BDMS ทุ่ม 2.9 หมื่นล้าน พัฒนา ‘WellEra’ ทำเลลุมพินี-ตั้งเป้า ‘Wellness Hub’ เปิดบริการปี’73
BDMS เปิดแผนลงทุน 29,000 ล้านบาท ปั้น ‘WellEra’ โครงการ Wellness Complex ย่านลุมพินี ในรูปแบบ leasehold – ชู 4 โมเดล-ลุยพัฒนา “คอนโด-คลินิก-พื้นที่พักผ่อน-รีเทล” พร้อมเปิดให้บริการปี 2573 ตั้งเป้าเป็น Wellness Hub ระดับโลก
แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเผยว่า BDMS กำลังก้าวไปอีกขั้นจากบทบาทผู้ให้บริการทางการแพทย์ สู่การร่วมสร้างอนาคตของการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนในระยะยาว ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และความต้องการของผู้คนที่จะมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ BDMS จึงวางรากฐานแนวคิด Preventive Medicine และ Personalized Healthcare มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ Wellness จะกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลกในปัจจุบัน
ลงทุน ‘WellEra’ 2.9 หมื่นล้าน
แพทย์หญิงปรมาภรณ์ กล่าวต่อว่า BDMS เริ่มต้นจาก RoyalLife Wellness Clinic ภายในโรงพยาบาล สู่การบุกเบิกแนวคิด Scientific Wellness ผ่าน BDMS Wellness Clinic และต่อยอดสู่ ‘WellEra’ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีในหลากหลายมิติ
“BDMS เดินหน้าพัฒนาโครงการ WellEra ภายใต้งบลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท เพื่อสร้างต้นแบบ Wellness-Integrated Ecosystem แห่งใหม่ที่หลอมรวมองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพที่สำคัญของโลก และศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพในระดับนานาชาติ” แพทย์หญิงปรมาภรณ์ กล่าว
ทั้งนี้ WellEra ตั้งอยู่บนทำเลใจกลางลุมพินี พัฒนาในรูปแบบสิทธิการเช่าระยะยาว (leasehold) ปัจจุบันอยู่ในระหว่างพัฒนาโครงการ และกำหนดเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2573
แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ย้ำว่า “โครงการดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการต่อยอดจุดแข็งของประเทศไทยบนเวทีโลกในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน”
สัดส่วนรายได้ธุรกิจ Wellness 12%
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กล่าวว่า “ปัจจุบันมนุษย์ทั่วโลกมีอายุขัยเฉลี่ย (Lifespan) 71.4 ปี แต่มีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี (Healthspan) เพียง 61.9 ปี ขณะที่คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 75.3 ปีและมีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี 65.8 ปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากต้องใช้เวลากว่า 10 ปีสุดท้ายอยู่กับความเจ็บป่วยและการพึ่งพาระบบการรักษา ขณะเดียวกันองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตและสภาพแวดล้อมรอบตัว มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพไม่แพ้พันธุกรรม ส่งผลให้แนวคิดด้านสุขภาพของโลกเปลี่ยนผ่านจากการดูแลสุขภาพเมื่อเจ็บป่วย (Reactive Healthcare) สู่การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน (Proactive Healthcare) และ Scientific Wellness ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาวควบคู่กับการมีสุขภาพที่ดี
นายแพทย์ตนุพล กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน Global Wellness Economy มีมูลค่ากว่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตสู่ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี พ.ศ. 2572 ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของเศรษฐกิจสุขภาพโลก ด้วยมูลค่ากว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.4 ล้านล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism ที่เติบโตถึง 36.4% และที่อยู่อาศัยเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Real Estate ที่ขยายตัวกว่า 22.9% ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นที่สุด
นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการต่อยอดจุดแข็งด้านบริการสุขภาพ การท่องเที่ยว การบริการแบบไทย อาหารไทย และการแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการเป็น Wellness Hub ของภูมิภาค ทั้งยังสอดคล้องกับทิศทางของภาครัฐที่เดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical & Wellness Hub และตั้งเป้ายกระดับเศรษฐกิจสุขภาพให้มีมูลค่ากว่า 1.98 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นมากกว่า 11% ของ GDP ประเทศในอนาคต
สำหรับในปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา BDMS มีรายได้รวม 113,272 ล้านบาท โดยธุรกิจเวลเนสสามารถสร้างสัดส่วนรายได้ถึง 12% ของรายได้รวมทั้งหมดของเครือ ที่มูลค่าประมาณ 13,600 ล้านบาท
รับเทรนด์อสังหาฯเชิงสุขภาพ
นายแพทย์ตนุพล กล่าวต่อว่า WellEra เปลี่ยนมุมมองจากการลงทุนสินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ สู่การลงทุนในระบบนิเวศที่ให้คุณค่าสูงด้านสุขภาวะ ผ่านการผสมผสานโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์เชิงป้องกันเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง และในอนาคต ผู้คนจะเลือกที่อยู่อาศัยหรือบ้านจากศักยภาพในการส่งเสริมสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาวะ
นายแพทย์ตนุพล ให้ข้อมูลว่า WellEra นำมาตรฐานการพัฒนาอาคารมาเป็นรากฐานในการออกแบบและพัฒนาโครงการ ตั้งแต่ LEED Gold ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม Fitwel 3-Star ที่ส่งเสริมสุขภาวะของผู้ใช้อาคาร ไปจนถึง WELL Platinum ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสูงสุดด้านสุขภาวะที่พัฒนาขึ้นจากองค์ความรู้ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ อีกทั้งนำองค์ความรู้ด้าน Scientific Wellness มาประยุกต์ใช้กับการออกแบบสภาพแวดล้อม ได้แก่
- อากาศ (Air): นำแนวทางการบริหารจัดการคุณภาพอากาศทางการแพทย์มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบโครงการ พร้อมด้วยระบบกรอง PM 2.5 สูงถึง 95% ในระดับ MERV-14 (Minimum Efficiency Reporting Value) มีส่วนช่วยในการฆ่าเชื้อไวรัสและเชื้อโรคได้ ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ใช้ในห้องผู้ป่วยวิกฤติ (ICU)
- น้ำ (Water): บริหารจัดการคุณภาพน้ำตั้งแต่ต้นทาง โดยใช้น้ำสำหรับการอุปโภคผ่านระบบกรอง Carbon Filtration และ UV เพื่อลดสิ่งปนเปื้อน และจัดการไมโครพลาสติก
- แสง (Light): นำแนวคิด Circadian-Friendly Light Design มาใช้ในการออกแบบแสงในโครงการ
- เสียง (Sound): ให้ความสำคัญกับการออกแบบด้าน Acoustic Engineering ผ่านการติดตั้ง High Performance Wall ที่มีมาตรฐาน STC-60 (Sound Transmission Class) ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้สูงสุดถึง 60 เดซิเบล (dB)
- อุณหภูมิและความชื้น (Thermal): ออกแบบระบบควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ให้อยู่ในระดับสบายตัวที่ 50 – 65% RH (Relative Humidity) ตามมาตรฐาน ASHRAE (มาตรฐานภาวะแวดล้อมเพื่อความสบายของมนุษย์)
นายแพทย์ตนุพล เสริมว่า WellEra จะมีทีมพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์พร้อมให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับบริการจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเฉพาะทางตามความต้องการ รวมถึงการออกแบบแนวทางดูแลสุขภาพที่สามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับแต่ละช่วงวัยและความต้องการของแต่ละบุคคล (Adaptive Lifetime Integration) พร้อมระบบรองรับเหตุฉุกเฉินด้วยรถพยาบาลและบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ (Emergency Helicopter & Ambulance)
อย่างไรก็ตาม BDMS ได้ร่วมมือกับ Capella ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ ในชื่อ “Capella Residences Bangkok at WellEra” โดยเป็นโครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ Capella แห่งแรกของประเทศไทย
4 ธุรกิจ “คอนโด-คลินิก-พื้นที่พักผ่อน-รีเทล”
ด้าน นางสาวฐิติพร หนูคง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ WellEra มีพื้นที่โครงการรวมกว่า 2 ล้าน square feet หรือกว่า 2 แสนตารางเมตร ประกอบด้วย
- Branded Residence ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Capella พันธมิตรระดับโลก จำนวน 45 ชั้น 262 ยูนิต
- Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
- Urban Wellness Retreat พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ จำนวน 20 ชั้น 168
- ห้องพัก Lifestyle Retail พื้นที่ร้านค้าและบริการ
นางสาวฐิติพร กล่าวต่อว่า เอกลักษณ์สำคัญของโครงการคือแนวคิด “Smile Building” ผ่านการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกปลอดภัย ความสบายใจ การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ และการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน โดยร่วมพัฒนากับ KPF (Kohn Pedersen Fox) บริษัทสถาปนิกจากนิวยอร์กผู้ออกแบบ Hudson Yards, Lotte World Tower ในกรุงโซล และอาคารสัญลักษณ์กว่า 300 แห่งใน 40 ประเทศทั่วโลก โดย KPF นำมาตรฐานการออกแบบระดับสากลมาผสานกับเสน่ห์ของ Thai Hospitality และบริบทของเมืองกรุงเทพฯ เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สะท้อนทั้งความเป็นสากลและอัตลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมยกระดับ WellEra ให้เป็นต้นแบบของการพัฒนา Wellness Living แห่งอนาคต
นางสาวฐิติพร กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่ส่งเสริมทั้งสุขภาวะและความยั่งยืน อาทิ คอนกรีตคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Concrete) วัสดุที่มีการปล่อยสารระเหยต่ำ (Low VOC และ Non-VOC) ระบบเติมอากาศใหม่ และระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์