โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กุนซือ ‘สุริยะ’ ต้านนำเข้าข้าวโพด GMO หวั่นซํ้ารอยถั่วเหลืองไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของระเบียบการค้าโลกและแรงกดดันจากมาตรการทางการค้า โดยเฉพาะนโยบายภาษี ของโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่มาถึงสินค้าเกษตรไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การนำของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้วางยุทธศาสตร์เชิงรุกผ่านการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อรับมือกับโจทย์หินรอบด้าน

หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือการสร้างความสมดุลระหว่างความอยู่รอดของเกษตรกรต้นนํ้ากับความต้องการของอุตสาหกรรมปลายนํ้า ท่ามกลางประเด็นร้อนเรื่องการนำเข้าข้าวโพดตัดแต่งพันธุกรรม(GMO) และวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนเกิดคำถามว่านโยบายรัฐกำลังเดินมาถูกทางหรือไม่ หรือกำลังซํ้ารอยบทเรียนความล้มเหลวของ “ถั่วเหลือง” ในอดีต

นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

“ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญฯ ที่มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มาเปิดมุมมองถึงแผนการปกป้องเกษตรกรฐานราก พร้อมเผยยุทธศาสตร์การสร้างพืชเศรษฐกิจใหม่ จาก “ปู” สู่ “ชา-โกโก้ -กาแฟพรีเมียม” เพื่อยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก

กางแผนลับ ลั่นไม่ยอมซํ้ารอยถั่วเหลือง

นายทรงศักดิ์ กล่าวถึง ทิศทางการบริหารภาคเกษตรไทยว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังเร่งวางรากฐานเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะการรับมือกับแรงกดดันจากการนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งหาข้อสรุปอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ไม่เห็นด้วยกับการนำเข้าข้าวโพด GMO แม้ภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์จะมองว่าเป็นทางออกในการลดต้นทุนระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจสร้างผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ และท้ายที่สุดจะลุกลามไปถึงผู้ประกอบการปศุสัตว์รายย่อยที่อาจสูญเสียอำนาจต่อรองทางการตลาด

“ประเทศไทยเคยมีบทเรียนจากกรณีถั่วเหลืองมาแล้ว จากการปล่อยให้การนำเข้าเข้ามาแทนที่การผลิตภายในประเทศ จนทำให้ถั่วเหลืองไทยแทบหายไปจากระบบ หากวันนี้ปล่อยให้ข้าวโพดเดินซํ้ารอยเดิม เกษตรกรไทยจะไม่สามารถอยู่รอดได้ และรัฐบาลเองก็ไม่อาจใช้งบประมาณอุดหนุนได้ตลอดไป”

วอนรัฐอย่าเอาเกษตรกรแลกดุลการค้า

นายทรงศักดิ์ ตั้งข้อสังเกตต่อนโยบายการนำเข้าสินค้าเกษตรเพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐที่มีต่อไทย โดยชี้ว่า ในปี 2565 ช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของไทยยังสามารถดำเนินต่อได้ด้วยวัตถุดิบภายในประเทศ แต่ในปี 2567 การนำเข้าข้าวสาลีกลับพุ่งสูงถึง 2.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากในอดีต ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาข้าวโพดและข้าวเปลือกในประเทศ

ขณะเดียวกัน ยังมีกระแสข่าวว่ามีการผลักดันให้มีการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ เพิ่มอีก 1-3 ล้านตัน เพื่อแก้ปัญหาดุลการค้า มองว่าเป็นการผลักภาระให้เกษตรกรต้องรับผลกระทบ แทนที่จะเลือกนำเข้าสินค้าที่ไทยขาดแคลนจริง เช่น ถั่วเหลือง

“ทำไมเกษตรกรต้องเป็นฝ่ายแบกรับภาระ ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมได้ประโยชน์จากการลดการขาดดุลการค้า มันไม่เป็นธรรมที่จะโยนความผิดให้เกษตรกรว่าไม่ปรับตัว ทั้งที่เกษตรกรคือกลุ่มที่แบกรับต้นทุนทางอ้อม ทั้งค่านํ้ามันและปัจจัยการผลิตมากที่สุด” นายทรงศักดิ์ กล่าว

ส่วนแนวโน้มมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ หรือ “ภาษีทรัมป์” รวมถึงประเด็นการนำเข้าเนื้อหมู นายทรงศักดิ์ระบุว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เริ่มศึกษาผลกระทบอย่างใกล้ชิดแล้ว โดยเห็นว่าการจำกัดโควตานำเข้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากยังมีการลักลอบนำเข้าหรือสินค้าจากประเทศอื่นทะลักเข้ามาเพิ่มเติม

เบื้องต้น กระทรวงฯ จะใช้แนวทางสร้างจุดสมดุล โดยเชิญตัวแทนเกษตรกร กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และกรมปศุสัตว์ มาหารือร่วมกัน เพื่อประเมินความต้องการใช้วัตถุดิบที่แท้จริง และกำหนดความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ปล่อยให้เกษตรกรต้องเผชิญวิกฤต

ชา พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่กระทรวงเกษตรฯ บรรจุเป็นนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม

ปั้นพืช ศก.ใหม่ “ปู-ชา-กาแฟ” ยกระดับรายได้

อย่างไรก็ดี คณะกรรมการฯ ยังมีนโยบายส่งเสริมพืชและสัตว์เศรษฐกิจใหม่ที่มีมูลค่าสูง เช่น การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปูให้มีอัตรารอดสูงขึ้นและขยายพื้นที่เลี้ยงไปสู่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน รวมถึงการพัฒนาชาและกาแฟไทยสู่ระดับพรีเมียม เพื่อเจาะตลาดโลกที่มีกำลังซื้อสูงอย่าง จีน และอังกฤษ

ทั้งการส่งเสริมพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจพันธุ์ใหม่ อาทิ ชา กาแฟ โกโก้ และพืชปาล์ม ซึ่งเป็นพืชที่ตลาดโลกให้ความสนใจสูง นอกจากนี้ยังครอบคลุมแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตร การใช้ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการพัฒนาวัคซีนในสัตว์กีบคู่เพื่อยกระดับมาตรฐานปศุสัตว์ไทย ผลการหารือจะถูกนำไปใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนนโยบายเกษตรของรัฐบาล เพื่อยกระดับเศรษฐกิจภาคการเกษตรของประเทศในระยะต่อไป

ลุ้นรัฐเคาะช่วยไร่ละ 2,000 บาท ฝ่าวิกฤตต้นทุนพุ่ง

นายทรงศักดิ์ กล่าวถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรที่ต้องการให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ รับเงินสูงสุด 4 หมื่นบาท ว่า ยอมรับปัจจุบันเกษตรกรจำนวนมากกำลังเผชิญภาวะขาดทุนจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งราคาปุ๋ยและนํ้ามันที่ยังทรงตัวในระดับสูง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการเพาะปลูกและรายได้ของเกษตรกรทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม การพิจารณามาตรการช่วยเหลือดังกล่าว ยังจำเป็นต้องประเมินศักยภาพด้านงบประมาณของรัฐบาลอย่างรอบคอบ เนื่องจากเป็นภาระงบประมาณจำนวนมาก ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน ขณะนี้ทีมที่ปรึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งประเมินแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้อย่างตรงจุด ควบคู่กับการรักษาวินัยการคลังของประเทศ

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,205 วันที่ 31 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...