โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เทพไท" ซัดเจ็บ! "อนุทิน" ตั้ง คตท. แก้เกี้ยวปมสินบน เหมือน "ยักษ์ไม่มีกระบอง"

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 20 พ.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ ออดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิป พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่า…

ตั้งแก้เกี้ยว??? คตท.ยักษ์ไม่มีกระบอก???

หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 174 / 2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต(คตท.) ซึ่งมีคณะกรรมการทั้งหมด 18 คน มีนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธาน มีภาคส่วนที่มาจากราชการ 12 คน และมาจากภาคเอกชน 6 คน ซึ่งในส่วนราชการประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองประธาน และมีข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมและการปราบปรามการทุจริต เช่น อัยการสูงสุด เลขาธิการกฤษฎีกา เลขาธิการปปง. เลขาธิการปปท. อธิบดีดีเอสไอ เลขาธิการปปช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน และสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ในส่วนของภาคเอกชนมี ประธานสภาหอการค้าไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย และทีดีอาร์ไอ

จะเห็นได้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ เพียงหวังเพื่อสร้างภาพ และเป็นการตั้งแก้เกี้ยว หลังจากนายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เกี่ยวกับท่าทีที่กกร.ประกาศเผยแพร่ผลการสำรวจว่า มีหน่วยงานภาครัฐเรียกรับสินบน และมีการจะฟ้องร้องกกร. จึงทำให้นายอนุทินได้กล่าวว่า เมื่อกล้าเปิดเผยชื่อองค์กรที่เรียกรับผลประโยชน์ให้ได้รับความเสียหาย ผู้เผยแพร่จะต้องยอมรับการถูกฟ้องร้องด้วย

จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ท่าทีของนายอนุทินเหมือนกับการให้ท้าย หรือชี้ช่องให้หน่วยงานภาครัฐฟ้องกกร.ที่ออกมาเผยแพร่เรื่องการเรียกสินบน ซึ่งผิดวิสัยของรัฐบาลที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น จากที่รัฐบาลควรจะนำข้อมูลจากกกร.ไปปรับปรุงแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในภาครัฐให้สำเร็จ แต่กลับมาฟ้องร้องผู้เผยแพร่ข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติมาก

นายอนุทินจึงต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง คือ คตท.จึงเห็นว่าเป็นการตั้งขึ้นมาหลังจากทัวร์ลงนายอนุทิน หลังจากได้พูดถึงเรื่องการฟ้องกกร. ซึ่งถ้าดูรายชื่อของ คตท. ชุดนี้ ไม่มีหลักประกันว่าสามารถจะแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นของประเทศได้สำเร็จหรือไม่ เพราะถ้าดูรูปแบบของการทำงาน และองค์ประกอบของคณะกรรมการ คตท. ก็มีหน้าที่ประสานงาน ไม่มีหน้าที่ให้คุณให้โทษ ถ้าเป็นยักษ์ก็เหมือนยักษ์ไม่มีกระบอง และ หน่วยงานที่มาเป็นคณะกรรมการชุดนี้ก็หน้าที่สำคัญ คือการปราบปรามการทุจริตโดยตำแหน่งอยู่แล้ว ในวันที่มีหน้าที่ปราบปรามการทุจริตคอรัปชันยังทำไม่สำเร็จ เมื่อมาเป็นคณะกรรมการร่วมของคตท.แล้ว จะทำงานประสบความสำเร็จหรือไม่

อยากจะเรียนเรื่องนี้กับรัฐบาลและนายอนุทินว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ได้มีแค่หน่วยงานภาครัฐเรียกรับสินบนจากภาคเอกชนเท่านั้น แต่ต้องกลับไปดูกรณีนักการเมืองที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนใหญ่ที่เข้ามาจากการซื้อเสียง และมีส่วนหนึ่งเป็นผู้รับเหมา จะมีการประมูล ฮั้วประมูล มีการล็อคประมูลกัน มีการจัดทำโครงการเพื่อหางบประมาณไปลงพื้นที่ และหาโครงการเพื่อผู้รับเหมา ซึ่งจะเห็นได้จากการที่นักการเมืองกลุ่มนี้เข้าไปมีบทบาทในคณะกรรมาธิการงบประมาณประจำปี ซึ่งรัฐบาลก็ต้องสอดส่องดูแลและปราบปราม การทุจริตคอรัปชั่นจากพฤติกรรมของนักการเมืองกลุ่มนี้ด้วย

จึงอยากให้รัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งเป็นมะเร็งของประเทศไทยให้เสร็จโดยเร็ว

#เทพไท #อนุทินชาญวีรกูล #คตท #ทุจริตคอร์รัปชั่น #รัฐบาลไทย #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...