โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้เสียหายคอนเสิร์ต BTS ร้อง สส.ปชน. โดนโกงค่ากดบัตร ซัดเป็นปัญหาสแกมเมอร์

Khaosod

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ผู้เสียหายคอนเสิร์ต BTS ร้อง สส.ปชน. โดนโกงค่ากดบัตร ซัดเป็นปัญหาสแกมเมอร์ ต้องมีมาตรการจัดการเข้มข้น

ผู้เสียหายคอนเสิร์ต BTS ร้อง สส.ปชน. โดนโกงค่ากดบัตร ซัดเป็นปัญหาสแกมเมอร์ ต้องมีมาตรการจัดการเข้มข้น ‘กรุณพล’ เผยต้องพูดคุยกับผู้จำหน่ายตั๋วเพื่อสร้างความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร รับเรื่องร้องเรียนกรณีการจองตั๋วผ่านช่องทางออนไลน์และผ่านบุคคลที่สาม จนเกิดเป็นเหตุการณ์ที่เรียกว่าสแกมเมอร์

ตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวว่า จากวันที่เริ่มคุยกับแอคเคาท์ที่รับกดบัตรคอนเสิร์ต BTS ในแพล็ตฟอร์ม X ผ่านแอคเคาน์ที่ใช้ชื่อว่าซัมซัม โดยในแอคเคาน์ดังกล่าวรับกดบัตรคอนเสิร์ตตั้งแต่ราคา 300-700 บาท แต่ละโซนจะมีค่าจ้างกดบัตรที่ไม่เหมือนกัน โดยตนดูรีวิวและเห็นว่าแอคเคาน์นี้มีความน่าเชื่อถือมาก จึงแอดไลน์เข้าไปพูดคุยว่าสามารถกดบัตรให้ได้วันไหน ราคาเท่าไหร่ รวมถึงมีการคุยกันเรื่องการโอนค่ามัดจำ ค่ากดบัตร และอีกครึ่งหนึ่งของราคาบัตรคอนเสิร์ต

ตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า หลังจากที่ตนโอนเงินไป ก่อนถึงวันกดบัตร 1 วัน ทางแอคซัมซัมจะให้ทางเราทราบก่อนว่าเราจะต้องโอนจ่ายเท่าไหร่ และเมื่อถึงวันกดบัตรในช่วงเช้า ตนโอนเงินให้แอคซัมซัมเข้าบัญชีที่ 1 ซึ่งเป็นบัญชีในการโอนค่ามัดจำ และบัญชี 2 เป็นการโอนส่วนที่เหลือ เมื่อตนโอนให้ครบแล้ว ทางแอคซัมซัมเริ่มปิดบัญชีแอคเคาน์ ตนจึงลงโพสต์ถามว่ามีใครกดบัตรจากร้านนี้บ้าง จากนั้นจึงรวมตัวกันสร้างโอเพ่นแชทรวบรวมผู้เสียหาย เพื่อดูยอดผู้เสียหายและยอดความเสียหาย เมื่อสอบถามกับผู้เสียหายคนอื่นๆ จึงรู้ว่าบัญชีที่ 1 ได้โอนให้บัญชีที่ 2 และบัญชีที่ 2 ได้โอนต่อไปถึงบัญชีที่ 3 ผู้เสียหายจึงไปแจ้งความ ตนอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนอื่นๆไม่อยากให้เจอเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้อีก

ด้านนายกันต์พงษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นวงการสแกมเมอร์ โดยปัญหามาจาก 3 จ. จ.แรก คือจองเอง การจองบัตรเองที่ยาก จองผ่านมือถือ ผ่านคอมพิวเตอร์ต้องใช้อินเตอร์เน็ต สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถจองเองได้ จ.2 คือ จองผ่านคนอื่นนำมาสู่ จ.3 คือเจ็บใจ และอีก 3 จ. ที่จะนำไปสู่คณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภคฯ โดยจ.แรก จำกัดการซื้อตั๋ว เนื่องจากสแกมเมอร์เหล่านี้อาจใช้บอทมาจองแทน อาจแก้โดยการเป็น 1 ไอดี ต่อ 1 ตั๋วหรือไม่ ในบางประเทศอย่างจีนและเกาหลี มีการจำกัดหนึ่งคนต่อ 1 ใบ

"จ.2 แจ้งไอดี ดิจิทัลไอดีต้องทำ Know Your Customer (KYC) ซึ่งเคยได้รับเรื่องร้องเรียนในลักษณะนี้ในสภาสมัยที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้ยังคงเกิดขึ้นอีก จึงต้องมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นมากกว่านี้ และจ.3 คือการจัดการ เชิญผู้เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการกิจการด้านการจอง ต้องมีการจัดการเรื่องบอทที่เป็นองค์กรของสแกมเมอร์ รวมถึงการจัดการด้านอื่นๆ เช่น การสแกนไม่ให้มีการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาแทรกแซงการจองบัตร ในนามของกมธ.ผู้บริโภคฯและอนุกมธ. จะนำเรื่องนี้เข้าไปศึกษาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก"

นายกันต์พงษ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้รวมไปถึงกรณีตั๋วเครื่องบินด้วย เนื่องจากบางที่มีราคาที่ต่างกันมาก มีทั้งโควตาเอเจนซี่และโควตาบุคคลทั่วไป ไม่ใช่แค่ตั๋วคอนเสิร์ต แต่หมายรวมถึงตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ และตั๋วร่วมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะต้องมีความเป็นธรรม

