ด่วน! ค้นบ้านพักนนทบุรี แหล่งโกง สอบท้องถิ่น รายใหญ่ พบหลักฐานสำคัญ สะเทือนวงการ
วันที่ 23 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. ได้สั่งการให้กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
นำโดย พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.2 บก.ปปป., พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.2 และ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ สีฟอง สว.กก.2 ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ ค.618/2569 ลงวันที่ 22 มิ.ย. 2569 เข้าทำการตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี โดยมี นายเอ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น
การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีการร้องเรียนพร้อมหลักฐานและคลิปเสียงระบุว่า มีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางกลุ่ม แอบอ้างว่ามี “เส้นสายภายใน” สามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับราชการท้องถิ่นได้
โดยขบวนการนี้จะเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 บาท สำหรับตำแหน่งทั่วไป และพุ่งสูงถึง 700,000-800,000 บาท ในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง
สำหรับการสอบดังกล่าว เป็นการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปี 2568 (ประกาศเมื่อวันที่ 17 ก.พ.2568) ซึ่งเปิดรับสมัครทั้งหมด 87 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 6,669 อัตรา
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า บ้านพักใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ดังกล่าว ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับ “แก้ไขกระดาษคำตอบ” เพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้ที่ยอมจ่ายเงิน
โดยมีผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลแห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ เป็นผู้จัดเก็บและซุกซ่อนกระดาษคำตอบไว้ที่สถานที่แห่งนี้
จากการนำกำลังเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการกระทำความผิดจำนวนมาก ประกอบด้วย
คอมพิวเตอร์และซีพียู (CPU) จำนวน 18 ชุด ที่ใช้ในการแก้ไขกระดาษคำตอบ
อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (External Hard Drive/ข้อมูลดิจิทัล) บรรจุข้อมูลกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจากทั่วประเทศ
บัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบจากทั่วประเทศที่ขบวนการนี้ต้องดำเนินการแก้ไขคะแนนเพื่อให้สอบผ่าน
สำเนากระดาษคำตอบของการสอบเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2568 ของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 ราย โดยตรวจสอบพบว่ามีการแก้ไขคะแนนเสร็จสิ้นไปแล้วประมาณ 2,000 ราย
จากการประเมินเบื้องต้น ขบวนการทุจริตสอบครั้งใหญ่นี้สร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 4,500,000,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจและ ป.ป.ช. ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่น รวมถึงข้าราชการและผู้เข้าสอบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งใหญ่ในครั้งนี้ต่อไป
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
อ่านข่าวเพิ่มเติม