ปูทางอนาคตประเทศ ยศชนัน ลุยฝรั่งเศส ดึง ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR’ ควบหารือ ‘Arianespace’ ย้ำคนไทยต้องร่วมพัฒนา ไม่ใช่แค่ผู้ซื้อ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์เทคโนโลยีแห่งอนาคตของไทย ระหว่างภารกิจเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมุ่งเน้น 2 อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล (SMR) และอุตสาหกรรมอวกาศ พร้อมประกาศจุดยืนชัดว่า ประเทศไทยต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ซื้อเทคโนโลยี” ไปสู่ “ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี”
ประเด็นสำคัญ
- หารือฝรั่งเศสดัน SMR รับโจทย์พลังงานโลก
- จับมือ Arianespace ดันไทยสู่เศรษฐกิจอวกาศ
หารือฝรั่งเศสดัน SMR รับโจทย์พลังงานโลก
ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ได้เข้าหารือกับ Asia Centre สถาบันคลังสมอง (Think Tank) ด้านยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ และพลังงานเอเชีย ที่กรุงปารีส รวมถึงบริษัท OTRERA บริษัท Deep Tech สัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบริษัท Spin-off จากสำนักงานพลังงานปรมาณูฝรั่งเศส (CEA) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กบนฐานการวิจัยและพัฒนามากว่า 50 ปี
โดยระบุว่า ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก ความผันผวนด้านราคา และเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน พลังงานทางเลือกอย่าง SMR หรือ Small Modular Reactor เป็นเทคโนโลยีที่ไทยไม่อาจมองข้าม
สำหรับ SMR เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล กำลังผลิตไม่เกิน 300 เมกะวัตต์ต่อโมดูล หรือประมาณ 1 ใน 3 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิม จุดเด่นคือสามารถผลิตและประกอบจากโรงงานก่อนนำไปติดตั้ง มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน ปรับกำลังผลิตตามความต้องการได้ และไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอน
ขณะเดียวกัน ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า หากประเทศไทยจะนำเทคโนโลยี SMR มาใช้ ต้องอยู่บน 3 หลักการสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัยของประชาชน ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คนไทยมีส่วนร่วมในการพัฒนาและก่อสร้าง ไม่ใช่เพียงการซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
พร้อมมองว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบเทคโนโลยี จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์และวิศวกรรมขั้นสูงของไทย รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
จับมือ Arianespace ดันไทยสู่เศรษฐกิจอวกาศ
นอกจากด้านพลังงาน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ศ.ดร.ยศชนัน พร้อมคณะผู้บริหารจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ยังเข้าหารือกับ David Cavaillolès ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Arianespace บริษัทผู้ให้บริการนำส่งจรวดชั้นนำของฝรั่งเศส เพื่อขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจอวกาศระยะยาว
โดยไทยและฝรั่งเศสมีความร่วมมือด้านอวกาศต่อเนื่องมากว่า 20 ปี ตั้งแต่การนำส่งดาวเทียมไทยคม 1-6 ไปจนถึงดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-1 และ THEOS-2 รวมถึงการพัฒนาบุคลากรไทยกว่า 200 คนที่เข้ารับการฝึกอบรมด้านอวกาศในฝรั่งเศส
สำหรับแผนระยะต่อไป กระทรวง อว. และ GISTDA เตรียมผลักดันโครงการสำคัญ ได้แก่ การพัฒนากลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกจำนวน 18 ดวง (Constellation) รวมถึงดาวเทียมวิจัยของมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสต่อยอดธุรกิจอวกาศและดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีการปล่อยจรวด
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ ‘Spaceport Thailand’ หรือท่าอวกาศยานไทย ที่ตั้งเป้าไม่เพียงสร้างฐานปล่อยจรวด แต่ต้องการพัฒนาระบบนำส่งอวกาศครบวงจร เพื่อผลักดันให้ไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอวกาศโลก
ขณะเดียวกันยังมีแผนสนับสนุนการพัฒนาจรวดภายในประเทศ เพื่อสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี (Technology Sovereignty) โดยเริ่มจากการพัฒนาจรวดระดับ Suborbital ซึ่งปัจจุบันมหาวิทยาลัยและ Startup ไทยเริ่มเดินหน้าพัฒนาแล้ว
ศ.ดร.ยศชนัน ระบุทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีต้องอาศัยความเชื่อใจในระยะยาว และการหารือกับ Arianespace ครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นธุรกิจ และสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทยในอนาคต