บอร์ดบีโอไออนุมัติ 9 โครงการ 6.63 หมื่นล้าน ตั้งคณะกลั่นกรอง Data Center คุมโจทย์ไฟฟ้า-น้ำ-สิ่งแวดล้อม
บอร์ดบีโอไออนุมัติ 9 โครงการ 6.63 หมื่นล้าน ตั้งคณะกลั่นกรอง Data Center คุมโจทย์ไฟฟ้า-น้ำ-สิ่งแวดล้อม
ประเด็นสำคัญ
- 9 โครงการใหญ่: เนสท์เล่-การบินไทย-Data Hosting และห่วงโซ่ PCB
- ตั้งคณะกลั่นกรอง Data Center ก่อนยื่นขอรับส่งเสริม
- วาง 7 มาตรการรองรับดีมานด์ไฟฟ้า-น้ำจาก Data Center
วันนี้ (8 กรกฎาคม 2569) นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน มีมติอนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 66,320 ล้านบาท
โครงการที่ได้รับอนุมัติครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหาร การขนส่งทางอากาศ วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ธุรกิจจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล (Data Hosting) และพลังงานหมุนเวียน
ขณะเดียวกัน บอร์ดบีโอไอยังเห็นชอบให้ขยายบทบาทคณะอนุกรรมการจัดการพลังงาน เพื่อรองรับการลงทุน ให้มีหน้าที่กลั่นกรองโครงการ Data Center ก่อนยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ
9 โครงการใหญ่: เนสท์เล่-การบินไทย-Data Hosting และห่วงโซ่ PCB
โดยโครงการที่บอร์ดบีโอไออนุมัติ มีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ลงทุนผลิตกาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ และกาแฟพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ NESCAFÉ มูลค่า 22,935 ล้านบาท ในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรองรับตลาดในประเทศและต่างประเทศ
- บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับอนุมัติ 2 โครงการ มูลค่ารวม 14,326 ล้านบาท เพื่อขยายกิจการขนส่งทางอากาศ ผ่านการเช่าเครื่องบินโดยสาร 8 ลำ สำหรับให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศ
- บริษัท ดาต้าเซคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ Datasection Inc. ของญี่ปุ่น ลงทุนกิจการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล มูลค่า 7,831 ล้านบาท โดยติดตั้ง GPU Server สมรรถนะสูงในศูนย์ข้อมูลที่จังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับบริการด้าน AI และธุรกิจดิจิทัล
- บริษัท ดูซาน อิเลคโทร-แมททีเรียลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในเครือ Doosan Corp. ของเกาหลีใต้ ลงทุนผลิต Prepreg และ Copper Clad Laminate (CCL) มูลค่า 6,000 ล้านบาท ในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญในกระบวนการผลิตแผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB
- บริษัท ไต้หวัน ยูเนี่ยน เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ลงทุนผลิต Prepreg และ CCL มูลค่า 6,300 ล้านบาท ในจังหวัดชลบุรี เพื่อป้อนอุตสาหกรรม PCB ที่ใช้ใน AI Server และ Data Center
- บริษัท ฟูลเทค ไฟเบอร์ กลาส (ไทยแลนด์) จำกัด ลงทุนผลิตผ้าใยแก้ว มูลค่า 3,310 ล้านบาท ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิต CCL และต่อยอดไปยังการผลิต PCB
- บริษัท ลมรักษ์ กรีนเอ็นเนอร์จี จำกัด ลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม 2 โครงการ กำลังการผลิตรวม 120 เมกะวัตต์ มูลค่ารวม 5,618 ล้านบาท ในจังหวัดลพบุรี
การอนุมัติรอบนี้สะท้อนภาพการลงทุนที่ไม่ได้มีเพียง Data Center โดยตรง แต่ยังรวมถึงการวางฐานการผลิตวัสดุต้นน้ำของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ Prepreg, CCL และผ้าใยแก้ว ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในห่วงโซ่การผลิต PCB สำหรับอุปกรณ์ AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ตั้งคณะกลั่นกรอง Data Center ก่อนยื่นขอรับส่งเสริม
นอกจากนี้ บอร์ดบีโอไอยังเห็นชอบให้มีการปรับชื่อและขยายอำนาจหน้าที่ของ ‘คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน’ เป็น ‘คณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุนและกลั่นกรองโครงการ Data Center’
คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวจะมี เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน โดยบีโอไอและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการร่วม
บทบาทใหม่ของคณะอนุกรรมการ คือการพิจารณาความพร้อมของโครงการ Data Center ก่อนเข้าสู่กระบวนการยื่นขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอ ครอบคลุมการใช้พลังงาน ความพร้อมของทรัพยากรน้ำ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการลงทุน
วาง 7 มาตรการรองรับดีมานด์ไฟฟ้า-น้ำจาก Data Center
ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าการทำงานของคณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุน ซึ่งประชุมครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และกำหนดกรอบดำเนินงานเร่งด่วน 7 ด้าน ได้แก่
- กำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่สำหรับ Data Center และออกแบบอัตราค่าไฟเฉพาะที่สะท้อนต้นทุนการจัดหาพลังงาน
- กำหนดสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้สอดคล้องกับแผนพลังงานของประเทศ
- ส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดผ่านกลไก Direct PPA
- จัดทำหลักเกณฑ์การวางหลักประกันการใช้ไฟฟ้า
- ศึกษารูปแบบการจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูงโดยตรงให้แก่ Data Center รายใหญ่
- เร่งลงทุนและขยายโครงข่ายไฟฟ้า
- จัดทำ Power & Water Map เพื่อใช้กำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการลงทุน
นฤตม์กล่าวว่า การลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมดิจิทัล AI และเทคโนโลยีขั้นสูงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่โครงการเหล่านี้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำในระดับสูง ภาครัฐจึงต้องวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรและพัฒนาพื้นที่รองรับอย่างมีประสิทธิภาพ
โจทย์ของไทยจึงไม่ใช่เพียงดึงดูด Data Center ให้เข้ามาตั้งฐาน แต่ต้องกำหนดเงื่อนไขให้การลงทุนดังกล่าวสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทย ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน น้ำ และเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในระยะยาว