โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องตำนาน “เบี้ยแก้” เครื่องรางสุดขลัง กันคุณไสย พลิกชีวิต พร้อมวิธีบูชาให้พ้นเคราะห์

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

หากเอ่ยถึงเครื่องรางประเภท “ของทนสิทธิ์” ยอดนิยมในเมืองไทยที่นักสะสมรุ่นเก๋าไปจนถึงสายมูรุ่นใหม่ต่างถวิลหา “เบี้ยแก้” คือคำตอบอันดับต้นๆ วัตถุมงคลชนิดนี้มีเอกลักษณ์การสร้างที่พิถีพิถันจากการนำหอยเบี้ยมาบรรจุปรอทแล้วปลุกเสกด้วยคาถาอาคม จนกลายเป็นเครื่องรางที่มีชีวิตและมีพลังอำนาจในการป้องกันภัยอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเฉพาะความเชื่อในเรื่องการ “กลับร้ายกลายเป็นดี” และการเป็น เครื่องรางกันคุณไสย ที่ทรงประสิทธิภาพ

เบี้ยแก้ คืออะไร

เบี้ยแก้ คือ เครื่องรางของขลังชนิดหนึ่งที่ทำจาก "หอยเบี้ย" (ส่วนใหญ่ใช้เบี้ยจั่นหรือเบี้ยภควรรณ) นำมาประกอบพิธีกรรมกรรมวิธีตามตำราโบราณ โดยการบรรจุ "ปรอท" ซึ่งเป็นธาตุกายสิทธิ์ที่มีความยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวได้เข้าไปในท้องเบี้ย จากนั้นจะทำการปิดปากเบี้ยด้วยวัสดุธรรมชาติ เช่น ชันโรงใต้ดิน แล้วจึงนำไปหุ้มด้วยวัสดุต่างๆ อาทิ ตะกั่ว เงิน หรือทองคำ ก่อนจะนำไปถักเชือกและลงรักเพื่อความคงทน

คำว่า "เบี้ยแก้" มาจากพุทธคุณหลักในการ "แก้" สิ่งไม่ดีต่างๆ ให้หมดไป และพลิกฟื้นดวงชะตาจากร้ายให้กลับกลายเป็นดี จึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเครื่องรางประเภท "ของทนสิทธิ์" หรือวัตถุที่มีดีในตัวเองตามธรรมชาติและยิ่งทวีความเข้มขลังเมื่อผ่านการปลุกเสก

พุทธคุณเบี้ยแก้ สรรพคุณสารพัดกันตามตำราโบราณ

ตามตำราโบราณ เบี้ยแก้มีพุทธคุณโดดเด่นในหลายด้านที่ช่วยคุ้มครองผู้บูชา ดังนี้

1. กลับร้ายกลายเป็นดี ใครที่ดวงตกหรือเผชิญอุปสรรค พลังของเบี้ยแก้จะช่วยพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้น

2. กันคุณไสย-มนต์ดำ ป้องกันคนปล่อยของ ลมเพลมพัด หรือการถูกทำไสยศาสตร์ใส่

3. ป้องกันยาสั่ง-ยาพิษ คนโบราณเชื่อว่าหากพกเบี้ยแก้ไว้ จะช่วยป้องกันการถูกวางยาหรือของกินที่เป็นพิษ

4. ปัดเป่าสิ่งอัปมงคล ใช้พกติดตัวเมื่อต้องไปในที่อับเปลี่ยว หรือที่ที่มีพลังงานลบ เพื่อป้องกันวิญญาณร้าย

5. เมตตามหานิยม นอกจากกันของแล้ว ยังช่วยเสริมเสน่ห์และทำให้ผู้ใหญ่เอ็นดู

เปิด 2 สำนักดังระดับตำนาน วัดกลางบางแก้ว และ วัดนายโรง

การสร้างเบี้ยแก้ที่เข้มขลังที่สุดในเมืองไทย มี 2 สายหลักที่นักสะสมให้การยอมรับสูงสุด

  • สายวัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม

เริ่มสร้างชื่อเสียงระดับตำนานมาจากหลวงปู่บุญ ส่งต่อวิชามาถึง หลวงปู่เพิ่ม และ หลวงปู่เจือ เอกลักษณ์อันโดดเด่นคือการกรอกปรอทลงในตัวเบี้ยที่ต้องใช้สมาธิจิตและจิตตานุภาพสูงจนปรอทวิ่งเข้าไปในท้องเบี้ยเอง จากนั้นจึงปิดปากเบี้ยด้วย “ชันโรงใต้ดิน” หุ้มด้วยตะกั่ว ถักเชือก และลงรักปิดทองอย่างงดงาม

  • สายวัดนายโรง กรุงเทพฯ

นำโดย หลวงปู่รอด อดีตเจ้าอาวาสวัดนายโรง ซึ่งเบี้ยแก้ของท่านถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน“เบญจภาคีเครื่องรางยอดนิยม” ของเมืองไทย กรรมวิธีการสร้างมีความพิถีพิถันอย่างมาก มีพุทธคุณเลื่องลือด้านมหาอุตและแคล้วคลาด ปัจจุบันมีมูลค่าการเช่าบูชาที่สูงมากและเป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วประเทศ

วิธีบูชาเบี้ยแก้ และข้อควรระวังที่ไม่ควรละเลย

การนำ วิธีบูชาเบี้ยแก้ ไปใช้ให้เกิดผลสูงสุดและรักษาพลังความศักดิ์สิทธิ์ให้อยู่คงทน ควรปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้

  • การสวดคาถา ควรอาราธนาด้วยการตั้งจิตให้มั่น ท่องนะโม 3 จบ แล้วตามด้วยบทสวดคาถาเฉพาะของแต่ละสำนักก่อนพกติดตัว โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกลไปต่างถิ่น
  • การเก็บรักษาและข้อควรระวัง ห้ามทำเบี้ยแก้ตกหล่นพื้นจนแตกอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ปรอทที่อยู่ด้านในรั่วไหลออกมา ซึ่งตามความเชื่อโบราณถือว่าพลังพุทธคุณจะเสื่อมถอยทันที และในทางวิทยาศาสตร์ ปรอทยังเป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหากสัมผัสหรือสูดดม
  • ความเชื่อเรื่องเสียงปรอท ลักษณะของเบี้ยแก้ที่ดีและมีความสมบูรณ์ เมื่อนำมาเขย่าเบาๆ จะต้องได้ยินเสียงดัง "ขลุกๆ" อยู่ข้างใน ซึ่งเกิดจากมวลสารปรอทที่วิ่งไปมาภายในท้องเบี้ย สะท้อนถึงความมีชีวิตและพลังอำนาจที่พร้อมปกป้องผู้บูชา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่องตำนาน “เบี้ยแก้” เครื่องรางสุดขลัง กันคุณไสย พลิกชีวิต พร้อมวิธีบูชาให้พ้นเคราะห์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...