รายงานว่า คณะเจรจาของสหรัฐและอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งรวมถึงการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน พร้อมเดินหน้าเจรจาในประเด็นโครงการนิวเคลียร์และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ความคืบหน้าดังกล่าวช่วยลดความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดมองว่าจะลดความจำเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะต้องกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในระยะข้างหน้า
สำหรับการเคลื่อนไหวล่าสุด ราคาทองคำยังทรงตัวบริเวณ 4,520 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังได้รับแรงสนับสนุนจากแรงซื้อทางเทคนิคในลักษณะ Buy on Dip ประกอบกับตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE ของสหรัฐที่ออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการเร่งตัวของเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ยังช่วยสนับสนุนมุมมองว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อจากฝั่งพลังงานอาจเริ่มผ่อนคลายลง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงระมัดระวังต่อพัฒนาการของการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังมีรายงานว่าอิหร่านได้ยิงสกัดโดรนของสหรัฐที่รุกล้ำน่านฟ้า ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนต่อกระบวนการเจรจาในระยะถัดไป
ในด้านนโยบายการเงิน นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) สาขานิวยอร์ก ระบุว่า นโยบายการเงินในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม แม้เงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับสูงในระยะสั้น แต่คาดว่าจะทยอยชะลอลงในช่วงปลายปี มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่าหากการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีความคืบหน้าเพิ่มเติม และราคาน้ำมันยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง อาจช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและเปิดทางให้เฟดพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในระยะถัดไปทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ เจอโรม พาวเวลล์ รวมถึงความคืบหน้าของสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ และราคาทองคำในระยะต่อไป
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน
- สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เสี่ยงเปิดสถานะซื้อ
- หากราคาย่อตัวลงไม่หลุดแนวรับ 4,450-4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ขายทำกำไร หากราคาดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้าน 4,527-4,581 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับ 4,366 ดอลลาร์ต่อออนซ์