โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ย้อนดีล 'GMM MUSIC' ร่วมทุนค่ายดัง ทำค่ายเพลง-ธีมคอนเสิร์ต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 09.11 น.

“GMM Grammy” หนึ่งในบริษัทบันเทิงที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน และผลิตผลงานต่าง ๆ โดยเฉพาะเพลงหลากหลายสไตล์ให้ได้ฟังมานานกว่า 4 ทศวรรษ จนวันนี้ ธุรกิจด้านเพลงของแกรมมี่ ถูก Spin-Off อย่างเป็นทางการในชื่อ “GMM MUSIC (จีเอ็มเอ็ม มิวสิค)” ตั้งแต่ปี 2566 เพื่อเตรียมความพร้อมในการ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

หากย้อนเวลากลับไปช่วง 10 ปีที่ผ่านมาในธุรกิจเพลงของแกรมมี่ จนถึง GMM MUSIC มีการร่วมทุนกับหลากหลายยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิง เพื่อสร้างความใหม่ให้กับวงการเพลงไทย ทั้งการสร้างค่ายเพลง และการทำคอนเสิร์ต

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนย้อนดูหลากหลายดีลร่วมทุนน่าสนใจที่เกิดขึ้น

ร่วมทุน YG ตั้ง “YG’’MM”

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2564 แกรมมี่สร้างปรากฏการณ์เปิดตัวการร่วมทุนกับ YG Entertainment ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ เพื่อจัดตั้งบริษัทพัฒนาศิลปินแบบครบวงจรชื่อ YG”MM (วายจีเอ็มเอ็ม) ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ในสัดส่วนเริ่มต้น GMM Grammy ถือหุ้น 51% และ YG Entertainment ถือหุ้น 49%

มีเป้าหมายหลัก เพื่อเฟ้นหา พัฒนา และผลักดันศิลปินไทยรุ่นใหม่ (ทั้ง Boy Band และ Girl Group) ให้ไปสู่มาตรฐานระดับโลกภายใน 5 ปี โดยผสานจุดแข็งของทั้ง 2 ฝ่าย โดยใช้ Master Trainer จาก YG Entertainment (ต้นสังกัดของ BLACKPINK, 2NE1, BIGBANG) มาควบคุมการออดิชั่นและการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ทั้งการร้อง เต้น และบุคลิกภาพ ควบคู่ไปกับการใช้ Big Data ของ GMM Grammy ในการทำแผนการตลาด จัดสรรสื่อ และการโปรโมต

อย่างไรก็ตาม เมื่อพฤศจิกายน 2568 ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นและมีการทำสัญญาซื้อขายหุ้นระหว่างกัน ซึ่งเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568

โดย บมจ.จีเอ็มเอ็ม มิวสิค (บริษัทย่อยของ GMM Grammy) ได้เข้าซื้อหุ้น YGMM สัดส่วน 49% (จำนวน 980,000 หุ้น) จาก YG Entertainment ด้วยมูลค่า 47,611,509 บาท ส่งผลให้หลังจากการเข้าทำรายการ GMM MUSIC กลายเป็นผู้ถือหุ้นใน YGMM ในสัดส่วน 99.99%

ในขณะเดียวกัน บริษัท GMM Grammy (ในฐานะผู้ขาย) ได้ทำการขายหุ้นของ GMM MUSIC สัดส่วน 0.2075% (จำนวน 1,660,000 หุ้น) ให้กับ YG Entertainment ในราคา 1,452,500 ดอลลาร์สหรัฐ

Tencent ลงทุนใหญ่ 2,570 ล้านบาท

เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา กลุ่ม Tencent เข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์กับ GMM MUSIC กับกลุ่มเทนเซ็นต์ (Tencent และ TME) โดย Tencent และ TME ได้เข้าร่วมลงทุนใน สัดส่วนหุ้น 10% ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 2,570 ล้านบาท (หรือราว 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งการลงทุนด้วยเงินสดและหุ้นของแพลตฟอร์ม JOOX Thailand

ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าว GMM MUSIC ระบุว่า ทำให้มูลค่ารวมของบริษัท พุ่งสูงถึง 25,700 ล้านบาท (หรือราว 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

การลงทุนดังกล่าว มีเป้าหมายหลัก 3 ประการในการร่วมมือ การลงทุนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถของ GMM MUSIC สู่การเป็น The Next Asia’s Dragon ในตลาดโลก โดยเน้นกลยุทธ์ที่สำคัญ ได้แก่

  • ต่อยอดธุรกิจเพลงสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะการนำศิลปินไทยเจาะตลาดเอเชียและตลาดประเทศจีน ผ่านเครือข่ายธุรกิจบันเทิงระดับสากลของ Tencent และ TME
  • ร่วมกันศึกษาโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างผลงานเพลง พัฒนาศิลปิน รวมถึงการจัดคอนเสิร์ตและมิวสิกเฟสติวัลร่วมกัน เพื่อผลักดันศักยภาพธุรกิจเพลงไทยให้แข่งขันได้ในเวทีสากล
  • แลกเปลี่ยนทรัพยากร องค์ความรู้เชิงลึก ด้านการตลาด การขาย ตลอดจนเทคโนโลยีการบริหารจัดการลูกค้าและนวัตกรรมใหม่ ๆ

