“อนุชา” ควง “อภิสิทธิ์” ลุยหาเสียงตลาดวัดแขกสีลม เชื่อเศรษฐกิจเดินหน้าได้
วันที่ 7 มิ.ย.69 เวลา 07.00 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 5 พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายธนากร ลิ้มวาทะรส ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 1 ลงพื้นที่หาเสียงเขตบางรัก
โดยก่อนลงพื้นที่ได้ไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือวัดแขก ก่อนที่จะเดินตลาดวัดแขก สีลม โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านเข้ามาขอถ่ายภาพจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านบางคนบอกดีใจมากที่ได้เจอนายอภิสิทธิ์ อย่างไรก็ตามระหว่างหาเสียงนายอนุชา ได้แจกใบปลิวแนะนำนโยบาย และขอให้เลือกผู้สมัครผู้ว่ากทม. และส.ก. จากพรรคประชาธิปัตย์
จากนั้นนายอนุชา ให้สัมภาษณ์ว่า จากการลงพื้นที่เช้าวันนี้ เรื่องเศรษฐกิจก็ยังคงเป็นประเด็นหลักที่เรายังคง อยู่ในเรื่องการจับจ่ายใช้สอยที่อาจจะยังไม่มากเหมือนปกติ เพราะฉะนั้นกทม. ก็จะต้องมาสนับสนุนทำให้ทุกอย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมถึงความสะอาด การเก็บขยะในบริเวณนี้ ก็ควรเพิ่มเติมมากขึ้น เพื่อให้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น และในบริเวณสีลมแห่งนี้ ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเยอะมาก ทั้งวัดแขก โบสถ์คริสต์ และวัดไทย เพราะฉะนั้นหากเอาแค่สถาปัตยกรรมต่างๆก็ดูสวยงามแล้ว ซึ่งความหลากหลายตรงนี้ถือว่าเป็นเสน่ห์ของกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นกทม. ต้องเข้ามาดูในเขตพื้นที่ต่างๆที่มีแหล่งท่องเที่ยว และสถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ
เมื่อถามถึงเรื่องทางเดินเท้า ที่มีทั้งพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้าน และมีประชาชนที่ใช้เดินสัญจร นั้นมีนโยบายในการจัดระเบียบอย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า ถ้าอยู่ในส่วนของถนนหลัก เราต้องเข้าใจว่าอาจจะให้ของประชาชนที่ใช้เดินทางสัญจรก่อน เพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย แต่ถ้าอยู่ในซอยเล็กๆ ย่อยๆแบบนี้ ตนมองว่า ประชาชนและผู้ที่ใช้เส้นทางก็เข้าใจ ว่าต่อให้ไม่มีร้านค้า การเดินทางก็ค่อนข้างจะลำบากอยู่แล้ว เนื่องจากว่าเป็นซอยแคบ แต่ถ้าหากมีการจัดระเบียบ ให้พ่อค้าแม่ค้าเข้ามาอยู่ในซอย และไม่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกอะไรแก่ประชาชนที่สัญจรไปมาด้านนอก ก่อนคิดว่าเราควรให้การสนับสนุน เพราะกรุงเทพหากเราพูดถึง สตรีทฟู้ด (Street food) หรือ อาหารริมทาง นี่คือสิ่งที่คนต่างชาติเขามาแล้วก็อยากเห็น วันก่อนที่ไปลงพื้นที่เยาวราชก็ได้มีการจัดระเบียบไปบางส่วน และหากเขตต่างๆนั้นมีแบบนี้ก็คิดว่าจะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ การจัดระเบียบก็เดินหน้าไปได้เช่นเดียวกัน
นายอนุชา ยังกล่าวถึง กรณีกระแสข่าวการทุจริตภายใน ระบบข้าราชกทม. ว่า เรื่องการทำงานโปร่งใสตรวจสอบได้คือหนึ่งนโยบายที่เราได้นำเสนอมาตลอด ขณะที่ข้าราชการกทม. หลายๆคน ก็ได้มีการส่งสัญญาณ มาถึงตนในฐานะผู้สมัครผู้ว่าฯ ว่าเรื่องแบบนี้จริง และเรื่องลักษณะแบบนี้จะพูด โดยที่ไม่มีจริง ก็คงเป็นไปไม่ได้ ตามที่หลายคนพูดกันมากับตน เขาบอกว่า “ถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก” ตนก็พยายามรับฟัง และมาถ่ายทอดให้ฟังว่าเขาพูดกันแบบนี้ นอกเหนือจากนั้นข้าราชการประจำก็บอกว่า “ รู้กันทั้งกทม.” ว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ในการที่จะไปหาใบเสร็จนั้นเป็นไปไม่ได้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์และผู้ที่สมประโยชน์ก็ต่างรู้กัน ซึ่งเขาก็จะมีวิธีเลี่ยงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องใบเสร็จตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะไปหามา ก็อยู่แค่เพียงว่าผู้บริหารซึ่งหมดวาระไปแล้ว จะออกมาพูดความจริงเมื่อไหร่ ประชาชนเขาก็รู้กันอยู่ อย่างเช่นตอนนี้ “อิสระ ไม่อิสระ ” ก็มีโพลทำกันเยอะแยะไปหมด จริงๆคน กทม. เขาก็รู้ว่าผู้สมัคร สก. ที่ลงกัน เป็นอิสระจากผู้ว่าฯ ที่เป็นอิสระจริงหรือเปล่า หรือว่าเป็นทีมเดียวกัน ตนไม่อยากจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ หลายๆคนตอนนี้ก็รอไปเลือกตั้งกันอย่างเดียว ว่าสิ่งที่เขารับทราบนั้นประเมินประชาชนต่ำไปหน่อย ที่รู้ข้อเท็จจริงนั้นไม่หมด ซึ่งตนมองว่าประชาชนเข้าใจและตัดสินใจได้
จากนั้นนายอนุชาและคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่หาเสียงต่อ ที่เขตบางคอแหลม บริเวณตลาดริมคลอง เจริญกรุง 103 และจุดที่3 ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน ก่อนเดินทางไปจุดสุดท้ายที่ ตลาดวังหลัง เขตบางกอกน้อย