โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สินค้าจีนทะลักตลาด ดันยอดเช่าคลังสินค้าไทยพุ่ง อัตราเช่าแตะ 88.9%

Positioningmag

อัพเดต 22 พ.ค. เวลา 13.24 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 00.13 น. • my_bb

ในวันที่สงครามการค้าโลกยังไม่นิ่ง และแบรนด์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกเริ่มกระจายฐานผลิตออกจากจีน “คลังสินค้าไทย” กำลังกลายเป็นสินทรัพย์ที่เนื้อหอมที่สุดตัวหนึ่งในภูมิภาค
ข้อมูลจาก ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย พบว่า ตลาดคลังสินค้าไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ขยายตัวสูง แรงส่งสำคัญมาจาก “สินค้าจีนทะลัก” และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนของบริษัทข้ามชาติ

สินค้าจีนไหลเข้า ดันดีมานด์คลังสินค้าไทยพุ่ง

ทั้งนี้ ปริมาณการระบายพื้นที่เช่า (อัตราดูดซับสุทธิ หรือ Net Absorption) ของตลาดคลังสินค้าไทย พุ่งไปถึง 310,700 ตารางเมตร สะท้อนว่าผู้ประกอบการกำลัง “เช่าพื้นที่จริง” เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
เบื้องหลังมาจากผู้ผลิตจีนที่เร่งส่งสินค้าเข้ามาเก็บในไทยมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงจากกำแพงภาษีและความไม่แน่นอนทางการค้าโลก ทำให้หลายบริษัทเริ่มสำรองสต็อกสินค้าในไทยมากกว่าเดิม
พูดง่ายๆ คือ ไทยกำลังกลายเป็น “จุดพักสินค้า” สำคัญของภูมิภาค

คลังสินค้าไทยยอดเช่าแตะ 88.9%

ปัจจุบันซัพพลายคลังสินค้ารวมของไทยอยู่ที่ 6.62 ล้านตารางเมตร และมีพื้นที่ถูกเช่าไปแล้วถึง 5.89 ล้านตารางเมตร ส่งผลให้อัตราการเช่าพื้นที่พุ่งสูงถึง 88.9%
ทำเลที่ร้อนแรงที่สุดยังคงเป็น EEC รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพราะเป็นจุดที่เชื่อมทั้งโรงงาน ท่าเรือ สนามบิน และเส้นทางขนส่งสำคัญเข้าด้วยกัน
ทำให้ EEC ไม่ได้เป็นแค่ฐานการผลิตอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น“ฮับโลจิสติกส์” สำหรับการกระจายสินค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
[caption id="attachment_1574850" align="alignnone" width="1669"]

อัตราเช่าคัลงสินค้า ณ ครึ่งหลังปี 2568 โดยไนท์แฟรงค์[/caption]

ต่างชาติกระจายเสี่ยง

อีกแรงหนุนสำคัญ คือ 'บริษัทข้ามชาติ' เริ่มใช้กลยุทธ์ Multi-location Strategy หรือกระจายฐานผลิตและกระจายสต็อกสินค้าไปหลายประเทศ
เนื่องจาก โลกหลังโควิด และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ธุรกิจเริ่มรู้ว่า การพึ่งประเทศเดียวเสี่ยงเกินไป
ดังนั้น ไทยจึงกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญ เพราะมีทั้งฐานอุตสาหกรรมเดิม โครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ที่พร้อมกว่าอีกหลายประเทศในภูมิภาค

AI โต ดาต้าเซ็นเตอร์มา ดันคลังสินค้าโตตาม

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมใหม่ๆ กำลังกลายเป็นตัวเร่งดีมานด์คลังสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่โตตามกระแส AI และ Data Center รวมถึงกลุ่มเหล็กและยานยนต์ที่เริ่มกลับมาผลิตและส่งออกมากขึ้น
เมื่อโรงงานผลิตมากขึ้น สิ่งที่ต้องเพิ่มตามทันทีคือพื้นที่เก็บวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และสินค้าสำเร็จรูป ทำให้ “คลังสินค้า” กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุค AI ไปโดยปริยาย

data center


ยุคใหม่ คลังสินค้าไม่ได้มีไว้แค่เก็บของ

สิ่งที่เปลี่ยนชัดที่สุด คือบทบาทของคลังสินค้า จากเดิมที่เป็นแค่โกดังเก็บสินค้า วันนี้คลังสินค้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การรวมสินค้าเพื่อส่งออก ไปจนถึงระบบกระจายสินค้าแบบ Just-in-Time
ส่งผลให้ผู้เช่าหันไปหา “คลังสินค้าเกรดพรีเมียม” มากขึ้น โดยเฉพาะคลังที่รองรับ Automation และระบบอัจฉริยะ ขณะที่คลังสินค้าเกรดรองเริ่มแข่งขันเหนื่อยขึ้น เพราะไม่ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

ไทยกำลังได้อานิสงส์จาก "สถาสการณ์โลกไม่แน่นอน”

มาร์คัส เบอร์เทนชอว์ หุ้นส่วนและหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านพื้นที่โลจิสติกส์และอุตสาหกรรมของ ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า ความต้องการคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดจากการบริโภคที่เร่งตัวขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนถึงการที่ภาคธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนมากขึ้น
การไหลเข้าของสินค้าจากจีนและการกระจายฐานการผลิตทำให้ผู้ประกอบการเลือกถือสต็อกสินค้าสูงขึ้น ซึ่งไทยยังคงได้รับประโยชน์จากจุดแข็งด้านฐานอุตสาหกรรมและการเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์
ในระยะต่อไป คาดว่าการเปลี่ยนแปลงของซัพพลายเชนโลกและการไหลเข้าของสินค้าต่างประเทศ จะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยขับเคลื่อนและตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
[caption id="attachment_1560499" align="alignnone" width="640"]

รูปประกอบจาก : ภาพคลังสินค้าของ ALPHA ในเครือออริจิ้น[/caption]

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...