“K-GLOBE” กระจายลงทุน “หุ้นทั่วโลก” แบบ Active… เพิ่มความยืดหยุ่น ง่ายๆ สไตล์ “Fund of Funds” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “กองหุ้นต่างประเทศ” ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป ที่เน้นลงทุนในหุ้นของประเทศต่าง ๆ ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก สไตล์ “Fund of Funds”
ท่ามกลาง “สงคราม” ในตะวันออกกลาง รู้หรือไม่?…ปีนี้ “หุ้นโลก” ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวก +9.94% ที่สำคัญหลายตลาด (เช่น S&P 500 และ Nasdaq ในสหรัฐ รวมถึงดัชนีฝั่งยุโรป) ได้ปรับตัวทำ “จุดสูงสุดใหม่” (All Time High) กันอย่างต่อเนื่อง
นี่จึงทำให้ “หุ้นโลก” ยังคงน่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว ในขณะที่มูลค่าตลาดก็ “สมเหตุสมผล” มี Forward 12M P/E 18.76 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 17.18 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 15 พ.ค. 26)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นโลก” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน
“K-GLOBE” กระจายลงทุน “หุ้นทั่วโลก” ง่ายๆ สไตล์ “Fund of Funds”
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “K-GLOBE: กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.กสิกรไทย’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6”(เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2549 ที่มีนโยบายลงทุนใน “กองทุนหุ้นต่างประเทศ” ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป ซึ่งกองทุนต่างประเทศดังกล่าวมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของประเทศต่างๆ ภูมิภาคต่างๆ หรือกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนทั่วโลก (Global Equity Funds)
ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบาย “ปันผล” ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง โดยพิจารณาจ่ายทุกสิ้นเดือนพ.ค. และ พ.ย. นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา จ่ายปันผลไปแล้ว 21 ครั้ง รวม 7.65 บาท/หน่วย
หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง“K-GLOBE” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมของ“หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) มีการลงทุนใน 5 ประเทศมากสุด ได้แก่
สหรัฐ 41.10%
Asia Pacific ex Japan ex China 16.10%
Europe 9.80%
ญี่ปุ่น 5.50%
จีน 3.20%
กระจายลงทุนผ่าน “กองทุนต่างประเทศ” ประกอบด้วย
Invesco Nasdaq 100 ETF 42.58%
iShare MSCI South Korea Index Fund 12.70%
iShares STOXX Europe 600 Banks UCITSETF (DE) 9.00%
iShares MSCI All Country Asia ex-Japan ETF 4.31%
“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘K-GLOBE’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ 5.52%ต่อปี(ดัชนีชี้วัด 7.01% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 15.65% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.58% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -19.09%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุน เงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 4 วันทำการ หลังจากวันทำรายการขายคืน (T+4)
ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ KPLUS
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสกระจายลงทุนจาก “หุ้นไทย” ไปในตลาดโลก “หุ้นทั่วโลก” ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ช่วยกระจายลงทุน-กระจายความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนตอบโจทย์การสร้างคงามมั่งคั่งในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องปวดหัวว่า…จะไปลงทุนที่ไหน ภูมิภาคไหนดีให้เสียเวลาอีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน