โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เตือน 1 ข้อห้าม! เมื่อดื่มกาแฟ "ตอนเช้า" ตัวการทำลายหลอดเลือด-ความดันพุ่งเฉียบพลัน

sanook.com

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Sanook
เช็กด่วน! 1 พฤติกรรมดื่มกาแฟตอนเช้า ตัวการเงียบ

อย่าหาทำตอนท้องว่าง! เผยผลเสีย "ดื่มกาแฟทันทีหลังตื่นนอน" เสี่ยงหลอดเลือดแก่ก่อนวัย หัวใจทำงานหนัก

สำหรับคอกาแฟหลาย ๆ คน การได้จิบกาแฟร้อน ๆ สักแก้วทันทีหลังจากลืมตาตื่นนอนถือเป็นวิธีปลุกร่างกายให้ตื่นตัวที่ดีที่สุด ทว่าหากคุณมีพฤติกรรมดื่มกาแฟในลักษณะนี้เป็นประจำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้รีบเลิกด่วน! ก่อนที่หัวใจและระบบหลอดเลือดจะเผชิญอันตรายร้ายแรง

ทำไมการดื่มกาแฟตอน "ท้องว่าง" ถึงทำร้ายหลอดเลือด?

นายแพทย์ไคนุมะ ทาเคชิ (Kainuma Takeshi) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น ได้อธิบายกลไกการทำงานของร่างกายช่วงเช้าเอาไว้ว่า ทันทีที่เราตื่นนอน ระบบประสาทซิมพาเธติก (Sympathetic Nervous System) จะเริ่มทำงานอย่างตื่นตัว ส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นตามธรรมชาติอยู่แล้ว

ในขณะเดียวกัน หากร่างกายยังอยู่ในภาวะ "ท้องว่าง" ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดอย่าง คอร์ติซอล (Cortisol) และ อะดรีนาลีน (Adrenaline) ออกมาเพื่อกระตุ้นพลังงาน ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้มีผลทำให้หลอดเลือดหดตัวลง

เมื่อเราเติม "คาเฟอีน" เข้าไปในตอนที่ท้องว่าง ผลกระทบต่อหลอดเลือดจึงทวีความรุนแรงขึ้นดังนี้:

  • กระตุ้นหัวใจทำงานหนัก: คาเฟอีนจะเข้าไปกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธติกให้ทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้น รวมถึงทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้นอย่างเฉียบพลัน

  • ทำลายผนังหลอดเลือด: การที่ความดันโลหิตสวิงขึ้ันลงอย่างรุนแรงและต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะเข้าไปทำลายเซลล์บุผิวผนังหลอดเลือดชั้นใน (Endothelium) ส่งผลให้หลอดเลือดเกิดการบาดเจ็บและอักเสบเรื้อรัง

  • เสี่ยงหลอดเลือดตีบตัน: การบาดเจ็บของผนังหลอดเลือดเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมไขมัน จนนำไปสู่ภาวะ "หลอดเลือดแดงแข็ง" (Atherosclerosis) ความน่ากลัวของกระบวนการนี้คือ มันเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบโดยไม่แสดงอาการเตือนใด ๆ ในระยะแรก หลายคนจึงชะล่าใจและคิดว่าร่างกายปกติ จนกระทั่งเมื่อไปตรวจสุขภาพอย่างละเอียด ถึงได้พบว่าความยืดหยุ่นของหลอดเลือดลดลงอย่างน่าใจหาย หรือหลอดเลือด "แก่" เกินกว่าอายุจริงไปมากแล้ว

กลุ่มเสี่ยงอายุ 40+ และผู้ที่มีภาวะเครียด ต้องระวังเป็นพิเศษ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ในวัยหนุ่มสาว ร่างกายยังมีกลไกในการปรับสมดุลและฟื้นฟูตัวเองจากผลกระทบของคาเฟอีนได้ดี แต่ความสามารถนี้จะค่อย ๆ ลดลงตามอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะ ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป นอกจากนี้กลุ่มบุคคลต่อไปนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่ต้องปรับพฤติกรรมด่วน:

  • ผู้ที่อายุเกิน 40 ปี: เนื่องจากระบบหลอดเลือดเริ่มเสื่อมสภาพตามวัยและความยืดหยุ่นลดลงตามธรรมชาติ

  • ผู้ที่มีความเครียดสะสมสูง: คนกลุ่มนี้จะมีระดับฮอร์โมนความเครียดในกระแสเลือดสูงอยู่แล้วเป็นทุนเดิม การดื่มกาแฟตอนท้องว่างยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้หลอดเลือดหดตัวรุนแรงขึ้น

  • ผู้ที่นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ: เมื่อร่างกายอดนอน ระบบประสาทและหลอดเลือดจะอยู่ในภาวะอ่อนล้า ทำให้ยากต่อการปรับตัวเมื่อความดันโลหิตผันผวนเฉียบพลัน

3 กฎเหล็ก ดื่มกาแฟยามเช้าอย่างไรให้ปลอดภัยต่อหลอดเลือด

หากคุณเป็นคนที่ขาดกาแฟในมื้อเช้าไม่ได้ แพทย์แนะนำให้ปรับเปลี่ยนวิธีการดื่มเพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อระบบหลอดเลือดด้วยหลักการง่าย ๆ ดังนี้ค่ะ:

  • ปรับลำดับการกินให้ถูกต้อง: หลังจากตื่นนอน สิ่งแรกที่ควรทำคือ ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว เพื่อช่วยลดความเหนียวข้นของเลือด จากนั้นให้รับประทานอาหารรองท้องเบา ๆ ที่มีโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรต เช่น กล้วยหอม หรือโยเกิร์ต แล้วจึงค่อยดื่มกาแฟตาม

  • ห้ามดื่มทันทีหลังลืมตาตื่น: แนะนำให้ทอดเวลาออกไปประมาณ 30-60 นาทีหลังจากตื่นนอน เพื่อรอให้ระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกายเริ่มคงที่และสลายตัวไปก่อน จึงค่อยเริ่มดื่มกาแฟแก้วแรกของวัน

  • หมั่นสังเกตสัญญาณเตือนของร่างกาย: หากหลังจากดื่มกาแฟแล้วมีอาการหัวใจเต้นรัว สั่น เวียนศีรษะ มือสั่น หรือรู้สึกเพลียสะสมยาวไปจนถึงช่วงก่อนเที่ยง นี่อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าร่างกายของคุณกำลังตอบสนองต่อคาเฟอีนรุนแรงเกินไป และควรลดปริมาณลง

ที่มาข้อมูล: รายงานการแพทย์ทางระบบประสาทและหลอดเลือด (ประเทศญี่ปุ่น), ศูนย์ข้อมูลสุขภาพหลอดเลือดและหัวใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...