‘ทรงศักดิ์’ นั่งหัวโต๊ะบอร์ดสิ่งแวดล้อม ไฟเขียว EIA โครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการสำคัญ
"ทรงศักดิ์" นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดสิ่งแวดล้อมแห่งชาตินัดแรก ไฟเขียว EIA โครงสร้างพื้นฐาน 5 โครงการสำคัญ ยกระดับคุมเข้มของเสียอันตรายข้ามแดน และขยะพลาสติก มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี รองประธานกรรมการ คนที่ 1 นายประเสริฐ ศิรินภาพร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่รองประธานกรรมการ คนที่ 2 และนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ
พร้อมกันนี้ มีคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม กำหนดทิศทางและขับเคลื่อนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ในการสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาที่สำคัญของภาครัฐและเอกชน จำนวน 5 โครงการ ได้แก่
1. โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (บางหว้า - ตลิ่งชัน)
2. โครงการทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมือง อ.ธาตุพนม
3. โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ สายสีแดง (โรงพยาบาลนครพิงค์ - แยกแม่เหียะสมานสามัคคี)
4. โครงการทำเหมืองแร่ชนิดแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ (ทำปูนขาว) ของบริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) จังหวัดสระบุรี
5. โครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และ 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กรณีโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออก) ครอบคลุมการพัฒนาโครงข่ายการเดินทางและระบบโลจิสติกส์การค้าชายแดน บรรเทาปัญหาการจราจรในเขตเมืองและเมืองหลักในภูมิภาค รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการบินและการท่องเที่ยวระดับสากล ทำให้เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณะและความปลอดภัยของประชาชน
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้เห็นชอบมาตรการเชิงรุกเพื่อยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและการจัดการของเสียของประเทศ โดยเฉพาะมาตรการยกระดับการควบคุมกำกับดูแลและติดตามตรวจสอบการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตราย และมาตรการควบคุมการส่งออกและนำผ่านของเสียพลาสติกที่ไม่เป็นอันตรายประเภท Y48 เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ามลพิษข้ามแดน ลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบบริหารจัดการของเสียของประเทศ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
พร้อมกันนี้ ได้เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าบริการบำบัดสิ่งปฏิกูลของเทศบาลเมืองป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ตลอดจนเห็นชอบผลการประเมินผลดัชนีสมรรถนะสิ่งแวดล้อมในบริบทของประเทศไทย (EPI Thailand) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดตามและยกระดับผลการดำเนินงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างเป็นระบบ
นายทรงศักดิ์ เน้นย้ำว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมาตรการต่าง ๆ ที่ผ่านความเห็นชอบในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความสมดุล อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในระยะยาว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'สุชาติ' เปิดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569 สู้วิกฤตโลกเดือด ผนึกทุกภาคส่วนมุ่งสู่ Net Zero
- 'สคทช.' จัดงานครบรอบ 5 ปี ชู 'สร้างความมั่นคงด้านที่ดิน สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม'
- บีโอไอ' ไฟเขียวกองทุนเพิ่มขีดฯ 2,500 ล้าน ยกระดับบริษัทไทย
ติดตามเราได้ที่