โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อนามัยโลกชี้ การต่อสู้ “อีโบลา” ยังมีหวัง หลังผู้ป่วยหายดีออกจากโรงพยาบาล

เดลินิวส์

อัพเดต 1 มิถุนายน 2569 เวลา 19.09 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
พยาบาล 4 คนที่ติดเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียว ได้รับการปล่อยตัวจากโรงพยาบาล ในเมืองบุนยาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) หลังหายจากโรคแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ว่า คาดว่าจะมีผู้ป่วยหายจากโรคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากตรวจพบโรคได้เร็ว และเข้าถึงการดูแลรักษาได้ทันท่วงที รวมถึงการตอบสนองต่อการระบาดที่เข้มข้นขึ้น

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการอีกคนหนึ่งก็หายจากโรคแล้ว เมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดยองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ระบุว่า ตัวเลขนี้ทำให้จำนวนผู้ที่หายจากไวรัสรวมเป็น 5 คน อย่างไรก็ตาม กำลังตรวจสอบกรณีต้องสงสัยในบราซิลและอิตาลี ที่เชื่อมโยงกับการเดินทางไปยังประเทศที่ได้รับผลกระทบ

จำนวนผู้ป่วยยืนยันโรคอีโบลาในดีอาร์คองโก เพิ่มขึ้นเป็น 282 ราย โดยมีผู้เสียชีวิต 42 ราย หลังจากพบผลตรวจเป็นบวกใหม่ 19 ราย ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยกระทรวงการสื่อสารของประเทศ

นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กล่าวระหว่างการเยือนเมืองบุนยา ในจังหวัดอิตูริ ทางตะวันออกของดีอาร์คองโก ว่า แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีวัคซีน หรือวิธีการรักษาที่ได้รับการอนุมัติสำหรับเชื้ออีโบลา ที่เกิดจากเชื้อสายพันธุ์หายาก “แต่ก็ยังมีความหวัง” เพราะสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการดูแลทางการแพทย์

นพ.ฌอง คาเซยา ผู้อำนวยการใหญ่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแอฟริกา หรือ “แอฟริกา ซีดีซี” ว่า ความเสี่ยงของการแพร่กระจายในระดับภูมิภาคกำลังเกิดขึ้นแล้ว ขณะที่รายงานระบุว่า กำลังมีการสอบสวนผู้ต้องสงสัยติดเชื้อกว่า 1,100 ราย.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...