โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมาคมฯ ปลดล็อคแนวทางชำระหนี้ 360 ล้านบาทที่มีต่อสยามสปอร์ต โดยบรรลุข้อตกลงร่วมสามฝ่าย

INN News

อัพเดต 22 มิถุนายน 2569 เวลา 23.31 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงข่าวครั้งสำคัญ เผยแนวทางปลดล็อคชำระหนี้ 360 ล้านบาทที่มีต่อสยามสปอร์ต โดยบรรลุข้อตกลงร่วมสามฝ่าย

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงข่าวหลังการประชุมสภากรรมการ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ว่า สมาคม สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องแนวทางการชำระหนี้ของสมาคมฯ ที่มีต่อ บมจ. สยามสปอร์ต ซินดิเคท และ บจก. ซีนิเพล็กซ์ (ทรูฯ)

โดยล่าสุด หลังจากสมาคมฯ ได้ชำระหนี้ให้กับ บริษัท สยามสปอร์ต ไปแล้วเป็นจำนวน 120 ล้านบาท สมาคมฯ ได้ขอ รับโอนหนี้จำนวน 240 ล้านบาท (แทนที่สยามสปอร์ต ซึ่งเป็นหนี้ทรูฯ) ตามกรอบข้อตกลงที่ทำร่วมกันระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้สมาคมขอขอบคุณผู้บริหารของทั้ง ซีนิเพล็กซ์ (บริษัทในกลุ่มทรูฯ) ที่นำโดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ และ บมจ. สยามสปอร์ต ซินดิเคท ที่นำโดย คุณระวิ โหลทอง ที่เห็นแก่ประโยชน์ของวงการฟุตบอลไทย

ปัญหาหนี้สินดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่ในปี 2016 ภายใต้การบริหารงานของ สมาคมฯ ชุดเก่า ที่ไปยกเลิกสิทธิ์ในการบริหารสปอนเซอร์และถ่ายทอดสดของสยามสปอร์ต เป็นผลให้ มีการฟ้องร้องกันไปมา และต่อสู้คดีกันถึงสามศาล เป็นระยะเวลานานถึงสิบปี จนในที่สุดศาลฎีกาตัดสินให้ สมาคมฯ แพ้คดี ต้องชำระหนี้จำนวน 360 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยให้สยามสปอร์ต แต่เมื่อ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ และสภากรรมการชุดปัจจุบัน เข้ามารับตำแหน่งเมื่อปี 2024 ก็ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหา ด้วยการเจรจาและทยอยชำระหนี้ มาโดยตลอด

ก่อนหน้านี้ สมาคมฯ ได้ชำระหนี้ ส่วนต่างให้กับ สยามสปอร์ต ไปแล้ว เป็นเงิน 120 ล้านบาท ครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2569 เหลือเพียงจำนวนหนี้ ระหว่าง บมจ. สยามสปอร์ต ซินดิเคท ที่มีต่อ บจก. ซีนิเพล็กซ์ จำนวน 240 ล้านบาท ซึ่งมีผลผูกพันต่อ สมาคมฯ ด้วยเช่นกัน

ภายใต้ข้อตกลงสามฝ่ายดังกล่าว สมาคมฯ จะเป็นผู้ชำระหนี้(แทน บมจ.สยามสปอร์ต) ให้แก่ บจก. ซีนิเพล็กซ์ เป็นจำนวนเงินทั้งหมด 240 ล้านบาท โดยกำหนดแนวทางการชำระหนี้ออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย การชำระเป็นเงินสดตามงวดที่ตกลงกัน และการให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย (Broadcasting Right) แบบ Exclusive ในการถ่ายทอดสด รวมถึงการออกอากาศซ้ำ (Rerun) ผ่าน OTT, IPTV และ Pay TV บนทุกแพลตฟอร์มที่ให้บริการ โดยบริษัทในกลุ่มทรู หรือ บริษัทในเครือ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางการตลาดที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ระยะเวลา 4 ปี ระหว่างปี 2569-2572 ให้ บจก. ซีนิเพล็กซ์ เป็นการทดแทนเงินจำนวนหนี้ที่เหลือบางส่วน และ อีกส่วน คือการทยอยชำระเป็นเงินสด รายเดือน

นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เชื่อมั่นว่าข้อตกลงครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับสมาคมฯ โดยกำจัดความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกยึดและอายัดทรัพย์จากเจ้าหนี้ที่จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยสมาคมฯ จะสามารถมุ่งมั่นพัฒนา และสร้างความสำเร็จให้กับฟุตบอลทีมชาติไทยในทุกระดับ อันเป็นเป้าหมายสูงสุดที่แฟนฟุตบอลชาวไทยทุกคนคาดหวังร่วมกัน ได้อย่างเต็มที่ต่อไป

ทั้งนี้ แม้ว่าตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ จะเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน อย่างหนัก แต่ก็ยังพยายามเดินหน้าขับเคลื่อน สมาคมฯ ภายใต้ข้อจำกัดรอบด้าน อย่างดีที่สุด โดยเฉพาะแก้ไขปัญหาเรื่องนอกสนาม อาทิ เรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก ที่สามารถขายสิทธิ์ให้ AIS-GULF-JAS ได้ด้วยมูลค่าสูงถึง 2 พันล้านบาท ภายในระยะสัญญา 4 ปี (2025/26-2028/29) ปีละ 500 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไขต่อสัญญาอีก 2 ฤดูกาล , การเพิ่มเงินสนับสนุนสโมสรฯ ครบทั้ง 3 ลีก ประกอบด้วย ไทยลีก 1 จากเดิม 10 ล้านบาท เป็น 15 ล้านบาท , ไทยลีก 2 จากเดิม 3 ล้านบาท เป็น 4 ล้านบาท และ ไทยลีก 3 จากเดิม 1 ล้านบาท เป็น 1.25 ล้านบาท โดยแบ่งจ่าย 4 งวด ตรงเวลา , การถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกอาชีพทั้งชาย และ หญิง ครบทุกระดับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ , การหาผู้สนับสนุนเข้ามาได้ครบทั้ง 3 ลีกอาชีพ ตั้งแต่ไทยลีก 1-3 และ การขายลิขสิทธิ์ฟุตบอลทีมชาติไทย ให้ทั้งกับทั้ง ไทยรัฐ ทีวี แบบ Exclusive ทุกแพลตฟอร์ม ทั้งทีวี ออนไลน์ และโซเชียลมีเดีย และ บจก. ซีนิเพล็กซ์ แบบ Exclusive ผ่าน OTT, IPTV และ Pay TV บนทุกแพลตฟอร์มที่ให้บริการโดยบริษัทในกลุ่มทรูหรือบริษัทในเครือ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...