โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ครม.ไฟเขียว ACFTA 3.0 ยกระดับ FTA อาเซียน-จีน หนุนเศรษฐกิจดิจิทัล-สีเขียว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 มิถุนายน 2569 เวลา 20.42 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ครม.ไฟเขียว ACFTA 3.0 ยกระดับ FTA อาเซียน-จีน รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 13.21 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้เสนอพิธีสารเพื่อยกระดับเพิ่มเติมกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้านและความตกลงบางฉบับภายใต้กรอบความตกลงดังกล่าว ระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กับสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ ACFTA 3.0 ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ ก่อนที่ประเทศไทยจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้ความตกลงมีผลผูกพันต่อไป

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ASEAN–China Free Trade Agreement: ACFTA) ถือเป็นหนึ่งในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของภูมิภาค โดยมีผลใช้บังคับด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุนมาแล้วหลายปี ก่อนที่จะมีการยกระดับเป็น ACFTA 2.0 ในปี 2559 และล่าสุด อาเซียนและจีนได้เจรจาปรับปรุงความตกลงอีกครั้งจนแล้วเสร็จในปี 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกและรูปแบบการค้าในยุคใหม่ ภายใต้กรอบ ACFTA 3.0

สาระสำคัญของ ACFTA 3.0 เป็นการปรับปรุงกฎระเบียบและมาตรฐานทางการค้าให้ทันสมัยมากขึ้น โดยยังคงข้อผูกพันเดิมด้านการเปิดตลาดสินค้า การค้าบริการ และการลงทุนไว้เช่นเดิม ไม่มีการเจรจาลดภาษีเพิ่มเติมหรือเปิดตลาดใหม่ แต่เน้นการอำนวยความสะดวกทางการค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศสมาชิก

สำหรับบทที่ได้รับการปรับปรุง อาทิ การยกระดับพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยกำหนดให้มีการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น การเผยแพร่ข้อมูลการนำเข้า–ส่งออกอย่างโปร่งใส และการเร่งรัดการตรวจปล่อยสินค้าที่เน่าเสียง่ายให้แล้วเสร็จภายใน 6 ชั่วโมงหลังสินค้ามาถึง รวมถึงการยกระดับมาตรฐานด้านกฎระเบียบทางเทคนิค มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) และความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ACFTA 3.0 ยังได้เพิ่มสาขาความร่วมมือใหม่ที่สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลกจำนวน 5 ด้าน ได้แก่ การแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภค เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว ความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจดิจิทัลที่ส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ การเชื่อมโยงข้อมูล ณ จุดเดียว (Single Window) การชำระเงินดิจิทัล และการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีความรับผิดชอบ ขณะที่บทเศรษฐกิจสีเขียวมุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน การลงทุนสีเขียว และเศรษฐกิจหมุนเวียน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ความตกลงฉบับนี้จะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเข้าถึงตลาดจีนและตลาดอาเซียนได้สะดวกมากขึ้น ลดอุปสรรคทางการค้า เพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนเปิดโอกาสให้ไทยใช้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวในภูมิภาคได้อย่างเต็มศักยภาพ

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนมากกว่า 4,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าการยกระดับความตกลงดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า เพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจระหว่างไทยและจีน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในระยะยาว

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้ความตกลงการค้าเสรีเป็นเครื่องมือขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ การยกระดับ ACFTA 3.0 จะช่วยให้ไทยสามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนไทยในระยะยาว” นางสาวลลิดา กล่าว

อ้างอิง : www.thaigov.go.th

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...