โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไวรัลว่อนโซเชียล "ตร.จราจรอินเดีย" ในกรุงนิวเดลี ใส่หมวกกันน็อคติดแอร์ ท่ามกลางอุณหภูมิพุ่งสูง 40 องศาฯ มิติใหม่การดับร้อน

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

กำลังเป็นไวรัลในโลกโซเชียลสำหรับหมวกกันน้อกติดแอร์ โครงการนำร่องของสำนักงานจราจรอินเดียที่หวังช่วยคลายร้อนให้กับตำรวจจราจรในกรุงนิวเดลี ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส AFP และดิ อินเดียน เอ็กซ์เพรส (The Indian Express) รายงานว่าตำรวจจราจรที่กรุงนิวเดลีได้เริ่มการทดสอบหมวกนิรภัยหรือหมวกกันน้อคติดแอร์เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่รับมือกับคลื่นความร้อนที่กำลังแผ่ขยายไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะกรุงนิวเดลี ที่หนาแน่นทั้งประชากรและจราจรราเมศร์ กุมาร เป็นหนึ่งในตำรวจจราจรที่ได้รับแจกหมวกกันน้อคติดแอร์บอกว่า ในช่วงกลางวันที่แดดจัดๆ หมวกกันน้อคติดแอร์ช่วยได้มาก ระบบการหมุนเวียนอากาศช่วยลดความร้อนที่ศีรษะที่ใบหน้าได้อย่างดี โครงการนี้ริเริ่มโดยสำนักงานจราจรนิวเดลี ซึ่งได้แจกหมวกกันน้อคให้กับตำรวจจราจรในหลายพื้นที่ทั่วนครหลวงอินเดีย เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการทำงานว่าสามารถรับมือกับอุณหภูมิที่สูงกว่า 40 องศาเซลเซียสได้ขนาดไหน เนื่องจากตำรวจจราจรเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะต้องเจอทั้งแสงแดดและความร้อนจากควันรถ

รายงานเผยว่าหมวกกันน้อคมีน้ำหนักเบาเพียง 500-600 กิโลกรัม ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่และสามารถชาร์จใหม่ได้ ชาร์จครั้งนึงสามารถใช้งานได้นาน 8 ถึง 10 ชั่วโมง อินเดียกำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานผุ้เสียชีวิตแล้ว 16 คนที่รัฐเตลังคานา ทางใต้ของอินเดีย ขณะที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ได้ออกแถลงการณ์เตือนภัยคลื่นความร้อนที่ปกคลุมทั้งประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...