ขณะที่นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การหลอกซื้อขายออนไลน์ แต่มีปัญหาทั้งเรื่องจองยาก การอัปราคาตั๋ว ส่งผลให้เกิดตั๋วผีขึ้นมา ตนจะรับหน้าที่ดำเนินการพูดคุยกับตัวแทนของช่องทางจำหน่ายตั๋วต่างๆ โดยช่องทางที่จะแก้ไขคือการที่ 1 คนอาจซื้อได้ไม่เกิน 3 ใบ แต่ต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวต่างชาติและคอนเสิร์ตต่างชาติที่เข้ามาจัดในไทย เนื่องจากในประเทศตัวเองไม่สามารถจัดได้ ต้องเปิดช่องให้ชาวต่างชาติได้เข้ามาดูด้วย แต่ต้องได้รับความเป็นธรรมทั้งนักท่องเที่ยวและคนภายในประเทศไทย รวมถึงผู้จัดคอนเสิร์ตและบริษัทที่ขายบัตรว่าทำอย่างไรให้การซื้อบัตรง่ายและปลอดภัย ตนขอรับเรื่องไปที่กมธ.สื่อสารฯ

เมื่อถามว่าจะจัดการเรื่องการผูกขาดบัตรคอนเสิร์ตอย่างไร นายกรุณพล กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้คือผู้จัดบางเจ้าขายบัตรในต่างประเทศส่วนหนึ่ง และนำส่วนหนึ่งมาขายในประเทศ และอีกส่วนหนึ่งนำบัตรมาขายให้กับตัวแทนในไทยจำนวนน้อย เช่น ในกรณีคอนเสิร์ตครั้งล่าสุด ตนขอไม่เอ่ยชื่อ ตนได้ไปพูดคุยกับตัวแทนจำหน่ายของบริษัทหนึ่ง ซึ่งมีตั๋วมาจำหน่ายให้กับผู้ชมคนชาวไทยไม่เกิน 15% ทำให้ปริมาณคนที่ที่ต้องการดูไม่สามารถกดตั๋วได้

นายกรุณพล กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราทำได้ได้คือ การออกข้อบังคับทุกคอนเสิร์ตที่เข้ามาในไทย อย่างน้อยต้องมีตั๋วให้คนภายในประเทศไม่น้อยกว่า 50% เนื่องจากบางประเทศไม่อนุญาตให้คอนเสิร์ตที่เป็นคู่จิ้นหรือคอนเสิร์ตที่ฝ่าฝืนขนบธรรมเนียมไม่สามารถจัดในประเทศตัวเองได้ จึงต้องมาจัดในไทย ที่มีค่าใช้จ่ายถูก และต้องการแฟนคลับในประเทศมากกว่าคนที่อยู่ในประเทศ จนทำให้เกิด จำนวนกลุ่มที่ขายในประเทศค่อนข้างน้อย ซึ่งสิ่งเหล่านี้กระทบกับคนดูในประเทศ จึงต้องมีการออกระเบียบในการค้าตั๋ว

นายกรุณพล กล่าวอีกว่า อีกส่วนหนึ่งสำหรับตั๋วอภินันทนาการ ซึ่งเป็นมาตรการของแต่ละบริษัทที่กันตั๋วไว้ให้สปอนเซอร์ เนื่องจากตัวผู้จัดไม่สามารถหาเงินมาบริหารจัดการได้ทั้งหมด จึงจำเป็นต้องมีสปอนเซอร์ในงาน และสปอนเซอร์ต้องการค่าตอบแทนที่นอกเหนือจากการติดป้าย นั่นคือตั๋วคอนเสิร์ตที่จะอภินันทนาการให้กับลูกค้าของสปอนเซอร์นั้นๆ ตรงนี้จำเป็นต้องมีสัดส่วนที่ชัดเจนและมีวิธีการตรวจสอบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ใช่การไปถึงหน้างาน แล้วบอกไม่มีตัวคอนเสิร์ต แล้วให้ไปฟ้องร้องเอาหลังจากวันงาน ซึ่งหลายคนมาจากต่างจังหวัด หลายคนเก็บเงินกันมา หลายคนมีโอกาสเดียวในชีวิตที่จะได้เจอ เพราะศิลปินบางคนมาครั้งเดียวและไม่มาอีกเลย ฉะนั้นแล้ว นี่จึงเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ทำให้ทุกคนได้สมประโยชน์พร้อมกัน

นายกรุณพล กล่าวอีกว่า หน่วยงานภาครัฐอยู่ที่ฝั่งเราอยู่แล้ว เราจะออกกฎอย่างไรต้องฟังฝั่งเอกชนด้วย การตั้งกฎแข็งเกินไปหรือหย่อนเกินไป ทำให้ธุรกิจไม่สามารถดำเนินต่อได้ ซึ่งเป็นการผลักให้คอนเสิร์ตระดับโลก ไปจัดที่สิงคโปร์หรือมาเลเซียแทนที่จะเข้ามาในไทย เพราะฉะนั้นการทำธุรกิจจึงต้องทำให้เอกชนสามารถดำเนินการต่อได้ แต่ผู้ชมในประเทศและธุรกิจในประเทศก็ต้องได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้เสียหายคอนเสิร์ต BTS ร้อง สส.ปชน. โดนโกงค่ากดบัตร ซัดเป็นปัญหาสแกมเมอร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...