CP LAND ส่งบ้านหรู SOLVANI ลุยตลาดนครสวรรค์-พิษณุโลก เผยเศรษฐีต่างจังหวัด ซื้อสด เงินเย็นเยอะ
แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเจอแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนพัฒนาโครงการที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมของเมืองเศรษฐกิจต่างจังหวัดยังคงมีกำลังซื้อรองรับอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการ และครอบครัวรายได้สูงที่มองหาบ้านคุณภาพในทำเลบ้านเกิดหรือใกล้ที่ทำงาน
บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เดินหน้ารุกตลาดบ้านเดี่ยวระดับบน เปิดตัวแบรนด์บ้านพรีเมียม “SOLVANI” พร้อมกัน 2 โครงการ ได้แก่ SOLVANI NAKHONSAWAN (โซลวานี นครสวรรค์) และ SOLVANI PHITSANULOK (โซลวานี พิษณุโลก) มูลค่ารวมกว่า 2,489 ล้านบาท
SOLVANI ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Premium Regional Living ที่นำมาตรฐานการพัฒนาโครงการของ CP LAND ตลอดกว่า 37 ปี มาต่อยอดสู่ตลาดภูมิภาค โดยให้ความสำคัญกับ 4 ด้านหลัก ได้แก่ การออกแบบฟังก์ชันการอยู่อาศัย คุณภาพงานก่อสร้าง การบริการหลังการขาย และการรับประกันโครงสร้างบ้านนาน 10 ปี
จุดเด่นของแบรนด์คือการนำอัตลักษณ์ของแต่ละเมืองมาตีความเป็นงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย เพื่อให้บ้านสะท้อนไปกับท้องถิ่น และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาความเป็นส่วนตัว คุณภาพชีวิต และมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว
เผยอินไซต์กำลังซื้อ นครสวรรค์ – พิษณุโลก
ดำรงศักดิ์ ถุงเงิน ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานธุรกิจที่อยู่อาศัย CP LAND เปิดเผยว่า แม้ต้นทุนพัฒนาโครงการจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ตลาดบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในหัวเมืองเศรษฐกิจยังมีดีมานด์รองรับ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อจริงและต้องการการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ
สำหรับจังหวัดนครสวรรค์ ถือเป็นเมืองธุรกิจสำคัญของภาคเหนือตอนล่าง มีฐานผู้ประกอบการและเจ้าของกิจการจำนวนมาก ส่งผลให้บ้านขนาดใหญ่ได้รับความนิยมสูง โดยประมาณ 40% ของลูกค้าเลือกซื้อด้วยเงินสด สะท้อนกำลังซื้อของกลุ่มเศรษฐีท้องถิ่นที่มีสภาพคล่องทางการเงินค่อนข้างสูง
ขณะที่จังหวัดพิษณุโลกมีโครงสร้างกำลังซื้อแตกต่างออกไป โดยลูกค้าหลักเป็นกลุ่มข้าราชการ บุคลากรทางการแพทย์ และผู้บริหารในองค์กรต่างๆ ทำให้บ้านขนาดเล็กลงมาได้รับความนิยมมากกว่า เนื่องจากตอบโจทย์การอยู่อาศัยของครอบครัวในเมือง
CP LAND มองว่าทั้งนครสวรรค์และพิษณุโลกเป็นหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือตอนล่างที่ยังมีซัพพลายบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมไม่มากนัก เมื่อเทียบกับคู่แข่งและกำลังซื้อที่เติบโตต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสในการขยายพอร์ตที่อยู่อาศัยระดับบนเข้าสู่ภูมิภาค
เปิดบ้าน SOLVANI นครสวรรค์ และ SOLVANI พิษณุโลก
SOLVANI นครสวรรค์ เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม มูลค่าโครงการ 1,450 ล้านบาท จำนวน 201 ยูนิต บนพื้นที่ 48.4 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนพรหมนิมิตร ตำบลวัดไทร อำเภอเมืองนครสวรรค์
ตัวโครงการได้รับแรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์ของเมืองการค้าเก่าแก่ ถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรม Modern Chinese หรือ Pa-som ที่ผสมผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนเข้ากับความร่วมสมัย
แบบบ้านเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 188-327 ตารางเมตร บนที่ดินเริ่มต้น 52-104 ตารางวา มี 3-4 ห้องนอน 3-5 ห้องน้ำ รองรับที่จอดรถ 2-3 คัน ราคาเริ่มต้น 5.9-17 ล้านบาท
ส่วน SOLVANI พิษณุโลก เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม มูลค่า 1,039 ล้านบาท จำนวน 128 ยูนิต บนพื้นที่ 34 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนพิชัยสงคราม อำเภอเมืองพิษณุโลก ใกล้โรงพยาบาลกรุงเทพ พิษณุโลก และโรงพยาบาลพุทธชินราช
แนวคิดการออกแบบใช้ A Touch of LANNA Charm ถ่ายทอดเสน่ห์ล้านนาผ่านสถาปัตยกรรม Modern Contemporary เน้นพื้นที่โปร่งโล่งด้วยเพดานสูงแบบ Double Volume และมี Paw Park รองรับการใช้ชีวิตของครอบครัวที่มีสัตว์เลี้ยง
แบบบ้านเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 218-327 ตารางเมตร บนที่ดินเริ่มต้น 52-84.5 ตารางวา มี 3-4 ห้องนอน 3-5 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2-3 คัน ราคาเริ่มต้น 6.9-15 ล้านบาท
ทั้งสองโครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนกลาง Sol Facilities ประกอบด้วย Sol Lounge, Sol Living Co-Working Space, Sol Fitness, สระว่ายน้ำ พื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมการรับประกันโครงสร้างบ้านนาน 10 ปี
นอกจากนี้ ลูกบ้านยังได้รับสิทธิประโยชน์ผ่าน Pri-d Loyalty Program ที่เชื่อมโยงพันธมิตรกว่า 50 แบรนด์ และสิทธิพิเศษมากกว่า 90 รายการ ครอบคลุมทั้งด้านอาหาร สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และบริการต่างๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยในระยะยาว
อีกหนึ่งไฮไลต์ คือการได้รับเกียรติจาก อาจารย์คฑา ชินบัญชร ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยและการออกแบบพื้นที่เพื่อความเป็นสิริมงคล มาร่วมในงานเปิดตัวโครงการอีกด้วย โดยได้กล่าวว่า “บ้านที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่สร้างความสมดุลทั้งด้านการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และสภาพแวดล้อมโดยรอบ การออกแบบที่คำนึงถึงทิศทาง แสง ลม และการจัดวางพื้นที่ใช้งานอย่างเหมาะสม จะช่วยส่งเสริมพลังงานที่ดี ความสุข และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว”