Alaska ดินแดนมหัศจรรย์แห่งแสงเหนือ ธารน้ำแข็ง และหมีกริซลี่
รวม 13 สถานที่และกิจกรรมที่ต้องไปให้ได้เมื่อมาเยือน Alaska
วันนี้ Bangkok Beat จะพาทุกคนออกเดินทางสู่ Alaska รัฐที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของสหรัฐอเมริกา และเป็นรัฐลำดับที่ 49 ของประเทศ ดินแดนที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงตระหง่าน ธารน้ำแข็งสุดลูกหูลูกตา และวัฒนธรรมพื้นเมืองที่ยังคงหล่อหลอมวิถีชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้
เดิมที Alaska เคยอยู่ภายใต้การปกครองของ Russia ก่อนจะถูกขายให้สหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1867 ด้วยราคาเพียง 7.2 ล้านดอลลาร์ และนับแต่นั้นมาก็กลายเป็นรัฐที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุด โดยมี Juneau เป็นเมืองหลวง และ Anchorage เป็นเมืองใหญ่ที่ทันสมัยที่สุด
Alaska: ธรรมชาติและฤดูกาลที่หลากหลาย
หลายคนอาจคิดว่า Alaska มีแค่ฤดูหนาว แต่จริง ๆ แล้วดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ในทุกฤดูกาล ฤดูร้อนคือช่วงเวลาที่ทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มและดอกไม้หลากสีเบ่งบาน เหมาะสำหรับการเดินป่า พายเรือคายัก และการชมธรรมชาติที่สดใส ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี Alaska จะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันของใบไม้แดง เหลือง และส้ม สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่ไม่แพ้ที่ใด ส่วนฤดูหนาว แม้จะยาวนานที่สุด แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่นักเดินทางเฝ้ารอ เพราะคุณจะได้ตามล่า แสงเหนือ (Aurora Borealis) ที่พลิ้วไหวบนฟากฟ้า และสนุกไปกับกิจกรรมสุดมันส์อย่างการนั่งสุนัขลากเลื่อนลุยหิมะ
Bangkok Beat แนะนำสถานที่และกิจกรรมที่ต้องสัมผัสใน Alaska
Mendenhall Glacier & Ice Cave (Juneau) ธารน้ำแข็งที่เข้าถึงง่ายจากเมืองหลวง Juneau ไฮไลต์คือถ้ำธารน้ำแข็งสีฟ้าเรืองรองที่หาดูได้ยาก พร้อมกิจกรรมเดินป่าและพายเรือคายักท่ามกลางธรรมชาติสุดอลังการ
Denali National Park สัมผัสยอดเขา Denali ที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ พร้อมเส้นทางเดินป่าที่ทอดผ่านทุ่งหญ้าและหุบเขา และโอกาสได้เห็นสัตว์ป่า Big Five ของ Alaska ได้แก่ กวางมูส หมีกริซลี่ หมาป่า แกะดัลล์ และกวางคาริบู
Glacier Bay National Park อุทยานแห่งชาติที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น UNESCO World Heritage Site เต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง ฟยอร์ด และสัตว์ทะเล เช่น วาฬหลังค่อมและแมวน้ำ
Katmai National Park ขึ้นชื่อเรื่องการชมหมีกริซลี่จับปลาแซลมอนที่ Brooks Falls ภาพหมีกำลังยืนกลางน้ำตกเพื่อจับปลาเป็นหนึ่งในฉากธรรมชาติที่ทรงพลังที่สุดของ Alaska
Wrangell–St. Elias National Park อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมกว่า 13.2 ล้านเอเคอร์ เต็มไปด้วยภูเขาสูง ธารน้ำแข็ง และเส้นทางเดินป่าที่ท้าทาย
Arctic Circle (Fairbanks) จุดหมายที่สามารถชมพระอาทิตย์ไม่ตกดินในฤดูร้อน และตามล่า แสงเหนือ (Aurora Borealis) ในฤดูหนาว เป็นประสบการณ์เหนือจริงที่นักเดินทางไม่ควรพลาด