การลงทุนระหว่าง GMM MUSIC และกลุ่ม Tencent ได้มีการขยายธุรกิจผ่าน JOOX Thailand และค่ายเพลงใหม่ GX10 ASIA

JOOX Thailand

มีข้อตกลงร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม โดยผสานจุดแข็งด้านเทคโนโลยีของ Tencent และความเชี่ยวชาญด้านการบริหารคอนเทนต์ครบวงจรของ GMM MUSIC เข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่และสร้างโอกาสการหารายได้จากระบบเศรษฐกิจแฟนคลับ (Fandom Economy) ทั้งจากแฟนคลับชาวไทย จีน และต่างชาติ

ค่ายเพลง GX10 ASIA

มีการเปิดตัวโปรเจ็กต์ค่ายเพลงข้ามชาติแห่งใหม่ โดยนำร่องด้วยศิลปินเบอร์แรกอย่าง JAYLERR (เจเจ กฤษณภูมิ) ซึ่งเป็นการผสมผสานจุดแข็งด้านการบริหารศิลปินแบบ ARTIST360 ของ GMM MUSIC เข้ากับความแข็งแกร่งด้านแพลตฟอร์มดิจิทัลและความเข้าใจพฤติกรรมผู้ฟังชาวจีนของ TME

นอกจากนี้ การลงทุนดังกล่าวยังเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเปลี่ยนผ่าน GMM MUSIC จากธุรกิจสื่อ (Media Business) ไปสู่ธุรกิจทรัพย์สินทางปัญญา (IP Business) เพื่อสร้างเศรษฐกิจดนตรียุคใหม่ (New Music Economy) รวมทั้งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งและเสถียรภาพทางการเงินให้กับแผน Spin-Off โดยตั้งเป้าที่จะผลักดันแผนการเสนอขายหุ้น IPO ให้ประสบความสำเร็จภายในระยะเวลา 2 ปี

แท็กทีม Warner พาศิลปินไทยสู่สากล

ในปี 2567 เช่นกัน GMM MUSIC เปิดเผยการลงทุนร่วมกันกับกลุ่ม Warner Music แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ การเข้าร่วมลงทุนเชิงกลยุทธ์ และการจัดตั้งกิจการร่วมค้า (ค่ายเพลงใหม่)

โดยการร่วมลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investment) บริษัท Warner Music Hong Kong Limited (WMHK) ในกลุ่ม Warner Music เข้าซื้อหุ้นสามัญของ GMM MUSIC จำนวน 12 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.50% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 10.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 367 ล้านบาท)

นอกจากนี้ WMA ยังตกลงจ่ายเงินประกันขั้นต่ำ (Minimum Guarantee) อีกจำนวน 315 ล้านบาท เพื่อรุกตลาดโลกผ่านระบบการจัดจำหน่ายชั้นสูงจากกลุ่ม Warner (ADA) บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลกอย่าง Spotify และ Apple Music เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี

นอกจากการเข้าถือหุ้น ทั้งสองบริษัทยังได้ตกลงร่วมทุนฝ่ายละไม่เกิน 54.56 ล้านบาท ในรูปแบบกิจการร่วมดำเนินงาน (Joint Operation) และมีแผนจะจดทะเบียนเป็นบริษัทร่วมทุน (Equity Joint Venture) ในสัดส่วน 50 : 50 ภายใน 1 ปี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ

ล่าสุด ได้เปิดตัวค่ายเพลงโปรเจ็กต์ใหม่ในชื่อ “GLIIDE” (ไกลด์) ที่มาพร้อมแนวคิด “We don’t push – We design lift” มุ่งเน้นการออกแบบทิศทางศิลปินให้พร้อมโบยบินไปในระดับเอเชียและสากล โดยเปิดตัวศิลปินเบอร์แรกคือ “SVRN” (ซอฟเวอเรน) หรือปอร์เช่-ศิวกร ประเดิมเส้นทางศิลปินเดี่ยวด้วยซิงเกิล “WHY”

‘GRAMMY RS Concerts’ ศิลปิน 2 ค่าย อยู่บนเวทีเดียวกัน

ถัดจากการ JV ทำค่ายเพลงร่วมกัน อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจคือการร่วมทุนในการทำคอนเสิร์ต

หนึ่งในดีลที่สร้างปรากฏการณ์ความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก คือ การร่วมทุนระหว่าง GRAMMY และ RS เพื่อทำซีรีส์คอนเสิร์ต “GRAMMY RS Concerts” หลังทั้ง 2 ค่ายเป็นคู่แข่งทางธุรกิจมานานหลายสิบปี

โดยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงทุนจัดตั้ง กิจการร่วมค้า อะครอส เดอะ ยูนิเวิร์ส (ACROSS THE UNIVERSE JOINT VENTURE) โดยมีสัดส่วนการลงทุนเท่ากันที่ 50 : 50 ซึ่งทางบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) มีต้นทุนในการร่วมลงทุนเริ่มต้นที่ 17 ล้านบาท

ต่อมาในวันที่ 10 พฤษภาคม 2566 ทั้งสองบริษัทแม่ได้ ยกเลิกการดำเนินงานร่วมกันโดยตรง โดยมีการลดทุนจดทะเบียนและคืนเงินให้แก่ผู้ร่วมลงทุน พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนให้บริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจเพลงโดยตรงเข้ามารับช่วงต่อ โดย จีเอ็มเอ็ม มิวสิค ได้เข้าทำสัญญาร่วมดำเนินงานกับ อาร์เอส มิวสิค แทน และใช้ชื่อกิจการใหม่ว่า “กิจการร่วมค้า อะครอส เดอะ ยูนิเวิร์ส โปรเจค” โดยยังคงรักษาสัดส่วนที่ฝ่ายละ 50% เท่าเดิม และทางอาร์เอส มิวสิค มีต้นทุนในการลงทุน 17 ล้านบาท

โปรเจ็กต์ดังกล่าว มีเป้าหมายหลักในการร่วมกันจัด SERIES CONCERT ครั้งประวัติศาสตร์ ที่รวบรวมศิลปินระดับตำนานจากยุค 90s และ 2000s กว่า 100 ชีวิตจากทั้งสองค่ายมาประชันกันบนเวทีเดียวแบบไม่มีข้อจำกัดเรื่องค่าย โดยตลอดปี 2566-2567 ได้มีการจัด GRAMMY RS Concerts ไปแล้วถึง 5 ครั้ง ในหลากหลายธีม ทั้งเพลงสายแดนซ์ เพลงฮิตยุค 90s จนถึง Y2K และเพลงจากศิลปินสายเต้นในตำนาน

และมีการใช้การตลาดแบบ Nostalgia Marketing เพื่อดึงดูดผู้คนที่คิดถึงความสุขในอดีต ตอบรับกับกระแสความนิยมยุค 90s และ Y2K โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มแฟนคลับในยุคนั้นที่ปัจจุบันอยู่ในวัยทำงานและมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง

จับมือ “โต๋ ศักดิ์สิทธิ์” หยิบเพลงแกรมมี่ ถ่ายทอดฉบับ ‘PIANO&i’

อีกหนึ่งการร่วมทุนที่เกิดขึ้นไม่กี่วันมานี้ คือ การร่วมทุนระหว่าง GMM MUSIC และ PIANO&i ของ โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ใช้ชื่อว่า “จีเอ็มที เวนเจอร์” ซึ่งมาจากคำว่า “Great Minds Together” เพื่อสื่อถึงการจับมือกันของสองทีมที่มีความแข็งแกร่งในวงการเพลงและคอนเสิร์ต

มีเป้าหมายหลัก เพื่อร่วมกันจัดซีรีส์ธีมคอนเสิร์ต (Series Theme Concert) รูปแบบใหม่ในระยะยาว โดยนำเพลงฮิตและศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์ของ GMM MUSIC มาผสานกับเสียงเปียโนและการสร้างสรรค์ของ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ โดยทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าที่จะจัดคอนเสิร์ตร่วมกันอย่างต่อเนื่องอย่างต่ำ 2 ปี โดยจะทำงานร่วมกันในสัดส่วนที่เท่ากัน และมีการแบ่งปันผลประโยชน์ทางธุรกิจกันอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน การร่วมทุนครั้งนี้ เป็นการนำจุดแข็งของทั้ง 2 มาผสานกัน โดย GMM MUSIC (ทีม GMM SHOW) มีจุดแข็งด้านทีมงานสร้างสรรค์คอนเสิร์ตที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งทีมการตลาด ทีมบิ๊กดาต้า (Big Data) และทีมสื่อสารการตลาดที่แข็งแกร่ง

ส่วน PIANO&i (โต๋ ศักดิ์สิทธิ์) นำความสามารถในฐานะศิลปิน, มิวสิกไดเร็กเตอร์ และโชว์ไดเร็กเตอร์
เข้ามาเป็นเหมือนผู้รีโนเวตที่จะรังสรรค์และตีความสิ่งใหม่ ๆ ให้กับบทเพลงในบ้านหลังนี้

และโปรเจ็กต์แรกที่จะคิกออฟในนาม “จีเอ็มที เวนเจอร์” คือคอนเสิร์ต “90’s – 2000’s PIANO & i CONCERT : Grammy Songbook” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 19 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้อนดีล ‘GMM MUSIC’ ร่วมทุนค่ายดัง ทำค่ายเพลง-ธีมคอนเสิร์ต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...