โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'นิกร' รมว.พม. นำทีม ลุยเคหะร่มเกล้า รับข้อเสนอ 5 ข้อจากสมาคมคนตาบอด เร่งแก้ปัญหาตรงจุด ยกระดับชุมชนน่าอยู่

VoiceTV

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่โครงการเคหะชุมชนร่มเกล้า เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย พร้อมเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนแบบครบวงจรทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะ และการดูแลกลุ่มเปราะบาง เพื่อมุ่งยกระดับชุมชนให้น่าอยู่ ปลอดภัย และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และ การเคหะแห่งชาติ ร่วมลงพื้นที่ร่มเกล้า ถนนร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

นายนิกร กล่าวว่า วันนี้ ตนได้มาลงพื้นที่ร่มเกล้า เพื่อรับฟังและติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เริ่มจากการตรวจเยี่ยมสหกรณ์บริการเพื่อคนตาบอดและคนพิการ จำกัด โซน 6 เพื่อรับทราบถึงปัญหา สภาพความเป็นอยู่ และความต้องการในการดำรงชีวิตของคนตาบอด โดยหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. โดยเฉพาะกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) จะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือในการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการต่อไป ทั้งนี้ ตนได้รับข้อเสนอ 5 ข้อ จากสมาคมคนตาบอด โดยเน้นเรื่องการส่งเสริมให้คนพิการสามารถเข้าถึงแหล่งทุนในการประกอบอาชีพ ผ่านกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรม พก. ซึ่งจะรับไปพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ต่าง ๆ

ต่อมาลงพื้นที่เยี่ยมชมระบบบำบัดน้ำเสียในโครงการฟื้นนครร่มเกล้า โซน 7 ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร โดยได้กำชับให้มีการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สร้างมลพิษทางน้ำก่อนระบายลงสู่ลำรางสาธารณะ

อีกทั้ง มอบหมายการเคหะแห่งชาติ พิจารณาโครงการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในคลองลำไส้ไก่ ตามข้อเสนอของสำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ที่ต้องการให้ใช้สถานีบำบัดน้ำเสียของการเคหะแห่งชาติ ที่ยังมีศักยภาพในการบำบัดที่เชื่อมทางน้ำจากคลองเข้ามาบำบัดเป็นน้ำดี และส่งกลับเข้าคลองเดิม เพื่อเอาน้ำดีไปไล่น้ำเสีย เพื่อบรรเทาปัญหา ในส่วนของแผนระยะยาว ขอให้มีการวางแผนร่วมกันระหว่างการเคหะแห่งชาติ กับกรุงเทพมหานคร พิจารณาปรับปรุงทางส่งน้ำให้เป็นระบบและได้มาตรฐาน ควบคู่กับการส่งมอบให้ทางกรุงเทพมหานครรับไปบริหารจัดการต่อ

สำหรับการปรับปรุงและเพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณคลองลำไส้ไก่ (สวนร่มเกล้าภิรมย์) เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายสำหรับผู้อยู่อาศัยในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่ตนได้มอบหมายการเคหะแห่งชาติดำเนินการจัดการขยะและของเสียในชุมชนอย่างเป็นระบบ ยกระดับสิ่งแวดล้อมชุมชนให้น่าอยู่และยั่งยืน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน อีกทั้งได้เร่งรัดการพัฒนาสวนและทางจักรยานริมคลอง เพื่อใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนและออกกำลังกายของชุมชน โดยวางแผนพัฒนาเป็นระยะๆ ควบคู่กับการส่งมอบให้ทางกรุงเทพมหานคร รับไปบริหารจัดการต่อ

นายนิกร กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้ตรวจดูพื้นที่เก่าของเคหะสุขประชา โดยได้เร่งรัดนำพื้นที่รอการพัฒนาที่ติดกับโครงการเดิมของการเคหะแห่งชาติ มาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ เนื่องจากมีความต้องการของตลาด และเตรียมพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุต่อไป ส่วนแปลงที่ติดถนนกรุงเทพกรีฑา-ร่มเกล้า ที่มีศักยภาพสูงนั้น ให้พิจารณาจัดทำแผนการใช้เพื่อการพาณิชย์ ตลอดจนนำมาใช้เพื่อพัฒนาโครงการ "เคหะเพื่อคนไทย" เนื่องจากที่ผ่านมา มีบุคคลภายนอกชุมชนนำขยะมาทิ้งบริเวณดังกล่าว ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติได้ปรับเกลี่ยพื้นที่ และติดตั้งป้าย “ห้ามบุกรุกและห้ามนำขยะมาทิ้ง” ในขณะที่ สำนักงานเขตลาดกระบังได้ล้อมรั้วชั่วคราวไม่ให้บุคคลภายนอกนำขยะมาทิ้งอีก นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด พร้อมแผงโซลาร์เซลล์ บริเวณเสาไฟฟ้าตลอดแนวถนน ซึ่งได้รับอนุญาตจากการไฟฟ้านครหลวง เขตลาดกระบัง เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชุมชน

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ตนได้เห็นถึงปัญหาที่แท้จริง รวมทั้งรับทราบความเดือดร้อน และความต้องการของประชาชนในชุมชนโดยตรง ทำให้สามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายด้านที่อยู่อาศัย ด้วยการส่งเสริมความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพดี และพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้รองรับคนทุกกลุ่มตามหลัก Universal Design

รมว.นิกร ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเพิ่มว่า ผมได้ไปพบกับพี่น้องคนพิการทางสายตา และรับข้อเสนอ 5 ข้อจากสมาคมคนตาบอด ไปพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ต่าง ๆ และนำมาขับเคลื่อนต่อ ดังนี้ครับ

1. การแก้ไขระเบียบการกู้ยืมเงินเพื่อประกอบอาชีพ

2. การปรับฐานเบี้ยความพิการให้เท่าเทียม

3. มาตรฐานการพิจารณาเงินสงเคราะห์ครอบครัว

4. อุปสรรคด้านธุรกรรมทางการเงิน และแอปพลิเคชั่นธนาคาร

5. พิจารณา ยกเลิก หรือ ผ่อนผัน แก้ไข การยื่นขอใช้กองทุนการอบรม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...