White Pass & Yukon Route Railway (Skagway) รถไฟสายประวัติศาสตร์จากยุค Gold Rush ที่พาคุณผ่านภูเขาและหุบเขา พร้อมวิวสวยงามและบรรยากาศย้อนยุค อีกทั้งยังเป็นเส้นทางที่สะท้อนเรื่องราวการแสวงหาทองคำในอดีตที่ยังคงตราตรึงใจนักเดินทางจนถึงวันนี้
Anchorage Museum & Alaska Native Heritage Center เมืองใหญ่ที่สุดของ Alaska ที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์และศูนย์วัฒนธรรมพื้นเมือง เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเรียนรู้ประวัติศาสตร์และศิลปะของภูมิภาค ที่นี่คือจุดหมายที่ทำให้คุณเข้าใจรากเหง้าและความหลากหลายของ Alaska ได้อย่างลึกซึ้ง
Seward เมืองชายฝั่งที่เป็นจุดเริ่มต้นทัวร์ Kenai Fjords และมี Alaska SeaLife Center จัดแสดงสัตว์ทะเลหลากชนิด เมืองนี้ยังมอบบรรยากาศชายฝั่งที่ผสมผสานความเป็นธรรมชาติกับวิถีชีวิตท้องถิ่นได้อย่างลงตัว
Talkeetna เมืองเล็ก ๆ ที่เป็นจุดเริ่มต้นทัวร์ไปยัง Denali พร้อมบรรยากาศชุมชนอบอุ่น ร้านกาแฟ และแกลเลอรีท้องถิ่น เสน่ห์ของเมืองนี้คือความเรียบง่ายที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนได้สัมผัส Alaska ในมิติที่แท้จริง
Sitka เมืองชายฝั่งที่ผสมผสานประวัติศาสตร์รัสเซียกับวัฒนธรรมพื้นเมือง ไฮไลต์คือโบสถ์รัสเซียเก่าแก่และ Sitka National Historical Park ที่นี่คือจุดหมายที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของ Alaska ได้อย่างชัดเจน
Kodiak Island เกาะยอดนิยมสำหรับการตกปลาแซลมอนและฮาลิบัต พร้อมการชมสัตว์ป่าในถิ่นกำเนิด โดยเฉพาะ หมี Kodiak ที่มีชื่อเสียง เกาะนี้ยังมอบบรรยากาศเงียบสงบและธรรมชาติที่บริสุทธิ์ เหมาะสำหรับผู้ที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย
ปิดท้ายด้วยอาหาร การเดินทางสู่ Alaska จะยังไม่สมบูรณ์ ถ้าคุณไม่ได้ลองอาหารขึ้นชื่ออย่างปลาแซลมอนสด ปลาตาเดียว ปูอลาสก้า และไส้กรอกเนื้อกวาง ปรุงรสชาติแท้ ๆ ของ Alaska พร้อมเครื่องดื่มท้องถิ่นอย่างเบียร์และวอดก้า
Alaska ดินแดนที่ทำให้ทุกการเดินทางมีความหมาย
แม้รายงานเศรษฐกิจการท่องเที่ยวปี 2026 จะระบุว่าจำนวนผู้มาเยือนอาจทรงตัวจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและค่าเดินทางที่สูงขึ้น แต่ Alaska ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางในฝันสำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบ ความงดงาม และการผจญภัยในธรรมชาติที่แท้จริง (source: Travel and Tour)
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสัมผัส Alaska ได้หลากหลายรูปแบบ — ตั้งแต่การล่องเรือที่พาไปชมฟยอร์ดและธารน้ำแข็งสุดอลังการ การเดินป่าใน Denali National Park เพื่อชมสัตว์ป่าหายาก ไปจนถึงการเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นเมืองที่ Anchorage Museum & Alaska Native Heritage Center ทุกเส้นทางคือการเปิดประตูสู่ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก
และไม่ว่าคุณจะมาในฤดูร้อนที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน หรือฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยแสงเหนือ Alaska จะมอบความทรงจำที่ตราตรึงใจเสมอ
Source: Internet
Written by Amy Sukkasem