โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ชงคลังเดินหน้า "กองทุน TISA" ต่อ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 11 มิ.ย. เวลา 04.39 น.
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย พบกระทรวงการคลัง หนุนเดินหน้า

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ FETCO กล่าวว่า ในวันนี้ได้มาเข้าพบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อนำเสนอแนวทางและบทบาทของตลาดทุนในการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

พร้อมทั้งผลักดันการรื้อฟื้นและปรับปรุงเงื่อนไขบัญชีออมและลงทุนส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ หรือ "กองทุน TISA" ที่เป็นเครื่องมือในการสร้างความยั่งยืนทางการเงินแก่ประชาชนและการลงทุนในประเทศ
โดยการเข้าพบในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 เรื่อง คือ การแสดงความพร้อมในการใช้กลไกตลาดทุนเข้ามาช่วยขับเคลื่อน และสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยตลาดทุนเองยังมีศักยภาพสูงพอที่จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระในส่วนนี้ได้

2.การมารับโจทย์จากทางรัฐมนตรีว่าตลาดทุนสามารถช่วยสนับสนุนในจุดใดได้อีก และ 3.การนำเสนอประเด็นที่ยังค้างคาอยู่จากรัฐบาลชุดที่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการออกแบบกองทุน TISA ซึ่งปัจจุบันมีความเห็นตรงกันระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐไปแล้วกว่าร้อยละ 90

อย่างไรก็ตามกองทุน TISA ในรูปแบบใหม่นี้จะถูกออกแบบให้เป็น "โครงการถาวร" เพื่อมุ่งเน้นผลลัพธ์ในระยะยาวและสร้างวัฒนธรรมการออมและการลงทุนให้คนไทย ไม่ใช่มาตรการชั่วคราวเพื่อกระตุ้นหุ้นระยะสั้น
ข้อดีของมาตรการนี้ คือ ความต่อเนื่องและถาวร ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดทุนอย่างสม่ำเสมอ แตกต่างจากระบบเดิมที่เป็นมาตรการชั่วคราว และอาจกลายเป็นระเบิดเวลาแก่ตลาดหุ้นเมื่อครบกำหนดอายุสัญญาแล้วมีแรงเทขายออกมาพร้อมกันเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2568
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึก เช่น วงเงินสูงสุดที่ตั้งไว้ หรือประเด็นกระแสข่าวที่ว่าผู้มีรายได้สูงจะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนน้อยกว่าผู้มีรายได้ต่ำนั้น ยังต้องรอการสรุปในรายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง เนื่องจากฝั่งรัฐบาลเองต้องพิจารณาความพอดี รวมถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณและภาระภาษีที่รัฐต้องสนับสนุน
ส่วนเมื่อถามถึงผลกระทบ และสภาวะตลาดทุนไทยต่อปัจจัยภายนอก เช่น ปัญหาเงินเฟ้อในสหรัฐฯ และสถานการณ์ในประเทศอินโดนีเซีย ทางสภาตลาดทุนมองว่า ตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันยังอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากเงินเฟ้อไทยไม่ได้รุนแรงและกระจายวงกว้างเท่ากับประเทศอื่น

โดยเงินเฟ้อของไทยมาจากภาคอาหารและพลังงาน ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามเป็นหลัก ทำให้เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยของไทยจะยังไม่ปรับขึ้นเหมือนกับต่างประเทศ
นอกจากนี้ ตลาดทุนไทยยังมีปัจจัยบวกจากความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ประกอบกับตัวเลข GDP ในไตรมาสแรกที่ออกมาสูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้นักลงทุนยังคงมีความคาดหวังในเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...